วันที่สองของการประชุมผมจับแนวทางเตรียมตัวก่อนเข้าประชุม จากการใช้ เว็บไซต์ของการประชุม และการใช้ Conference Book ได้แล้ว การเข้าประชุมจึงจับประเด็นได้ดียิ่งขึ้นกว่าเมื่อวาน
วันนี้มี 2 Plenary Session
Plenary 3 Ethics at the Heart of Health Priority Setting: Striking the Balance between Efficiency and Equity ที่เมื่อผมอ่านเอกสารประกอบวาระจากเว็บไซต์การประชุมตอนตีสี่ครึ่งแล้ว ตั้งคำถามว่า ใน RW – real world มีปัจจัยหนุน และปัจจัยต้าน health equity ในกระบวนการ health priority setting อย่างไรบ้าง ควรนำมาพูดกันอย่างเปิดเผยโดยไม่ตำหนิใครหรือฝ่ายใด ในที่ประชุมไม่มีวิทยากรท่านใดกล่าวถึงและไม่มีคนถาม
ในที่ประชุม สาระหลักคือการใช้เทคนิคการกำหนดลำดับความสำคัญ คือ DCEA – Distributional Cost-Effectiveness Analysis มีการพูดถึง Efficiency – Equity Plane โดยผมมีความคิดว่า ต้องดูที่ผลประโยชน์ของประเทศอันเป็นส่วนรวมเป็นหลัก โดยต้องคำนึงถึงความแตกต่างหลากหลายของเป้าหมายที่ต้องครอบคลุม ซึ่งหมายความว่า ในกรณีของไทย Health มีทั้งมิติของการดูแลประชาชนของตน และการหารายได้เข้าประเทศ
Plenary 4 Greening Our Health: Prioritizing Environmental Sustainability เป็นเรื่องของการร่วมกันหาทางสร้างความอยู่รอดของมนุษยชาติ ผ่านระบบสุขภาพที่ปรับตัวลดการทำลายสภาพแวดล้อม ที่เอกสารประกอบการประชุมบอกว่าต้องการการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (paradigm shift) ด้านระบบสุขภาพ ให้คำนึงถึงความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมด้วย ผมฟังได้เพียงครึ่งชั่วโมงก็ต้องออกไปประชุมออนไลน์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ช่วง Parallel Session 4 ผมเข้าฟัง Oral Session 11 • A020 Artificial Intelligence in the Early Detection of Children with Autism Spectrum Disorder Presenter: Lyazzat Kosherbayeva ผู้นำเสนอเป็นพยาบาลอายุมากแล้ว กำลังศึกษาปริญญาเอก เป็นงานวิจัยใช้กล้องจับการเคลื่อนไหวสายตาของเด็ก autism 100 คน normal control 100 คน แสดงให้เห็นว่า เด็ก autism มองไปคนละจุดกับที่เด็กปกติมอง เป็นงานวิจัยเบื้องต้น
ช่วงบ่าย ผมต้องประชุมออนไลน์กับคณะกรรมการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ตอนเย็น Parallel Session 6 ผมเข้าฟัง Organized session 19 P030 - Prioritizing Cancer Services in Low- And MiddleIncome Settings: Challenges and Lessons Learned from Benefits Package Design in Rwanda Speakers: Anna Vassall และคณะ
ฟังแล้วผมหดหู่ ว่าเขาวนเวียนอยู่ที่เทคนิควิชาการ ไม่แตะปัญหาและผลลัพธ์แท้จริงของผู้ป่วย และระบบสุขภาพของประเทศเลย คล้ายๆ นักวิชาการตะวันตกเข้าไปใช้ประเทศรวันดาเป็น lab ทางวิชาการโดยอาศัยทุนวิจัยจากมูลนิธิใหญ่เงินมาก ผู้นำเสนอคนสุดท้ายที่สะท้อนคิดผลงานชิ้นนี้ บอกชัดเจนว่าเขามองงานนี้เป็นงานวิชาการ และฟังจับความได้ว่า เวลานี้ทางรัฐบาลรวันดายังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเอาผลวิจัยไปใช้อย่างไร และเวลานี้ส่วนใหญ่ตัดสินดดยใช้ expert opinion ความรู้สึกไม่สบายใจของผมนี้ จะเชื่อมโยงสู่เรื่องการประชุมช่วง ๙.๐๐ - ๑๐.๑๕ น. ของวันที่สาม
คุณหมอสมศักดิ์ ปรารภว่า ทำไมต้องมีสมาคม ISHP ว่าจริงๆ แล้วเป็นเรื่อง Decision-making ที่ผมกลับมาคิดต่อ ว่าสองสิ่งนี้ต่างกัน Priority-setting ควรเป็นวิชาการ (science) ให้มากที่สุด ใช้ evidence ทั้ง quantitative และ qualitative ส่วน Decision-making ควรใช้ทั้ง art และ science
วิจารณ์ พานิช
๑๐ พ.ค. ๖๗
ห้อง ๑๕๐๒ โรงแรม Millennium Hilton เจริญนคร