องค์กรชื่อ HSD – Human Systems Dynamic Institute ทำงานขับเคลื่อนสังคมที่เป็นระบบ CAS – Complex-Adaptive Systems   บอกว่า ลวดลาย หรือแบบแผน (pattern) จะโผล่ออกมาจากระบบที่ซับซ้อนและปรับตัว      

หมายความว่า ในระบบสังคมมนุษย์ (human systems) คนเรามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน   และในปฏิสัมพันธ์ของคนแต่ละกลุ่มนั้น จะสะท้อนแบบแผนทางสังคมบางแบบออกมา   รวมทั้งสะท้อนตัวตนของสมาชิกแต่ละคนออกมาด้วย    ซึ่งหมายความว่า ภายในตัวตนของแต่ละคนก็จะมีปฏิสัมพันธ์ทางความคิด จนเกิดแบบแผนความคิด ที่เรียกว่า กระบวนทัศน์ (mindset) ของผู้นั้น    เป็นลักษณะประจำตัว    ที่ผู้คนเขารู้ หรือรู้ทัน ปิดบังไม่ได้   

นี่กระมัง ที่เรียกว่าชื่อเสียง   เป็นชื่อเสียงที่ไม่ได้สร้างในรูปแบบของการหาทางป่าวประกาศ    ไม่ใช่ชื่อเสียงจากตำแหน่งหรือยศศักดิ์    แต่เป็นชื่อเสียงที่ผู้อื่นเขาใช้วิจารณญาณของเขาเองและบอกต่อ    เป็นสิ่งผุดบังเกิดขึ้นเอง ไม่มีใครสร้างด้วยกลไกโฆษณาประชาสัมพันธ์ใดๆ   

กลไกสำคัญใน CAS คือปฏิสัมพันธ์    เป็นปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนหลากหลายมิติ    ทั้งที่เป็นมิติตื้นๆ ตามเรื่องราวหรือเหตุการณ์   รวมทั้งมิติที่ลึกและซ่อนเร้น เช่นเป็นปฏิสัมพันธ์เชิงกระบวนทัศน์    ที่สำคัญคือ เป็นปฏิสัมพันธ์ที่มีชีวิต คือสร้างความสัมพันธ์ใหม่ กระบวนทัศน์ใหม่ขึ้นได้เอง    ที่เรียกว่า เป็นสภาพ organic 

โยงสู่มิติของการเรียนรู้    ที่เป็น การเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) ที่การเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกลุ่ม และปฏิสัมพันธ์กับ “คุณอำนวย” หรือโค้ช    มีความสำคัญยิ่ง    โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิสัมพันธ์เชิงบวก เชิงสร้างสรรค์   ในบรรยากาศ กระบวนทัศน์เชิงบวก (positive mindset) เชิงรับฟังซึ่งกันและกัน   แม้ข้อคิดเห็นนั้นจะแย้งความเข้าใจหรือความเชื่อของตน               

เป็นมิติของการเรียนรู้ที่วงการศึกษาไทยจะต้องเอาใจใส่    หากเราจะพัฒนาระบบการศึกษา หรือระบบการเรียนรู้ของประเทศ   ที่ครูจะต้องมีสมรรถนะในการใช้พลังของความซับซ้อนและปรับตัวนี้    เพื่อสร้างแบบแผนใหม่ของระบบโรงเรียน ระบบการศึกษา และระบบการเรียนรู้ของคนทั้งประเทศ     

เพื่อไม่ให้ความซับซ้อนนั้นกลายเป็นโกลาหล    มนุษย์จึงสร้างระบบสถาบัน (institution, organization) ขึ้นมา   โดยสร้างข้อตกลงหรือกฎระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติตาม   สร้างความเจริญก้าวหน้าแก่สังคมมนุษย์อย่างมหาศาลในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา   

ทุกสิ่งมีผลทั้งด้านบวกและด้านลบเสมอ   การจัดระบบความสัมพันธ์ด้วยข้อตกลงหรือกติกา  และมีขั้นตอนความรับผิดชอบ    ที่ก่อผลดีอย่างมากมายมายาวนานนั้น    ถึงตอนนี้เริ่มเห็นชัดว่ามีด้านลบ    คือเกิดการครอบงำ และปิดกั้นความสร้างสรรค์   เพราะไม่กล้าคิดนอกกรอบ   คือกลายเป็นสร้างระบบที่ไม่เป็นธรรมชาติ เป็นระบบที่เป็นเส้นตรงทั้งแนวดิ่งและแนวราบ (simple-linear system)   

จึงมีการคิดวิธีแก้ ด้วยถังทราย หรือกระบะทราย (sandbox)    เปิดโอกาสให้ออกนอกกรอบ สร้างระบบทดลองที่ซับซ้อนและปรับตัว เกิดการเรียนรู้และปรับตัวได้เร็ว     สู่มิติใหม่ของกิจการ หรือของสังคม   

ในยุคนี้ องค์กร และสังคม ที่รู้จักใช้พลังของความซับซ้อนและปรับตัวได้ดี    จะพัฒนาก้าวหน้าได้ดีกว่า     

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ต.ค. ๖๖