ปลายทาง.....
ผมจำได้ อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกกับผม..”คุณเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่คุณเปลี่ยนทัศนะของตนเองได้ คุณเปลี่ยนเรื่องราวไม่ได้ แต่คุณเปลี่ยนสภาพจิตใจของตัวเองได้..”
“คุณเปลี่ยนมุมมองคนอื่นไม่ได้ แต่คุณเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองได้....”
ผมพยายามทำแล้ว ได้บ้างไม่ได้บ้าง เมื่อนึกย้อนกลับไป ก็ยังพอมองเห็นร่องรอยของการเรียนรู้และฝึกฝนในทุกๆวลีที่กล่าวมา บนเส้นทางชีวิตที่มี..เป้าหมาย..อย่างชัดเจน
เป้าหมายที่ปลายอุโมงค์ เหมือนกับว่าเรากำลัง เดิน วิ่ง หรือไม่ก็ขับรถไปเพื่อสัมผัสกับความสุขและความสำเร็จ เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยและพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง
เคยไหม ที่บางครั้งเรารีบเร่งจนหลงลืมเก็บเกี่ยวบางสิ่งบางอย่าง ในสองฟากฝั่งที่เรากำลังเดินทางผ่านไป หากเราได้ฉุกคิดเสียก่อน อาจทำให้เราไม่ต้องมานั่งเสียดายในภายหลังก็ได้
สมัยที่เรียนวิทยาลัยครู ผมรู้เลยว่า สักวันฝันจะต้องเป็นจริง คือสอบบรรจุเข้ารับราชการครู ในระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียน ก็พยายามใคร่ครวญดูว่าครูประถมฯต้องใช้ทักษะความรู้ด้านใดบ้าง?
เพราะ ณ เวลานั้นวิชาเอกภาษาไทย น่าจะไม่เพียงพอต่อวิชาชีพที่รออยู่ตรงหน้า
ผมเข้าไปกราบอาจารย์ดนตรี ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ไม่ยึดติดเครื่องดนตรีใดๆ เริ่มจากไปนั่งดูเข้าซ้อมก่อน จากนั้นครูสงสารก็เลยสอนให้ ผมจึงได้วิชาฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่งและกลอง มาจนถึงทุกวันนี้
แถมด้วยจังหวะและท่ารำพื้นฐาน ตลอดจนเพลงพื้นบ้าน ที่ผมได้วิชาติดตัวมาสอนนักเรียน
เมื่อลาศึกษาต่อปริญญาโท ด้าน”การประถมศึกษา” เป้าหมายมิใช่แค่ปริญญา ผมจึงขออาจารย์เข้าไปฝึกงานในช่วงเย็นที่ศูนย์วิจัยฯ โดยที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ช่วยเขาถ่ายเอกสารและตรวจทานต้นฉบับต่างๆ
ทำให้ผมได้วิชาเพิ่มเติมด้านนวัตกรรมการสอนด้วยวรรณกรรมและการสอนโดยใช้อารมณ์ขันเป็นสื่อฯ ติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน
อาจเป็นด้วยสมองและสองมือของผม ที่มีปัจจัยไม่พร้อมที่จะช่วยให้ชีวิตขับเคลื่อนได้รวดเร็ว ผมจึงก้าวได้อย่างช้าๆ แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ยอมผ่านเลยคุณค่าของเวลาในระหว่างทาง
มองดูก็คล้ายกับการเดินทางไกล ได้แวะร้านอาหารรสเด็ด ได้ดื่มกาแฟถ้วยโปรด ในท่ามกลางแมกไม้และขุนเขา ได้หยุดพักสูดโอโซนจนเต็มปอด เมื่อผ่อนคลายแล้วก็เดินทางต่อ
การรีบเร่งจะด้วยการเดินวิ่งหรือขับรถด้วยความเร็ว อาจเป็นที่มาของการล้มลุกคลุกคลานและอุบัติเหตุ ชีวิตเราคงไม่ต้องการบาดเจ็บเช่นนั้น จึงควรอยู่กับปัจจุบันบ้าง ในระหว่างวันที่เราใช้ชีวิต
ผมจึงรู้สึกเป็นห่วงลูกหลาน ที่ได้ตั้งหมุดหมายปลายทางอันสำคัญไว้แล้ว จงหมั่นทบทวน เพื่อที่จะได้ไม่ลืมดูแลตนเอง และแบ่งปันรอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะให้แก่คนใกล้ชิดที่อยู่เคียงข้าง ที่ร่วมทางชีวิตไปด้วยกัน
อีกทั้ง..ปันน้ำใจ ใส่ใจและเอื้ออาทรเพื่อนร่วมงานในองค์กร แบ่งสรรปันสุขในการทำงานในบ้านหลังเดียวกัน นอกจากจะช่วยให้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแล้ว ปลายทางข้างหน้าก็น่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม
เหมือนที่ผมกำลังมองบ้านหลังใหม่ในโคกหนองนาที่อยู่ตรงหน้า ไม่อยากรู้เลยว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นเมื่อใด แต่ทุกวัน..ต้นไม้ต้องได้รับการบำรุงรักษา พรวนดินและใส่ปุ๋ย ความสุขจึงมีอยู่ได้...ทุกวัน
อย่างไรก็ตาม ผมจะไม่ลืมเลือกเดินทางตามเสียงของหัวใจ ให้มากกว่าเลือกเพราะใครๆเขาเลือกกัน และทุกก้าวที่เดินอาจจะล้มบ้าง ยังดีกว่าไม่ยอมก้าว.. แล้วย่ำอยู่กับที่..ไม่ดีแน่
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗





