Nobel Prize Dialogue Seoul 2023 เรื่อง Future Learning : Exploring Science and Technology  เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๖ เลื่อนมาจากปี ๒๕๖๓ เนื่องจากการระบาดของโควิด ๑๙   การประชุมแบบนี้ครั้งที่แล้วจัดปี 2017  เพื่อสื่อว่า polycrises แก้โดย science  

Future learning,   crises,   greatest benefit of humankind 

ปัญหาทิศทางของการศึกษา 

 

เปลี่ยนขาดการศึกษาในยุคที่มีโอกาสสูง

การนำเสนอเรื่องแรก โดย ศ. Sung-Chul Shin อดีตอธิการบดีของ KAIST  เรื่อง Education Reform in the Era of Great Digital Transformation  ที่กล่าวถึง megatrends คือ hyperconnectivity, superintelligence, Robo sapiens    สู่ปัญหา identity of human being   ที่มนุษย์จะต้องอยู่ร่วม (symbiosis) กับหุ่นยนต์    สู่สภาพ Meta-convergence  

 สู่เป้าหมายการสร้างคนเพื่ออนาคตที่มี 3 spirit : Challenging spirit, Creative spirit, Caring spirit    ดังภาพ 

และเสนอ whole brain education  คือกระตุ้นทั้งสมองซีกซ้ายและซีกขวา   นำสู่การเสนอหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่ไม่เรียนตามสาขาวิชา ดังนี้ 

จัดการเรียนรู้แบบ blended (ทั้งออนไลน์และออนไซต์) และ flipped   รวมทั้งใช้ e-Textbook    ท่านย้ำการพัฒนา Caring spirit เพื่อร่วมกันเอาชนะด้านมืดของโลกดิจิทัล  และเอาชนะวิกฤติของโลก (ภูมิอากาศ  โรคติดต่อ อาวุธนิวเคลียร์  ความยากจนรุนแรง)   ด้วย ethical education   

 

หัวใจของการศึกษา

ต่อด้วย Liz Cho, Director of Learning and Development, Vientiane International School, Laos    เสนอเรื่อง What the heart of education should be   เริ่มโดยตั้งคำถาม

คำตอบคือ

นักการศึกษาต้องมีความเมตตา (kind)   

   

เป้าหมายของการศึกษา

ตามด้วยการอภิปราย What is education for?  โดยผู้ร่วมอภิปราย ๔ ท่านคือ  (1) Linn Goodwin ผู้เป็นศาสตราจารย์ด้านศึกษาศาสตร์   ที่บอกว่า เพื่อยกระดับความเป็นมนุษย์ (human capacity) ที่เป็นสัตว์สังคม   (2) Dzul Razak, International Islamic University, Malaysia  บอกว่า เพื่อให้รู้จักตนเอง     “หัวใจของการศึกษาคือหัวใจ”;   (3) Konstantin Novoselov ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 2010  บอกว่าเพื่อพัฒนาคุณภาพของสมอง ให้มี critical thinking    ที่ผู้ดำเนินการอภิปรายบอกว่า แต่ละท่านเน้นคนละอย่าง    คือเน้น หัวใจ (heart),   สังคม (society),  และสมอง (mind)   

มาถึงผู้ร่วมอภิปรายท่านที่ ๔ คือ Eun-Young Choi ผู้เป็นอาจารย์เคมี สังกัด KAIST    บอกว่า เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสลอง   ตามหลักการ chem-is-try   ลองผิดก็ได้เรียนรู้และลองใหม่ฝึกความอดทนมานะพยายาม                   

ผมขอเชิญชวนให้นักการศึกษาไทย  ครู อาจารย์เข้าไปชมนะครับ    จะได้มิติที่ลุ่มลึกของการเรียนรู้แห่งอนาคต

วิจารณ์ พานิช

๒๖ ต.ค. ๖๖