ข้อสะท้อนคิดการเรียนรู้เชิงรุก โดย ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ ตอนที่ ๑ เตรียมเข้าชุมชน  

เมื่อวันจันทร์เริ่มเปิดเรียนรายวิชาเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ครอบครัว 1 สำหรับ นศ ปี 2 โดยรายวิชานี้มีเวลาเรียน 4 สัปดาห์ รวมฝึกปฏิบัติในชุมชนด้วย 1 สัปดาห์ วัตถุประสงค์สำคัญคือให้ นศ ได้ฝึกพูดคุย สร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน ศึกษาสุขภาพกาย จิต สังคม ปัญญาและปัจจัยกำหนดสุขภาพของคนในชุมชน โดยก่อนฝึกปฎิบัติในชุมชนมีการเรียนนี้แบบกลุ่มย่อยและบรรยายเพื่อเตรียม นศ ให้พร้อมระดับหนึ่ง

 

ปีนี้ผมทึ่งกับความพยายามของ นศ กลุ่มย่อยผมมาก ๆ วันแรกที่พบกันในกลุ่มย่อยเมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา ได้แจกสถานการณ์การเรียนรู้ซึ่งเป็นโจทย์ให้ นศ ไปฝึกปฎิบัติจริงในชุมชน ระหว่างกระบวนการกลุ่มวันนั้นได้ให้ นศ ใช้ความรู้ที่มีตอบโจทย์ให้ได้มากที่สุด ประเด็นไหนไม่รู้หรือยังไม่แน่ใจก็ใส่เป็นวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ นศ ไปค้นคว้ามาตอบครั้งต่อไปตามกระบวนการเรียนกลุ่มย่อยใน problem-based learning ท้ายคาบผมได้บอก นศ ว่า สำหรับผมหาก นศ ยังไม่มีความรู้เพียงพอผมคงยังไม่ให้ นศ เข้าฝึกปฏิบัติในชุมชน เพราะ ผมถือว่าเป็นการกระทำผิดต่อคนในชุมชน

และบอกว่าการเรียนแบบกลุ่มย่อยไม่ได้เน้นให้ได้แต่ผลลัพธ์ แต่มุ่งเน้นกระบวนการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง วิเคราะห์ ถกอภิปราย และการทำงานเป็นทีม ผมเน้นว่าสมาชิกกลุ่มควรช่วยกันส่งเสริมให้เพื่อนที่ไม่ค่อยกล้าพูดได้แสดงความคิดเห็นด้วย

 

เมื่อวานเช้าเป็นการเข้ากลุ่มย่อยครั้งที่ 2 ซึ่งต้องมีการติดตามการไปหาเนื้อหาที่ตั้งวัตถุประสงค์การเรียนรู้ไว้และต้องวางแผนการเข้าฝึกปฏิบัติในชุมชนที่จะเริ่มในวันจันทร์ ผมจึงบอกว่าในเวลา 3 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงแรกให้พูดและอภิปรายความรู้ที่ไปหามาได้แค่ไหนก็หยุดแค่นั้น แล้วค่อยมาคุยกันต่อในกลุ่มย่อยครั้งที่ 3 ในวันพุธ อีก 1 ชั่วโมงที่เหลือคุยวางแผนว่าจะทำอะไรบ้างในการเข้าฝึกปฏิบัติในชุมชน โดยผมปรามาสไว้ว่าคงพูดอภิปรายความรู้ได้ไม่หมดใน 2 ชั่วโมงแน่นอน พอเริ่มพูดอภิปรายผมสังเกตได้ถึงการพูดคุยกันในกลุ่ม นศ นอกรอบเตรียมการให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้พูดอภิปราย และที่ประทับใจผมมาก ๆคือ นศ ได้พูดอภิปรายองค์ความรู้ครบใน 2 ชั่วโมงตั้งแต่ความหมายของคำต่าง ๆ วิธีสร้างความสัมพันธ์ วิธีศึกษาชุมชน ประเภทข้อมูล สุขภาพ 4 มิติและปัจจัยกำหนดสุขภาพทั้งของไทยและองค์การอนามัยโลก โดยนอกจากการนำความรู้ที่ได้จากการฟังบรรยายแล้ว นศ ยังไปสืบค้นจากแหล่งต่าง ๆ มา ทำให้ผมได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นไปด้วย น่าสนใจคือแหล่งที่ นศ อ้างอิงหลายรายการมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหลาย ๆ แห่ง ซึ่งมีบางคนปรามาสว่าองค์ความรู้อาจไม่แน่น แต่ผมเห็นหลายครั้งแล้วว่า ม. ราชภัฎและราชมงคลมีทั้งองค์ความรู้ที่ดีและปฏิบัติได้เก่ง ที่ผมประทับใจมากขึ้นไปอีก คือ นศ ได้คำนวณค่าทางสถิติสุขภาพและข้อมูลประชากรจากข้อมูลที่ได้มาจาก รพสต และนศ ได้ไปสืบค้นข้อมูลจาก HDC (Health data center) ตามวิธีที่ อ แนะนำในการบรรยาย 

 

เมื่อมาถึงการวางแผนเข้าฝึกปฏิบัติในชุมชน นศ วางแผนได้ดีว่า 2 วันแรกจะทำความรู้จักกับชาวบ้านก่อน แต่หากครอบครัวไหนไม่สะดวกให้เข้าหลายครั้งก็จะทำการศึกษาข้อมูลสุขภาพและปัจจัยกำหนดสุขภาพของครอบครัวนั้นไปเลย และเมื่อผมถามถึงแนวคำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นศ บอกจะไปคุยกันในรายละเอียดนอกรอบ และจะบอกผมอีกทีก่อนเข้าชุมชนวันจันทร์

ทั้งหมดนี้ทำให้ผมอึ้งไปเลยว่าในเวลาไม่ถึง 2 วันเต็ม นศ ทำได้ดีมาก (ผมได้ชมต่อหน้า นศ ไปแล้วตามที่สมาชิกกลุ่มผมปีก่อน ๆ ได้เสนอให้ผมชมบ้าง) ผมเห็นความสามารถ นศ แบบนี้แล้ว ผมคงต้องตั้งคำถามให้นศ ได้แสดงความสามารถให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะ ผมเชื่อว่าความสามารถไม่มีขีดจำกัด ขอเพียงเปิดโอกาสให้แสดงออก

 

โปรดติดตามตอนต่อไป ขอบคุณมากครับ