บทนำ
พุทธจักรวาลวิทยามีอิทธิพลกับแนวคิด ความเชื่อวิถีชีวิตของชาวไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณทำให้การสร้างวัดในพระพุทธศาสนาเป็นต้นแบบแห่งสถาปัตยกรรมในฐานะสถาปัตยกรรมเชิงพุทธตามหลักไตรภูมิที่มีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลาง มีภูมิทัศน์รองรับสถาปัตยกรรมเหล่านั้น พระวิหารหรือพระอุโบสถ ที่สอดคล้องกับการวางรูปแบบอาคารต่างๆ ของวัด แต่ในบางส่วนไม่ได้ถูกจัดวางตำแหน่งทิศทางให้สอดคล้องกับรูปแบบพุทธจักรวาลวิทยา ถ้าสังเกตให้ดีการสร้างวัดในประเทศไทยโดยทั่วไปจะเป็นลักษณะแบบนี้นั่นคือ การวางแผนผังวัดจะไม่ครอบคลุมความหมาย ลักษณะ องค์ประกอบ โครงสร้างของพุทธจักรวาลทั้งหมด จะมีเพียงสถาปัตยกรรมที่เป็นหลักศูนย์ภายในวัดเท่านั้นที่มีการสร้างตามแนวพุทธจักรวาลวิทยา รวมทั้ง เจดีย์ ปรางค์ ที่มีการสร้างตามหลักไตรภูมิที่เกี่ยวกับทิศทั้ง 4 ซึ่งทิศทั้ง 4 นี้จะเกี่ยวข้องกับสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น นั่นคือชั้นจาตุมหาราชที่มีท้าวมหาราชทั้ง 4 คุ้มครองทิศทั้ง 4 ทิศหนึ่งที่เป็นรูปธรรม คือทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ มีท้าววิรูปักข์เป็นหัวหน้าทำหน้าที่ปกครองนาคเทวดาทั้งหลาย จึงเป็นที่มาของบันไดนาคสถิตทางเข้าพระอุโบสถทิศตะวันตก จะเห็นว่าทางขึ้นเจดีย์ปรางค์สูง ข้างเข้าพระวิหารหรือสถานศักดิ์ต่าง ๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ สถาปัตย์ในจักรวาลไตรภูมิ คือ องค์ของบันไดนาค คือ สถาปัตยกรรม “นาค” ภูมิทัศน์ คือทิศตะวันตก จักรวาลไตรภูมิ คือ กามภูมิ (หนึ่งในไตรภูมิ) ประกอบด้วยสวรรค์ 6 ชั้นและทุคติ 5 ชนิด ในสวรรค์ชั้นแรก คือ จาตุมหาราช โดยท้าวมหาราชทั้ง 4 คุ้มครองทิศทั้ง 4 ดังนั้น ภูมิทัศน์ในฐานะทิศทั้ง 4 โดยเฉพาะทิศตะวันตก เป็นทิศที่สถิตของพญานาคทำหน้าที่ดูแลในทิศทั้ง 4
