วิคติจฉชาดก


ว่าด้วย ความปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุด

วิคติจฉชาดก

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

๔. วิคติจฉชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๔๔)

ว่าด้วยการนอบน้อมท่านผู้หมดความต้องการ

             (ฤๅษีโพธิสัตว์เมื่อปริพาชกหนีไปแล้ว จึงแสดงธรรมแก่บริษัทซึ่งนั่งประชุมกันอยู่ว่า)

             [๑๘๘] ได้ยินมาว่า คนที่ไม่ปรารถนาสิ่งที่ตนเห็นก็ดี ปรารถนาสิ่งที่ตนไม่เห็นก็ดี ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ถึงเขาจะเที่ยวแสวงหาไปนานแสนนาน ก็จะไม่ได้สิ่งที่ตนปรารถนาเลย

             [๑๘๙] คนย่อมไม่พอใจสิ่งที่ตนได้มา และดูหมิ่นสิ่งที่ตนปรารถนาได้มาแล้ว เพราะความปรารถนาซึ่งมีอารมณ์ไม่มีที่สิ้นสุด ข้าพเจ้าขอกระทำการนอบน้อมท่านผู้ปราศจากความปรารถนา

วิคติจฉชาดกที่ ๔ จบ

-----------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา 

วิคติจฉชาดก

ว่าด้วย ความปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุด

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภปลายิปริพาชกผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
               ได้ยินว่า ปริพาชกผู้นั้นไม่ได้คำตอบโต้ในสกลชมพูทวีปทั้งสิ้น จึงมากรุงสาวัตถี ถามว่าใครจะสามารถโต้วาทะกับเราบ้าง ได้ฟังว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสามารถ จึงแวดล้อมด้วยมหาชน พากันไปเชตวันมหาวิหาร ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งกำลังทรงแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัทสี่.
               ลำดับนั้น พระศาสดาทรงแก้ปัญหาแก่ปริพาชกนั้น แล้วตรัสถามว่า อะไรชื่อว่าหนึ่ง. ปริพาชกนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงลุกหนีไป. บริษัทที่นั่งอยู่ต่างกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ปริพาชกถูกพระองค์ข่มด้วยปัญหาบทเดียวเท่านั้น.
               พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย เรามิได้ข่มปริพาชกนั้นด้วยปัญหาบทเดียวในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนเราก็ข่มได้เหมือนกัน ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลพราหมณ์ ในแคว้นกาสี ครั้นเจริญวัย ละกามสมบัติกามคุณออกบวชเป็นฤาษีอยู่ในหิมวันตประเทศเป็นเวลานาน ต่อมา พระโพธิสัตว์ลงจากภูเขาอาศัยหมู่บ้านตำบลหนึ่ง พำนักอยู่ ณ บรรณศาลาใกล้แม่น้ำวน.
               ลำดับนั้น ปริพาชกผู้หนึ่งไม่ได้วาทะโต้ตอบในชมพูทวีปทั้งสิ้น จึงไปถึงตำบลนั้นถามว่า มีใครบ้างหนอที่สามารถโต้ตอบวาทะกับเราได้ รู้ว่ามี ทั้งได้ฟังถึงความอาจหาญของพระโพธิสัตว์ จึงแวดล้อมด้วยมหาชน ไปยังที่อยู่ของพระโพธิสัตว์นั้น กระทำปฏิสันถารนั่งอยู่.
               ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ถามปริพาชกนั้นว่า ท่านจักดื่มน้ำแม่คงคา มีสีและกลิ่นอบอวลบ้างไหม. ปริพาชก เมื่อจะเล่นสำนวน จึงกล่าวว่า อะไรคือคงคา คงคาทราย คงคาน้ำ คงคาฝั่งนี้ หรือคงคาฝั่งโน้น. พระโพธิสัตว์กล่าวโต้ว่า ดูก่อนปริพาชก ก็ท่านจะแยกน้ำกับทรายและฝั่งนี้ฝั่งโน้นออกเสียแล้ว จักได้คงคาที่ไหนเล่า. ปริพาชกสิ้นปฏิภาณลุกหนีไป.
               เมื่อปริพาชกหนีไป พระโพธิสัตว์ เมื่อจะแสดงธรรมแก่บริษัทที่นั่งอยู่ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
                         บุคคลเห็นสิ่งใด ไม่ปรารถนาสิ่งนั้น อนึ่ง บุคคลไม่เห็นสิ่งใด ย่อมปรารถนาสิ่งนั้น เราเข้าใจว่า บุคคลนั้นจักท่องเที่ยวไปอีกนาน อยากได้สิ่งใด ก็จักไม่ได้สิ่งนั้นเลย.
                         บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น ปรารถนาสมบัติอันใด ก็ติเตียนสมบัติที่ได้มานั้น เพราะขึ้นชื่อว่าความปรารถนา มีอารมณ์ไม่สิ้นสุด เราขอกระทำความนอบน้อมแด่ท่านผู้ปราศจากความปรารถนา.
               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
               ปริพาชกในครั้งนั้น ได้เป็น ปริพาชก ในครั้งนี้.
               ส่วนดาบส คือ เราตถาคต นี้แล.

               จบ อรรถกถาวิคติจฉชาดกที่ ๔               
               -----------------------------------------------------           

 

คำสำคัญ (Tags): #ฤๅษีโพธิสัตว์
หมายเลขบันทึก: 718453เขียนเมื่อ 10 มิถุนายน 2024 04:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2024 04:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท