เว็บไซต์ valuesbasededucation.com บอกว่า ค่านิยมศึกษาจะเปลี่ยนขาด (transform) สังคมและโลก ผ่านการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ร่วมกันเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติและสะท้อนคิดค่านิยมสำคัญของมนุษย์ เช่น ความซื่อสัตย์ ความมั่นคงในคุณธรรม ความเห็นแก่ผู้อื่น ความเคารพตนเองและผู้อื่น การให้อภัย เป็นต้น การจัดการเรียนรู้ที่ครอบคลุมค่านิยมศึกษาจะส่งผลในระดับเปลี่ยนโลก
ค่านิยม (Values) คืออะไร
คำว่า value แปลว่าคุณค่า หรือความดีงาม คำว่า values (มีตัว s) แปลว่าค่านิยม หมายถึงความนิยมในคุณค่า หรือความดีงาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้นิยามค่านิยมว่า “สิ่งที่บุคคลหรือสังคมยึดถือเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจ และกำหนดการกระทำของตนเอง” ผมตีความว่า ค่านิยม เป็นเข็มทิศชี้ทางชีวิต
ค่านิยมเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกสังคม แต่อาจอยู่ในสภาพที่ซ่อนเร้น ไม่มีการนำออกมาทำความเข้าใจหรือขับเคลื่อนอย่างชัดเจน หรือมีการนำออกมาก็มักอยู่ในสภาพของกิจกรรมทางศาสนา หรือในสภาพของการสอนศีลธรรมจรรยา ที่มักใช้วิธี “สั่งสอน” ให้เชื่อและปฏิบัติตาม
และที่ร้าย หรือก่อผลเสียต่อสังคมคือ การสอนเรื่องคุณงามความดีนั้น บ่อยครั้งที่ผู้สอนได้แต่สอนในเชิงทฤษฎี ไม่นำสู่การปฏิบัติ รวมทั้งผู้สอนก็มักไม่ได้ปฏิบัติเป็นตัวอย่าง บ่อยครั้งที่เด็กเห็นว่า ผู้ใหญ่สอนอย่างหนึ่ง แต่ตนเองปฏิบัติไปในทางที่ตรงกันข้าม สังคมจึงตกอยู่ในสภาพ หน้าไหว้หลังหลอก ไม่จริงใจ ก่อผลลบต่อการปฏิบัติคามค่านิยมหรือศีลธรรมจรรยาที่ดี
ค่านิยมในสังคมจึงเป็นสิ่งที่ซับซ้อน คลุมเครือ มองได้หลายมุม มีทั้งค่านิยมในคำพูด ในลายลักษณ์ที่เป็นเอกสารหรือหนังสือ และที่ยึดถือปฏิบัติกันในสังคม ซึ่งในทางปฏิบัติ มีทั้งค่านิยมที่ดีงาม (สีขาว) และที่เป็นสีเทา ไปจนถึงสีดำ ปะปนกันอยู่
ค่านิยมศึกษา (Values-based Education – VBE) คืออะไร
ค่านิยมศึกษาคือ การศึกษาที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาพลเมืองที่มีความคิด ความรับผิดชอบ และเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นและต่อสังคม ค่านิยมศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่พัฒนานักเรียนให้เป็น “คนเต็มคน” หรือเป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์” คือไม่เพียงมีความรู้และทักษะเพื่อการทำมาหากินหรือดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนา “คุณสมบัติ” ของการเป็นคนดี เป็นพลเมืองดี ด้วย อันจะส่งผลต่อบุคคล ให้มีชีวิตที่ดี มีความสุขความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งเป็นชีวิตที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม
มองจากสภาพปัจจุบันในเรื่องการสร้างค่านิยมหรือคุณธรรมที่ดี ค่านิยมศึกษาจึงคล้ายๆ การนำเรื่องใต้พรมหรือใต้โต๊ะ เอาขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ มีการนำมาทำกระบวนการทำความเข้าใจโดยเด็กนักเรียนเอง โดยทำความเข้าใจผ่านการปฏิบัติ
ผมมีความเชื่อว่า ค่านิยมศึกษาจะช่วยพัฒนาตัวตน หรืออัตลักษณ์ (identity) ของนักเรียน ตามแนวคิดของ Chickering’s Seven Vectors of Identity Development ที่บอกว่า มนุษย์เรามีพัฒนาการ ๗ ขั้น เริ่มจาก (๑) การพัฒนาขีดความสามารถ (competence) เช่นนั่งได้ คลานได้ ยืนได้ เดินได้ คิดเป็น (๒) เรียนรู้การจัดการอารมณ์ของตนเอง (๓) ทั้งพึ่งตนเองและพึ่งพากับช่วยเหลือผู้อื่น (๔) มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (interdependence) (๕) พัฒนาอัตลักษณ์ (identity) (๖) พัฒนาเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต (purpose) (๗) พัฒนาความมั่นคงในคุณธรรม (integrity)
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ในปัจจุบันเยาวชนไทยที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เข้าวัยบรรลุนิติภาวะแล้ว จำนวนมากที่ยังหาตัวเองไม่พบ คือยังไม่สามารถพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเองได้ นำสู่สภาพที่เป็นคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต ค่านิยมศึกษาน่าจะช่วยเติมเต็มข้อบกพร่องของสังคมไทยประเด็นนี้ได้
ประเทศไทยเรามีการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ รวมทั้งมีศูนย์คุณธรรม เป็นหน่วยงานพัฒนาคุณธรรมให้แก่ประเทศ ผมเชื่อว่า ค่านิยมศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณธรรมในตัวนักเรียนและครู ได้เป็นอย่างดี เพราะค่านิยม (ด้านดี) ก็คือคุณธรรมนั่นเอง แต่ค่านิยมศึกษาไม่จัดการเรียนรู้ผ่านการสอนแบบครูบอก ให้นักเรียนเชื่อฟังและจดจำนำไปปฏิบัติ แต่ดำเนินการให้นักเรียนร่วมกันตั้งเป้าหมาย และการดำเนินการพัฒนาตนเองร่วมกัน ผ่านการปฏิบัติแล้วสะท้อนคิด กล่าวคือ ค่านิยมศึกษา เน้นการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) ไม่ใช่เรียนรู้เชิงรับ ผ่านการสั่งสอนที่เป็นการเรียนรู้แบบถ่ายทอด (passive learning)
โรงเรียน Meritton British International School ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าหลักสูตรคุณธรรมและคุณค่าหลักแห่งชีวิต (VbE) มีองค์ประกอบหลัก 7 ส่วนที่ประกอบกันเป็นตัวย่อ M.I.R.A.C.L.E.
- Modelling: การเป็นต้นแบบที่ดี โดยผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างการประพฤติตนที่ดีแก่นักเรียน
- Inner Curriculum: การศึกษาจากภายในจิตใจ สร้างความตระหนักในความคิด ความรู้สึก และอารมณ์
- Reflective: การฝึกไตร่ตรอง ซึ่งสัมพันธ์กับประสาทวิทยาศาสตร์และระบบความคิดของปัจเจกบุคคล
- Atmosphere: การสร้างบรรยากาศ ที่สงบ มีจุดมุ่งหมาย และมีความสุขทั้งทางกายและทางอารมณ์
- Curriculum: การพัฒนาหลักสูตร VbE ที่ชัดเจน และการเชื่อมโยงหลักสูตรกับภาคส่วนที่กว้างขึ้น
- Leadership: การพัฒนาผู้นำที่มีคุณภาพ
- Ethical Vocabulary: การกำหนดคำศัพท์ทางจริยธรรม
ค่านิยมศึกษา ต้องเน้นที่การพัฒนาตัวตนของผู้เรียนเป็นหลัก ค่านิยมศึกษาจึงมีทั้งส่วนที่เป็นทางการ (ในห้องเรียน ผ่านการจัดกระบวนการเรียนรู้) และส่วนที่ไม่เป็นทางการ อันได้แก่ จากการเห็นตัวอย่าง (role model) ครู พ่อแม่ผู้ปกครอง คนในชุมชนใกล้ชิด คนในสังคมทั้งที่ได้สัมผัสโดยตรงและที่ได้สัมผัสผ่านสื่อต่างๆ
ค่านิยมศึกษาของเด็กและเยาวชน จึงเกิดจากการหล่อหลอมตนเองเป็นหลัก ส่งเสริมหรือสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และในความเป็นจริง ผู้ใหญ่ส่งอิทธิพลได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ คือเป็นสาเหตุของการหล่อหลอมค่านิยมด้านดีก็ได้ มีส่วนหนุนให้เด็กหล่อหลอมตนเองด้านชั่วก็ได้ ทั้งโดยจงใจและโดยไม่จงใจ
ค่านิยมศึกษาจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยิ่ง ไม่ตรงไปตรงมา
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาค่านิยมมีอะไรบ้าง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาค่านิยม มีทั้งปัจจัยสากล และปัจจัยที่จำเพาะต่อสังคมไทยและเด็กไทย ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้แยกกันส่งผลต่อการพัฒนาค่านิยมของเด็ก เยาวชน และบุคคล แต่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน ทั้งส่งผลด้านบวกและด้านลบ
ปัจจัยสากล
- สภาพแวดล้อมที่บ้าน เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด วิธีการเลี้ยงดูลูก การปฏิบัติเป็นตัวอย่าง (role model) ปฏิสัมพันธ์ภายในครอบครัว ค่านิยมที่ยึดถือในครอบครัวหรือประจำตระกูลที่มีการสั่งสอนหรือบอกต่อๆ กันมา
- การศึกษา คุณภาพของการศึกษาที่ได้รับ ความเอาใจใส่พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ทักษะด้านสังคมอารมณ์ (socio-emotional skills) และคุณลักษณะ (characters) ต่างๆ สภาพแวดล้อมที่โรงเรียนจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณสมบัติสำคัญเช่น ความเคารพ (respect) ความรับผิดชอบ (responsibility) ความข้าใจผู้อื่น (empathy) เป็นต้น คุณภาพของการศึกษามีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาค่านิยมของพลเมือง
- สภาพแวดล้อมเชิงวัฒนธรรมของสังคมหรือชุมชน เช่นประเพณี การปฏิบัติตนของผู้คน พิธีกรรม รวมทั้งพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น
- สื่อและเทคโนโลยี สื่อมวลชนและสื่อสังคม ทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ (มีอิทธิพลน้อยลงมาก) หนังสือการ์ตูนและนิทานออนไลน์สำหรับเด็กและวัยรุ่น และสื่อโซเชี่ยลต่างๆ มีอิทธิพลต่อความคิด ความเชื่อ ค่านิยม โดยเฉพาะด้านความเป็นธรรมในสังคม ลัทธิผู้บริโภค และปฏิสัมพันธ์ของผู้คน
- ประสบการณ์และแบบอย่างในชีวิต จะเป็นตัวหล่อหลอมค่านิยมของผู้คน การได้มีแบบอย่างที่ดี เช่นด้านคุณธรรม ความเสียสละ ความมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น จะสร้างความประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชน ในบางกรณีการได้อ่านหนังสือที่มีตัวละครเด่นก็ช่วยสร้างความประทับใจสู่การพัฒนาค่านิยมได้เช่นเดียวกัน
ปัจจัยที่จำเพาะต่อสังคมไทย
- พุทธศาสนาแนวเถรวาท ส่งผลต่อค่านิยมในสังคมไทยอย่างซับซ้อน โดยที่คนไทยมักมีความเชื่อเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งผีบรรพบุรุษ และเชื่อโชคลางควบคู่ไปด้วย
- วัฒนธรรมรักษาหน้า เป็นค่านิยมเชิงมรรยาททางสังคม ที่จะไม่ทำให้คนอื่นเสียหน้า หรือรู้สึกว่าตนเองเสียหน้า ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ในกรณีของความเห็นต่าง อาจรักษาหน้าของอีกฝ่ายโดยเก็บไว้คุยกันสองคน หรือหาวิธีพูดแบบไม่ขัดแย้ง
- วัฒนธรรมเคารพผู้อาวุโส ผู้ใหญ่ หรือผู้มีตำแหน่งสูง ที่เรียกว่าวัฒนธรรมชนชั้น หรือวัฒนธรรมศักดินา แม้จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงโดยมีวัฒนธรรมตรงไปตรงมาของตะวันตกเข้ามา แต่ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการสร้างค่านิยมในสังคมไทย
- ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ใกล้ชิด ในครอบครัวญาติพี่น้อง เพื่อน สถาบันการศึกษา สถานที่ทำงาน และชุมชน เป็นวัฒนธรรมที่ดีของไทย เป็นค่านิยมที่เกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติที่ควรรักษาไว้ เพราะช่วยเอื้อให้เกิดสุขภาวะแก่สมาชิกได้เป็นอย่างดี
- ชอบสนุก ไม่ค่อยคิดวางแผนชีวิตระยะยาว นิสัยชอบสนุกของคนไทยน่าจะมีผลต่อการพัฒนาค่านิยมอย่างซับซ้อน
- ระบบการศึกษา ที่สอนให้นักเรียนเคารพครู ปฏิบัติตามที่ครูสอน และท่องจำสิ่งที่ครูสอน เป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาค่านิยมด้านทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความมีวิจารณญาณ ความช่างสงสัย เป็นต้น
ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาค่านิยมในสังคมไทยมีความซับซ้อนสูง ไม่ตรงไปตรงมา
ค่านิยมศึกษาส่งผลอะไรบ้าง
ได้กล่าวแล้วว่า ค่านิยมศึกษาจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาพลเมืองที่มีความคิด ความรับผิดชอบ และเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น ต่อสังคม และต่อโลก ค่านิยมศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่พัฒนานักเรียนให้เป็น “คนเต็มคน” หรือเป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์” คือไม่เพียงมีความรู้และทักษะเพื่อการทำมาหากินหรือดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนา “คุณสมบัติ” ของการเป็นคนดี เป็นพลเมืองดี ด้วย อันจะส่งผลต่อบุคคล ให้มีชีวิตที่ดี มีความสุขความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งเป็นชีวิตที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม
ค่านิยมศึกษาส่งผลต่ออนาคตของผู้เรียน ต่อครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งต่ออนาคตของระบบการศึกษา ของวิชาชีพครู ของชุมชน ประเทศ และโลก
กล่าวได้ว่า ค่านิยมศึกษา จะส่งผลในระดับ “เปลี่ยนโลก”
วิจารณ์ พานิช
๑๒ พ.ค. ๖๗