เช้าวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๗  เป็นช่วงสุดท้ายของการประชุม    ที่มีทีม rapporteur จำนวน ๙๙ คน   ทำหน้าที่รวบรวมสาระสำคัญของทุก session   นำมาสังเคราะห์ร่วมกันตอนเย็นของทุกวัน   และคืนวันที่ ๒๖ มกราคม ทำงานถึงตีสอง   

ปีนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมถึง ๙๗๙ คน   มีวิทยากร ๗๓ คน   แต่ผมอดคิดไม่ได้ว่า จากการสังเกตจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม    มีผู้ลงทะเบียนเข้าประชุมหลายคนไม่ได้ตั้งใจเข้าร่วม  หวังมาเที่ยวกรุงเทพมากกว่า    ซึ่งทีมงานก็มีวิธีตรวจสอบ    ปีต่อไปคนเบี้ยวแบบนั้นจะไม่ได้รับเชิญ        

หัวหน้าทีมสังเคราะห์คือ คุณหมอวิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ผู้เอาการเอางาน   ผู้ขึ้นเวทีในช่วงนี้มี ๓ คน คือ YY Teo คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ NUS,  กับ Soumya Swaminathan ที่เคยเป็นผู้บริหารขององค์การอนามัยโลก    

เริ่มจากการให้นิยามภูมิศาสตร์การเมือง  ว่าหมายถึง การตั้งคำถามเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ   ว่าในระดับประเทศ  องค์กร และธุรกิจ มีอิทธิพลต่อการเมืองระหว่างประเทศว่าด้วยการรักษาผลประโยชน์ของตน อย่างไรบ้าง    ในด้าน เศรษฐกิจ การเมือง การทหาร อุดมการ การศึกษา และวัฒนธรรม   ที่ผมเถียงว่าหัวใจสำคัญในเรื่องภูมิศาตร์การเมืองเป็นเรื่องพฤติกรรม    ไม่ใช่การตั้งคำถาม   หลายพฤติกรรมไม่มีคำอธิบายโดยผู้กระทำ    หรือเป็นการกระทำโดยไม่รู้ตัว ผ่านปัจจัยที่หลากหลาย 

มีคำอธิบายพฤติกรรมด้านภูมิศาสตร์การเมือง (เน้นที่ประเทศมหาอำนาจ) ที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ที่ยูเครน  กาซา   และที่ประเทศมหาอำนาจใช้อำนาจแทรกแซงประเทศอื่น ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของประชาชนในประเทศนั้นๆ โดยทางอ้อม    รวมทั้งระบบโลกในการกำกับดูแลที่ส่งผลต่อสุขภาพ ได้แก่ ระบบองค์การสหประชาชาติ   ระบบองค์การการค้าโลก   และระบบที่เกิดจากข้อตกลงที่ แบรตตันวูด คือ ธนาคารโลก กับ ไอเอ็มอฟ   ที่เสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ    ด้านพลังอ่อน ที่มีข้อมูลชัดเจนว่าประเทศรวยมีอิทธิพลเหนือประเทศยากจน    ด้านความไม่สมดุลของความรู้    ด้านพลังของธุรกิจการค้า (CDoH – Commercial Determinants of Health)   

โดยมีรากฐานของปัญหาคือ (๑) คอร์รัปชั่น และความอ่อนเอของกลไกธรรมาภิบาล ในประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ  (๒) หนี้สิน  หรือการรับความช่วยเหลือ  (๓) รากฐานทางประวัติศาสตร์ ที่เคยเป็นเมืองขึ้น 

แนวทางแก้ปัญหาคือ ขจัด ความแตกต่าง ๓ ด้านหลักคือ  (๑) อำนาจ  (๒) ความรู้  (๓) เศรษฐกิจ    โดยมีรายละเอียดมากมาย   

ตามด้วยช่วงถามและเสนอข้อคิดเห็น    ที่สรุปหัวใจด้านบวกในการแก้ปัญหา geopolitics คือการที่พลเมืองโลกมีสำนึกว่า ทุกคน ทุกประเทศ อยู่ในเรือลำเดียวกัน มีชตากรรมร่วมกัน                   

ตามด้วยการแสดงในพิธีปิด ที่ใช้รามเกียรติยุคใหม่ ชี้ให้เห็นว่า มนุษยชาติจะอยู่รอดได้ต้องมีวิธีอยู่ร่วมกัน ทั้งในหมู่มนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ 

วิจารณ์ พานิช

๒๗ ม.ค. ๖๗

 

1

2

3

4

5

6

7