บันทึกนี้คนแก่ขออนุญาตบ่น โดยเริ่มด้วยโคลงของสุนทรภู่
“คำโบราณท่านว่าเหล็กแข็งกระด้าง เอาเงินง้างอ่อนตามความประสงค์”
เพื่อลดภาวะโลกร้อน มีมาตรการลด Carbon emission โดยคิด Carbon footprint ขึ้น ตามมาด้วยการคิด Carbon credit ว่า กิจการใดช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ต้นเหตุภาวะโลกร้อนได้เพียงใด นำสู่การซื้อ คาร์บอนเครดิต (๑)
มาวันนี้ ผมเพิ่งพบว่ามีการซื้อ ไบโอไดเวอร์ซิตี้เครดิตได้ (๒)
ทำให้อดถามไม่ได้ว่าการซื้อ ๒ แบบนี้ ทำให้สังคมมนุษย์บรรลุสภาพ net zero Carbon emission ยากลงหรือไม่ ผมรู้สึกเหมือนสภาพความประพฤติแบบศรีธนญชัย คือธุรกิจของตนเองก่อ emission ก็เอาเงินกำไรไปหนุนกิจกรรมที่ก่อผลเชิงบวก เพื่อให้ตนยังทำธุรกิจแบบเดิมต่อได้
ในโลกของ carbon emission เงินซื้อได้ทุกอย่าง
แต่ในโลกส่วนตัวของเรา ต้องไม่เป็นเช่นนั้น เงินต้องไม่ช่วยซื้อโอกาสให้เราประพฤติชั่ว เพราะการประพฤติชั่วเป็นการทำลายตนเอง
วิจารณ์ พานิช
๔ พ.ย. ๖๖
May I add ‘salt to the wound’?
มปัญหาใหญ่ที่ COP28 ยังแก้ไม่ตก https://www.thaipost.net/news-update/495586/ …“การมีส่วนร่วม (ลดก๊าซ) ที่ประเทศกำหนด” (NDCs) ตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) โลกจะสามารถลดก๊าซฯ ได้เพียง 7% เท่านั้น นอกจากนี้ กลับพบว่า การให้เงินอุดหนุนการใช้พลังงานฟอสซิลกลับพุ่งสูงถึงกว่า US$7 ล้านล้านในปีที่ผ่านมา… [compare USD 7 TRILLIONS in 2022 to figures in https://indianexpress.com/article/explained/explained-climate/loss-and-damage-fund-approved-cop-28-9049082/ ]