วิทยาลัยการศึกษาและการจัดการทางทะเล มช. ก่อตั้งปี ๒๕๔๔  ผมได้ยินเรื่องราวในการประชุมสภาตอนมีเรื่องหลักสูตร  และตอนแต่งตั้งคณบดี    เพิ่งได้ไปเยี่ยมชมเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖   และเห็นโอกาสที่ มช. จะใช้วิทยาลัยนี้ เป็นฐานสร้าง “ทวินวัตกรรม” (duo innovation)  

คือนวัตกรรมด้านการจัดการระบบทรัพยากรทางทะเล   กับนวัตกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี   

ฟังข้อคิดเห็นของคุณวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ศิษย์เก่า มช.  และอดีต สว.   คหบดีของสมุทรสาคร ที่ครอบครัวบริจาคที่ดิน ๕ ไร่เศษ เป็นสถานที่ก่อสร้างวิทยาลัย    และเป็นผู้ประกอบการด้านการประมง กลุ่มบริษัทศิริชัยการประมง   แล้วผมคิดว่า ยังมีช่องว่างของวิชาการด้านระบบทรัพยากรทางทะเลของไทย   ทั้งที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ   ทรัพยากรภูมิปัญญา   และทรัพยากรมนุษย์ 

โจทย์คือ เราจะสร้างระบบการประมงมูลค่าสูง หรือไฮเทค   และสร้างสังคมที่ผู้เกี่ยวข้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ได้อย่างไร    ในชุมชนประมงไทย   

ผมคิดว่า เป็นความท้าทายระดับ เปลี่ยนขาด (transform) ระบบประมงไทย     ที่ไม่ใช่ระบบที่เน้นข้อได้เปรียบด้านใช้แรงงานราคาถูกอย่างในอดีต    แต่มุ่งใช้แรงงานคุณภาพสูง ร่วมกันเทคโนโลยีระดับสูง   ที่ส่วนหนึ่งพัฒนาขึ้นเองให้เหมาะสมกับบริบทของเรา   

ต้องเริ่มด้วยการวิจัยระบบทรัพยากรทางทะเลไทย  เปรียบเทียบกับระบบของประเทศที่ก้าวหน้า    ตรวจสอบสภาพปัจจุบันของเรา  กับสภาพที่ต้องการใน ๑๐ ปี  ๒๐ ปี   โดยคำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน   

นำสู่การกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธการดำเนินการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มี alignment ของส่วนประกอบต่างๆ ของระบบ   รวมทั้งระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์   ที่ มช. น่าจะร่วมมือกับ มบ. และ มอ. ในการดำเนินการ   

เรื่องนวัตกรรมการเรียนรู้ของ นศ. ระดับปริญญาตรี ของ มช.  เชื่อมโยงกับการมีวิทยาลัยทางทะเลที่สมุทรสาคร    คือโอกาสดำเนินการหลักสูตรปริญญาตรีแบบใหม่ ในลักษณะเป็นโครงการทดลองนำร่อง (sandbox)    ตามแนวทาง non-departmental education system ใน (๑)   ในลักษณะหลักสูตร “เฉพาะราย” (customized)    รับนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดสมุทรสาครหรือจังหวัดใกล้เคียง โดยเลือกคนที่มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน ว่าหลังจบปริญญาตรีจะประกอบอาชีพอะไร   รวมทั้งมีวุฒิภาวะในการรับผิดชอบตนเอง    แล้วร่วมกันออกแบบหลักสูตรที่จะเรียน    แล้วไปเรียน ๒ ปีแรกที่ มช.   ช่วงปิดเทอมยาวกลับมาฝึกงาน (ทำงาน) ที่สมุทรสาคร    

๒ ปีหลังเน้นเรียนโดยปฏิบัติงาน (experiential learning)   ในรูปแบบที่ปฏิบัติแล้วเกิดการเรียนรู้ด้านหลักการเชิงนามธรรมสูงยิ่งขึ้น    เพื่อบรรลุสมรรถนะครบด้าน และในระดับสูง   รวมทั้งมีขีดความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต   

ประเด็นท้าทายที่สุด คือการเตรียมอาจารย์   ให้เปลี่ยนบทบาทเป็น experiential learning facilitator    และเตรียมพัฒนาทักษะ digital-based facilitation    รวมทั้งพัฒนา ชาลาปฏิบัติการ ของการศึกษาที่เป็น “ชาลาปฏิบัติการร่วม” (engagement operating platform) กับภาคธุรกิจทางทะเล    ที่นักศึกษาจำนวนหนึ่งรับทุนการศึกษาจากบริษัท    และถือว่าเรียนไป ทำงานให้แก่บริษัทไป ตั้งแต่ปีแรก    ต้องมีการออกแบบ “ชาลาเรียนรู้” (learning platform) ของนักศึกษาและอาจารย์ ร่วมกับภาคประกอบการ    ไม่ใช่ มช. คิดกันภายในกลุ่มนักวิชาการเท่านั้น 

ทั้งหมดนั้น เพื่อเปลี่ยนขาดการประมงไทย   ให้เป็นการประมงไฮเทค มูลค่าสูง    คุณค่าสูงต่อสังคม    และเอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วิจารณ์ พานิช

๑ พ.ย. ๖๖