องค์การอนามัยโลกดำเนินการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศต่างๆ ด้วยข้อมูลหลักฐาน เรียกเป็นภาษาวิชาการว่า EIP – Evidence-Informed Policy  หรือ E2P – Evidence to Policy   ในปี ๒๕๖๕ ได้เผยแพร่เอกสาร  Implementing citizen engagement within evidence-informed policy-making    และในปี ๒๕๖๔ เผยแพร่เอกสาร Voice, agency, empowerment - WHO Handbook on Social Participation for Universal Coverage  และในปีนี้จะออกเอกสาร  Citizen Engagement in Evidence-Informed Policy-Making: A Guide to Mini-Publics  ที่ผมเคยเอ่ยถึงที่ (๑)    รวมทั้งจะจัดการประชุม EIP Summit  2023 ที่ผมเล่าไว้ที่ (๒)   

 Mini-Publics คืออะไร   คือเครื่องมือที่องค์การอนามัยโลกพัฒนาขึ้นสำหรับใช้ช่วยให้กระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนมีการกระจายกลุ่มประชาชนไปถึงทุกกลุ่ม   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้ไปถึงกลุ่มที่ด้อยโอกาสหรือต้องการผลจากนโยบายนั้นจริงๆ   มีจุดเริ่มต้นของแนวความคิดทางวิชาการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989  และมีพัฒนาการเรื่อยมา 

มองจากมุมของพลเมือง Mini-Publics คือกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ตัวแทนของชุมชน เพื่อทำหน้าที่ร่วมตัดสินใจเชิงนโยบาย (ด้านสุขภาพ) ที่ส่งผลต่อชุมชนนั้น    กระบวนการ Mini-Publics ช่วยให้ได้คนที่เป็นตัวแทนทุกกลุ่มในชุมชน    และช่วยให้กลุ่มตัวแทนนั้น ทำหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพ      

ต้นฉบับเอกสาร  Citizen Engagement in Evidence-Informed Policy-Making: A Guide to Mini-Publics บอกว่า กระบวนการ มี ๔ ขั้นตอนคือ  inception, preparation, deliberation, และ influence  ใช้เวลารวมประมาณ ๑ ปี หรือปีเศษ    น่าจะเหมาะมากสำหรับใช้กับการกำหนดนโยบายสาธารณะในพื้นที่ระดับเทศบาล  หรือ อบต. หรืออำเภอ     

ทำให้ผมนึกถึงผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ แห่งบ้านหนองกลางดง  อ. สามร้อยยอด  จ. ประจวบฯ  ที่ผมเล่าไว้เมื่อ ๑๕ ปีก่อน (๓)    วิธีพัฒนาชุมชน (หมู่บ้าน) ของท่านคือ สภาชุมชน  ข้อมูลชุมชน  และแผนแม่บทชุมชน    เป็นการพัฒนาแบบ Citizen-Owned Action คือไปไกลกว่า Citizen-Engagement 

กลับมาที่ต้นฉบับเอกสาร Citizen Engagement in Evidence-Informed Policy-Making: A Guide to Mini-Publics   ที่ผมตีความว่า หัวใจคือการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อยกระดับนโยบายสาธารณะในพื้นที่ที่ตัวแทนทั้งหลายดำรงชีวิตอยู่    ให้เป็นนโยบายที่เอื้อให้เกิดชีวิตที่ดี มีความเท่าเทียมกัน   โดยมีฝ่ายสนับสนุน ๓ กลุ่มคือ commissioner, organizers, และ facilitators 

Commissioners หมายถึงตัวบุคคลผู้รับผิดชอบโครงการขององค์กรที่ให้การสนับสนุนโครงการ  ที่อาจเป็นองค์กรด้านสาธารณสุข  องค์กรของรัฐ หรือองค์กรด้านรัฐสภา 

Organizers หมายถึงกลุ่มบุคคลผู้ทำหน้าที่จัดการและประสานงานกระบวนการทั้งหมด   

Facilitators หมายถึงกลุ่มบุคคลผู้ทำหน้าที่ออกแบบ และเอื้ออำนวยกระบวนการในขั้นตอนต่างๆ ของ mini-publics   แก่ผู้เข้าร่วม ทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน   

จะเห็นว่า กระบวนการ mini-publics ค่อนข้างเอิกเกริก และใช้ทรัพยากรสูง   เป็นข้อจำกัดของกระบวนการนี้   ความยากอยู่ที่การทำให้ตัวแทนของกลุ่มด้อยโอกาส  หรือกลุ่มเสียผลประโยชน์ จากโครงการที่จะขอความเห็นของสาธารณชน ได้ออกความเห็นอย่างมีความมั่นใจในตนเอง เข้าใจข้อมูลหลักฐาน  และอย่างสุจริตใจ    ยิ่งในสังคมแบบไทย สิ่งที่ต้องเอาชนะคือความเป็นพวกพ้อง การมีกระบวนการลับๆ นอกแบบเพื่อขอการสนับสนุนแนวทางใดแนวทางหนึ่ง    ที่ทำให้หลักการ EIP – Evidence-Informed Policy บิดเบี้ยว    ทีมดำเนินการและผู้เอื้อกระบวนการจึงต้องมีความสามารถด้านนี้    mini-publics จึงจะให้ผลตามหลักการในเอกสารนี้   

๔ ขั้นตอนของกระบวนการจึงต้องเตรียมการและดำเนินการอย่างระมัดระวัง   ดังนี้ 

ขั้นเริ่มต้น (inception)   ช่วงนี้ผู้แสดงบทบาทหลักคือ commissioners   ดำเนินการสร้างเครือข่ายองค์กรร่วมมือ   เครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย   และองค์กรด้านประชาสังคม    organizers อาจเข้าร่วมแสดงบทบาทด้านการกำหนดขอบเขตของกิจกรรม (scoping activities) หรือยังไม่เข้าร่วม    ช่วงนี้ใช้เวลา ๑ - ๖ เดือน    

ขั้นเตรียมการ (preparation)   ผู้แสดงบทบาทหลักคือ organizers  เสริมโดย commissioners รับผิดชอบจัดกลไกกำกับดูแล  และ facilitators เข้าร่วมออกแบบกระบวนการ mini-publics     เป็นขั้นตอนกำหนดรูปแบบการทำงาน เพื่อให้เกิดกระบวนการขึ้น    ได้แก่ การสรรหาผู้เข้าร่วม   การรวบรวมข้อมูลหลักฐาน   การเชิญวิทยากร   การร่วมออกแบบ mini-publics   การวางแผนดำเนินกระบวนการ    ช่วงนี้ใช้เวลาอย่างน้อย ๒ เดือน    

ขั้นดำเนินการร่วมกันอย่างใคร่ครวญ (deliberation)   ผู้แสดงบทบาทหลักคือ organizers และ facilitators ดำเนินการสนับสนุนและเอื้อกระบวนการให้ผู้เข้าร่วม mini-publics ทำงานร่วมกันใน ๓ ขั้นตอนคือ (๑) การประชุมเริ่มต้น (induction meeting) ทำความเข้าใจเป้าหมายและกระบวนการ  (๒) การประชุมตีความข้อมูลหลักฐาน และใคร่ครวญเรื่องราวอย่างละเอียดรอบคอบ  (๓) สู่การตกลงข้อสรุป และข้อเสนอเชิงนโยบาย    ในช่วงนี้ commissioners สนับสนุนด้านการกำกับดูแล     ใช้เวลาดำเนินการช่วงนี้ ๑ - ๑๔ วัน    กระจายอยู่ในช่วงเวลา ๑ - ๑๒ เดือน    ขึ้นกับความซับซ้อนของประเด็น   

ขั้นนำสู่นโยบาย (influence)   ดำเนินการโดย commissioners ร่วมกับ organizers โดยร่วมมือกับเครือข่ายกลไกนโยบาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย    เพื่อให้ข้อเสนอไปสร้างผลกระทบที่ทุกจุดของกลไกนโยบาย รวมทั้งไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง    ขั้นตอนนี้รวมการประเมินโครงการด้วย    ขั้นตอนนี้ใช้เวลาอย่างน้อย ๖ เดือน    

เอกสารขององค์การอนามัยโลกมีรายละเอียดมาก    เป็นเอกสารนำทางในการดำเนินการ    ที่ผมมองว่า หากจะนำมาใช้ ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของงานหรือนโยบายที่เราต้องการให้เกิดขึ้น    โดยเฉพาะบริบทด้านพื้นที่ และเศรษฐสังคมของพื้นที่นั้นๆ 

ผมมองว่า กระบวนการนี้จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กว่าที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน    รวมทั้งเมื่อใช้อย่างถูกต้องในพื้นที่ใด น่าจะช่วยให้เกิดบรรยากาศความไว้วางใจต่อกันและกัน (mutual trust) ขึ้นในสังคมนั้น   ซึ่งเป็นผลลัพธ์ด้านสุขภาวะทางสังคม ที่มีค่ายิ่ง   

วิจารณ์ พานิช

๑๖ ส.ค. ๖๖