วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ฝ่ายต่างประเทศของ กสศ. นัดเสวนา ขอความเห็นเรื่อง   (๑) กสศ. ควรได้รับประโยชน์จากความร่วมมือกับภาคีต่างประเทศอย่างไรบ้าง (๒) วิสัยทัศน์เกี่ยวกับงานด้านต่างประเทศของ กสศ. ควรเป็นอย่างไร  (๓) ข้อแนะนำในการขับเคลื่อนงานต่างประเทศในระยะต่อไป   

ผมได้ชี้ให้เห็นว่า กสศ. ประสบความสำเร็จสูงมากในการพัฒนาตนเองเป็นจุดเชื่อมโยงกับองค์การพัฒนาการศึกษาระหว่างชาติ และในต่างประเทศ   เวลานี้หน่วยงานต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาร่วมงานกับประเทศไทยจะต้องมาที่ กสศ. เป็นหลัก    น่าจะมีผลให้งานนี้ของ กสศ. เป็นงานยุ่ง   มีงานวิ่งเข้ามาชนมาก   กลยุทธในการรับมือของผมคือ จัดลำดับความสำคัญของงาน    ว่าจะส่งผลกระทบต่อการยกระดับความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างไร    เลือกทำงานที่ส่งผลกระทบสูง

นั่นคือ เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์พาไป   ต้องมีสติระลึกรู้เป้าหมายที่แท้ของงาน ของชีวิต    ทีมงานของ กสศ. จึงต้องร่วมกันคิดเกณฑ์ในการกำหนดลำดับความสำคัญของเป้าหมายการทำงานด้านต่างประเทศ   ที่นำสู่การกำหนดความสำคัญของงานของฝ่ายต่างประเทศ         

เรื่องนี้ผมมีหลักการของตนเองมาตั้งแต่หนุ่มๆ   ว่าจะไม่มุ่งทำงานเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือชื่อเสียงของตนเอง  เหนือการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม    ช่วยให้ผมมีชีวิตที่ดี (แต่ไม่มีตำแหน่งสูง) มาจนปัจจุบันนี้    กสศ. ไม่อยู่ในโอกาสดีอย่างผม   เพราะการทำงานร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศที่มีเกียรติภูมิสูง ช่วยสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรในสังคมไทย   จึงเป็นมายาที่หากเผลอก็จะหลงทำงานนี้ โดยไม่ได้คิดวิธีสร้างผลลัพธ์และผลกระทบต่อวงการศึกษาไทยอย่างจริงจัง    มายาในชีวิตแบบนี้ผมระมัดระวังมากในชีวิตส่วนตัวของตนเอง    และสังเกตเห็นอยู่ทั่วไปในสังคมไทย   

ผมจึงมีความเห็นว่า  งานต่างประเทศของ กสศ. ต้องเริ่มจากผลลัพธ์และผลกระทบต่อการเปลี่ยนขาดระบบการศึกษาไทยเป็นตัวตั้ง   ไม่ใช่เอาความสัมพันธ์กับองค์กรต่างประเทศเป็นตัวตั้ง   ไม่มุ่งใช้ความร่วมมือเพื่อการประชาสัมพันธ์เป็นหลัก 

ตัวอย่าง องค์กร Pratham ที่เริ่มโดยภาคประชาสังคมอินเดีย แล้วขยายไปหลายประเทศ   ด้วยโมเดลพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เน้นให้ชุมชนช่วยตัวเอง ช่วยกันเอง    ใช้เงินสนับสนุนน้อย    น่าจะได้ร่วมมือนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง    เพื่อลบภาพ กสศ. ที่คนมุ่งรอรับเงินจาก กสศ.   

การทำงาน ที่มุ่งผลกระทบต่อสังคม เป็นกุศล        

วิจารณ์ พานิช

๒๖ พ.ย. ๖๖