1. สงครามบะดัร (สงครามแรก)

สงครามบะดัร (อาหรับ: غزوة بدر) เป็นสงครามใหญ่ที่ เกิดขึ้นครั้งแรก ในช่วงสมัยของมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อาลัยฮิ วะ ซัลลัม) ระหว่างชาวมุสลิม กับชาวมักกะต์ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 17 หรือ 19 เดือนรอมฎอน ปี ฮิจเราะฮ์ศักราชที่ 2 (13 หรือ 15 มีนาคม ค.ศ.624) ณ เมืองบะดัร. เมื่อมุฮัมมัด ทราบข่าวว่า อบูซุฟยานยกทัพมาจากเมืองมักกะต์ จึงสั่งให้ชาวมุสลิมร่วมไพร่พลเกือบ 300 คน เพื่อต่อสู้กับทหารนับ 1,000นาย ของอบูซุฟยานแห่งเมืองมักกะต์ ซึ่งผลปรากฏว่ากองทัพของมุสลิมได้รับชัยชนะ และชาวมักกะต์ ถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก บ้างก็ถูกจับเป็นเชลย. จากชัยชนะของมุสลิม ทำให้ผู้มีอิทธิพลของมักกะต์ ลดน้อยลง และสถานภาพทางการเมืองของมุสลิมในมะดีนะต์ ก็แข็งแกร่งขึ้น. 

สถานที่ ที่บ่อน้ำของเมืองบัดร์, 70 mi (110 km) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมะดีนะต์

 

 2. สงครามบะดัร (สงครามแรก)

สงครามบะดัร (อาหรับ: غزوة بدر) เป็นสงครามใหญ่ที่ เกิดขึ้นครั้งแรก ในช่วงสมัยของมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อาลัยฮิ วะ ซัลลัม) ระหว่างชาวมุสลิม กับชาวมักกะต์ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 17 หรือ 19 เดือนรอมฎอน ปี ฮิจเราะฮ์ศักราชที่ 2 (13 หรือ 15 มีนาคม ค.ศ.624) ณ เมืองบะดัร. เมื่อมุฮัมมัด ทราบข่าวว่า อบูซุฟยานยกทัพมาจากเมืองมักกะต์ จึงสั่งให้ชาวมุสลิมร่วมไพร่พลเกือบ 300 คน เพื่อต่อสู้กับทหารนับ 1,000นาย ของอบูซุฟยานแห่งเมืองมักกะต์ ซึ่งผลปรากฏว่ากองทัพของมุสลิมได้รับชัยชนะ และชาวมักกะต์ ถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก บ้างก็ถูกจับเป็นเชลย. จากชัยชนะของมุสลิม ทำให้ผู้มีอิทธิพลของมักกะต์ ลดน้อยลง และสถานภาพทางการเมืองของมุสลิมในมะดีนะต์ ก็แข็งแกร่งขึ้น. 

สถานที่ ที่บ่อน้ำของเมืองบัดร์, 70 mi (110 km) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมะดีนะต์

 

3. สงครามคอนดัก 

สงครามคอนดัก หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกสงครามสนามเพลาะ อยู่ในเมืองมะดินะต์
ใน ฮ.ศ. 6 ค.ศ. 627 

สงครามสนามเพลาะ (อาหรับ: غزوة الخندق) รู้จักกันในชื่อ สงครามพันธมิตร (อาหรับ: غزوة الاحزاب) เป็นสงครามที่นานถึง 30 วันในช่วงที่ล้อมเมืองยัษริบ (ปัจจุบันคือ มะดีนะฮ์) โดยชาวอาหรับ และชาวยิว โดยกองทัพสมาพันธ์มีทหารประมาณ 10,000 นาย และทหารม้ากับอูฐอีก 600 นายในขณะที่ชาวมะดีนะฮ์มีทหารประมาณ 3,000 นาย

ขาวมุสลิมได้ทำตามศาสดามุฮัมหมัดให้ขุดสนามเพลาะตามคำแนะนำของซัลมาน ฟารซี[5] และปราการธรรมชาติในมะดีนะฮ์ทำให้ทหารม้า (รวมถึงม้าและอูฐ) ของสมาพันธ์ไร้ประโยชน์ และได้ชักชวนเผ่าบนูกุร็อยเซาะฮ์ให้โจมตีฝ่ายมุสลิมทางตอนใต้ แต่อย่างไรก็ตาม แผนทางการทูตของมูฮัมหมัดได้ทำให้ฝ่ายสมาพันธ์แตกแยกโดยสิ้นเชิง พร้อมกับสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้สงครามนี้สิ้นสุดลง

หลังจากที่ชาวมักกะฮ์แพ้สงครามแล้ว พวกเขาสูญเสียทั้งการค้าขายและศักดิ์ศรี

อบูบักร์มีส่วนร่วมในสงครามสนามคอนดัก และการบุกรุกของบนูกุร็อยเซาะฮ์ ในยุทธการสนามเพลาะ มุฮัมมัดแบ่งขุดสนามเพลาะเป็นส่วน ๆ และตั้งยามในแต่ละส่วน หนึ่งในนั้นอยู่ภายใต้คำสั่งของอะบูบักร์ ฝ่ายศัตรูพยายามจะข้ามสนามเพลาะ แต่ถูกขับไล่ไปทั้งหมด เพื่อรำลึกเหตุการณ์นี้ จึงมีการสร้าง 'มัสยิด อัศศิดดีก ใบริเวณที่อะบูบักร์ขับไล่ศัตรู

 

4. สงครามค็อยบัร ฮ.ศ. 7 (ค.ศ. 628)
อะบูบักร์มีส่วนร่วมในยุทธการที่ค็อยบัร เป็นเมืองของพวกชาวยิว ชาวยิวกระด้างกระเดื่อง ไม่ปฏิบัติตามสัญญากับท่านเราะซูลฯ ตัวเมืองมีป้อม 8 แห่ง ป้อมที่แข็งแกร่งและป้องกันมากที่สุดมีชื่อว่า อัลเกาะมุส มุฮัมมัดส่งอะบูบักร์พร้อมกับกลุ่มนักรบไปยึดมัน แต่ทำไม่ได้ ท่านจึงส่งอุมัรกับกลุ่มนักรบ และอุมัรก็ยึดป้อมนั้นไม่ได้เช่นกัน มุสลิมบางคนพยายามยึดป้อม แต่ไม่สำเร็จ ท้ายที่สุด มุฮัมมัดจึงส่งอะลี และสามารถเอาชนะหัวหน้าศัตรูได้
(ค็อยบัร อยู่ทางเหนือของมะดินะต์ 174 กิโลเมตร)

 

5. สงครามตาบุก 

สงครามตาบุก ใน ฮ.ศ. 8 ค.ศ. 629 มุฮัมมัดส่งอัมร์ อิบน์ อัลอาสไปที่ซาอะตุลซัลละซัล ตามมาด้วยกำลังเสริมของอบูอุบัยดะฮ์ อิบน์ อัลญัรเราะฮ์ อะบูบักร์และอุมัรควบคุมทหารของญัรเราะฮ์ โจมตีและชนะเหนือฝ่ายศัตรู

ตาบุกอยู่ทางเหนทอของมะดินะต์ 681 กิโลเมตร

 

6. สงครามฮุนัยน์ และฏออิฟ

ฏออีฟอยู่ทางใต้ของเมืองมะดินะต์ 530 กิโลเมตร (ตะวันออกมักกะต์ 91 กิโลเมตร)
ในปี ฮ.ศ. 9 ค.ศ. 630 กองทัพมุสลิม ถูกซุ่มโจมตีโดยพลธนู ของชนเผ่าท้องถิ่นในหุบเขาฮุนัยน์ ประมาณ 11 ไมล์ (17กิโลเมตร) ทางตะวันออกเฉียงเหนือขของมักกะต์ ทำให้กองทัพมุสลิมระส่ำระส่าย อย่างไรก็ตาม นบีมุฮัมมัด ยังคงอยู่นิ่ง พร้อมกับเศาะฮาบะฮ์ 9 คน รวมไปถึงอะบูบักร์ ภายใต้คำสั่งของมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อาลัยฮิ วั ซัลลัม อับบาส อิบน์ อับดุลมุฏฏอลิบ ตะโกนเรียกมุสลิมให้รวมตัวกัน แล้วโจมตีศัตรู จนทำให้พวกเขาแพ้และหนีไป ที่เอาตาส

มุฮัมมัดตั้งกองทหารที่ทางผ่านฮุนัยน์ และนำกองทัพหลักไปที่เอาตาส ในการเผชิญหน้ากันที่เอาตาส ชนเผ่าไม่สามารถสู้รบกับฝ่ายมุสลิมได้ จึงทำลายค่ายและหนีไปที่ฏออิฟ

มุฮัมมัดสั่งอะบูบักร์ให้ไปสู้รบที่ฏออิฟ ชนเผ่านั้นได้ปิดประตูในป้อมและไม่ยอมออกมาสู้กลางแปลง ทำให้ต้องล้อมเมืองเป็นเวลาสองสัปดาห์ แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณของความอ่อนแอ 

มีมะลาอิกะต์ลงมาถามนบีว่า จะให้เหล่ามะลาอิกะต์มาทำลายป้อมปราการเมืองฏออีฟไหม แต่ท่านนบีปฏิเสธ เผื่อว่าพวกฏออีฟจะอิหม่านต่ออัลเลาะฮ์
อะบูบักร์แนะนำว่าควรหยุดล้อมเมืองเสีย โดยมีการยอมรับคำแนะนำนี้ และในเดือนกุมภาพันธ์ ฮ.ศ. 9 ค.ศ. 630 จึงเลิกล้อมเมือง และกองทัพมุสลิมจึงเดินทางกลับมักกะต์ ไม่กี่วันต่อมา มาลิก อิบน์ เอาฟ์ ผู้บัญชาการฏออิบ มาที่มักกะต์ และเข้ารับอิสลาม
และภายหลังหลายปีผ่านไปชาวฏออีฟ ก็มาขอเข้ารับอิสลามจากท่านนบี