วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๖ สำนักครู กสศ. จัด mini workshop ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ร่วมกันแนะนำทิศทางและยุทธศาสตร์ของโครงการ TSQP (Teacher and School Quality Program) เริ่มปี ๒๕๖๒ ที่ดำเนินการหนุนโรงเรียนขนาดกลางจำนวนหนึ่ง (เริ่มที่ ๗๒๗ โรงเรียน) ให้พัฒนาคุณภาพของตนเอง ด้วยเครื่องมือ 5Q (Quality) คือ Q – Coach, Q-Info, Q-Goal, Q-Classroom, และ Q-PLC
เมื่อทีมโค้ช (เริ่มด้วย ๑๑ ทีม ตอนปีสุดท้ายเหลือ ๘) ไปดำเนินการ ก็มีการนำ Q อื่นๆ ไปดำเนินการแยกย่อยอีกมากมาย เช่น Q-BBL, Q-ปัญญาภายใน, Q-เพาะพันธุ์ปัญญา, DE, online PLC เป็นต้น สะท้อนการให้อิสระแก่โรงเรียนและทีมโค้ช ในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ที่เราเรียกชื่อโครงการอีกชื่อหนึ่งว่า “โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง”
เมื่อใกล้สิ้นสุดโครงการ TSQP อย่างเป็นทางการตอนกลางปี ๒๕๖๖ ก็เริ่มมีคำว่า TSQM ขึ้นมาตอนปี ๒๕๖๕ สะท้อนแนวคิดว่า TSQP ไม่ตายแต่แปลงโฉมไปเป็น Movement ซึ่งหมายความว่า เน้นให้โรงเรียนและภาคีเครือข่ายของโรงเรียน ลุกขึ้นมาเป็นแกนนำของการขับเคลื่อนขบวนการโรงเรียนพัฒนาตนเอง
ถึงตอนนี้ ผมเกิดความคิดว่า คำที่เหมาะกว่าคือ TSQN โดย N ย่อมาจาก Network สื่อความหมายว่า กสศ. จะหนุนให้โรงเรียนที่ต้องการพัฒนาตนเอง รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และช่วยเหลือกัน หนุนโดยภาคีหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งต้นสังกัด
ในด้านถ้อยคำ ผู้รู้บอกว่า แม้คำ Movement จะสื่อการกระจายอำนาจการดำเนินการ แต่คำว่า Network สื่อการกระจายอำนาจยิ่งกว่า
ผมจึงลองตีความคำว่า Teacher and School Quality Network ว่าหมายถึงอะไร มีหลักการและองค์ประกอบสำคัญๆ อะไรบ้าง
หลักการสำคัญที่สุดคือ ความมีอิสระและคล่องตัวของโรงเรียนในการดำเนินการพัฒนาตัวเอง มีการลดพันธนาการจากส่วนกลางให้เหลือน้อยที่สุด เหลือเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยที่มีกลไกและเงื่อนไขที่ช่วยให้ความเป็นอิสระและคล่องตัวของโรงเรียนนั้น ให้ผลในทางเป็นคุณ มีการป้องกันไม่ให้อิสรภาพและความคล่องตัวนำสู่เส้นทางที่เป็นโทษ
หลักการที่สอง คือ ปรับการจัดสรรทรัพยากรสนับสนุน ให้ไปยังจุดหรือกิจกรรมที่ก่อผลกระทบต่อคุณภาพของผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนอย่างแท้จริง ซึ่งอาจเรียกว่า ลด waste หรือความสูญเปล่าด้านทรัพยากรสนับสนุนโรงเรียน โดยที่การปรับปรุงนี้ ได้ข้อมูลหลักฐานมาจากโรงเรียน มีโรงเรียนเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลง มีกลไกการวิจัยเชิงระบบ (Education Systems Research) หาข้อพิสูจน์หรือหลักฐาน นำสู่การกำหนดนโยบายบนฐานของข้อมูล (evidence-based policy)
เท่ากับโรงเรียนมีส่วนกำหนดนโยบาย หรือกำหนดการพัฒนาระบบการศึกษา ผ่านการริเริ่มสร้างสรรค์ ของตนเอง ที่เป้าหมายโดยตรงอยู่ที่คุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน แต่มีผลกระทบต่อการพัฒนาระบบการศึกษาด้วย ผ่านการสร้างข้อมูลหลักฐานว่า วิธีการที่ตนริเริ่ม ให้ผลดีกว่าวิธีการเดิม
TSQN จึงมีทั้งเป้าหมายปฐมภูมิ (primary goal) และเป้าหมายทุติยภูมิ (secondary goal) เป้าหมายปฐมภูมิอยู่ที่การพัฒนาเด็กและครู (รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) เป้าหมายทุติยภูมิอยู่ที่การพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ
เรื่องการใช้โรงเรียนเป็นแหล่งสร้างข้อมูลหลักฐานสู่การพัฒนาระบบการศึกษา ผมยังไม่เคยเห็นมีกล่าวไว้ที่ใด จึงขอเสนอไว้ในที่นี้
TSQN จึงเป็นคล้ายๆ เครือข่ายที่ครูและโรงเรียนร่วมกันหาวิธี และแลกเปลี่ยนวิธีการดำเนินการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน และเป็นระบบนิเวศ หรือเวที “ปล่อยของ” หรือเสนอผลงานที่น่าภูมิใจ และกลวิธีรวมทั้งรายละเอียดของวิธีดำเนินการ และการเอาชนะอุปสรรคขวากหนาม สู่การบรรลุผลงานนั้น
สมมติฐานของการเข้าเป็นสมาชิกของ TSQN จึงไม่ใช่การเข้าเครือข่ายแห่งความราบรื่น และได้รับการอุปถัมภ์อุ้มชู แต่เป็นเครือข่ายของการร่วมกันเผชิญความท้าทาย
TSQN อาจเป็น “เครือข่ายของเครือข่าย” เช่นมีเครือข่ายโรงเรียนภายในจังหวัด ๑๗ จังหวัด (ที่เสนอตัวเข้ามาที่ กสศ.) แล้ว ๑๗ จังหวัดมาเป็นเครือข่ายกันอีกทีหนึ่ง หรือครูภายในประเทศอาจรวมตัวกันเป็น เครือข่ายครูคณิตศาสตร์ เครือข่ายครูวิทยาศาสตร์ ฯลฯ แล้วเครือข่ายเหล่านี้มาเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายครู เป็นต้น
สมาชิกของ TSQN ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียน หรือครูเท่านั้น จังหวัด เขตพื้นที่ และคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ ก็เป็นสมาชิกได้ โดยที่สมาชิกต้องมีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ในลักษณะของการเรียนรู้องค์รวม
วิจารณ์ พานิช
๑๖ ต.ค. ๖๖
I don’t hear much about TSQP, TSQM, nor TSQN elsewhere. It seems that some forms of public identity and public relation would be helpful. The public can understand the issues and the goals. The ‘activists’ can solidify their public image, goals, and sense of belonging (to a community).
In marketing term “Branding” may be useful.