รายงาน..
คือคำที่คุ้นชินของครูและผู้บริหารโรงเรียน เป็นงานที่บั่นทอนเวลาการสอนของครูมิใช่น้อย
ปัจจุบันการรายงานมีปัญหาไม่มากเหมือนเมื่อก่อน เพราะมีครูธุรการ แต่ถึงอย่างไรครูธุรการก็ไม่สามารถรายงานได้ทุกเรื่อง ต้องอาศัยผู้บริหารที่ใส่ใจและครูที่เอื้ออาทร ร่วมด้วยช่วยกัน
ผมมีความชำนิชำนาญเรื่องรายงานตั้งแต่เป็นศึกษานิเทศก์ ตอนนั้นอยู่ อ.ศรีสวัสดิ์ หนทางกันดารห่างไกลหนักหนา การคมนาคมและการสื่อสารไม่สะดวกเอาเสียเลย
สปจ.ให้ส่งรายงานเยอะแยะไม่แพ้ปัจจุบันเลยสักนิด ผมรับมาเหมือนไปรษณีย์ แล้วก็ส่งไปให้โรงเรียน โดยวางไว้ในช่องที่เหมือนรังนกกระจอก พอครูมาราชการก็รับงานไป แค่นี้แต่ยังไม่จบ
จากนั้นก็รอไปเถิด บางโรงเรียนก็นิ่งสนิทไม่เกิดมรรคเกิดผลแต่ประการใด เวลาก็ล่วงเลยใกล้จะหมดเวลาผมต้องสรุปรายงานของโรงเรียนตามที่สปจ.สั่งการและกำหนดวันให้ส่งรายงาน
ด้วยเป็นศึกษานิเทศก์ดีเด่น ที่ไม่เน้นทวงงานโรงเรียน ก็เลยกรอกข้อมูลให้โรงเรียนที่ยังไม่มาส่ง โดยเทียบเคียงข้อมูลเดิมที่เคยมีอยู่ จากนั้นก็หาค่าเฉลี่ยร้อยละ สรุปรายงานเป็นของอำเภอ เพื่อทำหนังสือนำส่งให้ สปจ.
หลายครั้งหลายหน ที่โรงเรียนวิทยุมาบอกว่าได้เดินทางลงมาจากภูเขา มาฝากงานไว้ที่ป้อมตำรวจตรงสามแยกถนนใหญ่ในเส้นทางเข้าอำเภอฯ ให้ศน.ไปรับด้วย ผมก็ครับแล้วขอบคุณ ขณะที่ไปรับต้นฉบับรายงานนั้น ผมทำรายงานภาพรวมเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ฮา)
จึงเป็นอำเภอในระดับต้นๆที่ส่งทัน ผมมั่นใจว่าจังหวัดไม่อ่านรายงานหรอก เพราะเขาต้องรีบนำส่ง สปช.(เดิม) เพิ่มเติมคือบทเรียน ว่าถ้าจะเป็นนักวิชาการหรือเป็นนักบริหารต้องรู้จักวิธีการแก้ปัญหา
พอมาเป็นผู้บริหารสถานศึกษา อาสาทำธุรการเอง คราวนี้ก็เข้าทางเลย ต่อมามีครูธุรการฯ ผมก็ยังทำอยู่ บอกครูธุรการว่าไม่ต้องส่งเรื่องบางเรื่องไปถึงครูผู้สอน เราสองคนมาช่วยกันดูช่วยกันกรอง ให้ครูเขาสอนให้เต็มที่
โรงเรียนเล็กๆที่ครูไม่ครบชั้น การรับทราบหนังสือราชการเพื่อทำสรุปรายงานฯ ครูผู้สอนจะเข้าภวังค์ สติสตังค์จะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว โดยเฉพาะครูบรรจุใหม่ บางคนทิ้งเด็กทิ้งการสอน ออกมาจากห้องเรียน ยิ่งกว่าการอบรมสัมมนาเสียอีก
รายงาน..มีความเฉพาะตัวอยู่ในตัวมันเอง บางเรื่องตรงเป๊ะ ต้องให้ครูเจ้าของโครงการไปดำเนินการ หลายเรื่องครูต้องรับทราบทันที จะรายงานส่งเดชไม่ได้ อาทิรายงานที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารบุคคล รายงานการเรียนการสอน(ผลสัมฤทธิ์) และรายงานการเงินและงบประมาณ เป็นต้น
โรงเรียนขนาดใหญ่ครูเยอะ ระบบงานสารบรรณจะมีขั้นมีตอน และมักจะไม่ประสบปัญหาเท่าไรนัก ทำให้รายงานฉับไวในทุกเรื่องราว แต่โรงเรียนเล็กๆ ผอ.ต้องกรองและประสานครูธุรการให้มากที่สุด เพื่อลดทอนงานให้เบาบางลง
ผอ.อย่างผม เคยกรอกข้อมูลและรายงานเองหลายเรื่อง ได้แก่ รายงานโภชนาการ ทันตสุขภาพ ไข้เลือดออก ยาเสพติด การปลูกต้นไม้ รายงานลูกเสือ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่อมาไม่ค่อยพบการสั่งการในเรื่องนี้แล้ว
ส่วนแบบสอบถามและงานวิจัยทั้งหลาย งานผ้าป่า งานรื่นเริงสังสรรค์ จะจบที่โต๊ะผมนี่แหละ เพื่อให้ครูได้สอนเต็มที่ ไม่มีอะไรมาเบียดบังเวลา รายงาน..ยังไงครูเราก็หนีไม่พ้น แต่โรงเรียนสามารถคัดกรองได้ ไม่ใช่เรื่องทุจริต ประพฤติมิชอบ แต่เป็นการบริหารจัดการเพื่อพิชิต “คุณภาพ”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
หมายเหตุ….เขียนเรื่องนี้มา ๒ ปีแล้ว วันนี้มีโอกาสได้อ่านอีกครั้ง เนื่องจากมีเพื่อนครูนำบทความนี้มาแชร์ในเฟสบุ๊ค เข้าใจว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์งานเลือกตั้ง ๒๕๖๙ ที่เพื่อนครูและผู้บริหารต้องมีภาระงานเพิ่มขึ้น



