หนังสือ อ่าน เล่น ทำงาน : ๓ คำมหัศจรรย์ สร้าง EF (๒๕๖๓) เขียนโดย นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เป็นหนังสือที่พ่อแม่ที่มีลูกเล็ก และครู/พี่เลี้ยงเด็กเล็กต้องอ่าน
มีสาระที่บอกประเด็นเข้าใจผิดของพ่อแม่และคนทั่วไป ตลอดเล่ม รวมทั้งมีเรื่องราวของการสื่อสารการตลาดเพื่อล้วงกระเป๋าพ่อแม่ ที่จ่ายไปแล้วลูกไม่ได้ประโยชน์ หรือในบางกรณี เกิดโทษ
เป็นเรื่องของการพัฒนาตัวตน และสายสัมพันธ์ (attachment) ของเด็ก ที่สำคัญยิ่งต่อชีวิตในอนาคต คนที่ไม่พัฒนาสายสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด จะไม่สามารถโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นมนุษย์เต็มตัวได้
ผู้สนใจเรื่องการพัฒนา EF ให้แก่ลูก อ่านแล้วจะเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องลี้ลับอะไร เพียงพ่อแม่ทำหน้าที่พ่อแม่คืออ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนเป็นกิจวัตร ให้ลูกได้เล่นอิสระ และมอบหมายงานให้ทำตามวัย แค่นี้ EF ก็พัฒนาขึ้นครบถ้วน
ผมเกิดมามีบุญ แม้เป็นลูกคนบ้านนอก ฐานะไม่ดี (ในช่วงที่ผมเกิดและเป็นเด็กเล็ก) แต่ผมได้รับทั้ง ๓ อย่างนี้จากพ่อแม่ครบด้าน รวมทั้งได้คำพูดของพ่อหรือแม่ที่ก้องอยู่ในหูผมจนบัดนี้ ไว้เป็นสติเตือนใจ
เพิ่มเติมวันที่ ๑๔ ส.ค. ๖๖
ผมเอาหนังสือเล่มนี้ไปมอบให้ ศ. ดร. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา ๑ เล่ม ท่านเขียนจดหมายมาบอกว่า ท่านได้อ่านตลอดเล่ม และรำลึกว่าคุณแม่ของท่านอ่านหนังสือนิทานให้ฟังก่อนนอนจนถึงเรียนชั้นประถม ศ. ฉัตรทิพย์ เป็นปราชญ์ของแผ่นดิน
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ก.ค. ๖๖ เพิ่มเติม ๑๔ ส.ค. ๖๖
I read this “..อ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนเป็นกิจวัตร ให้ลูกได้เล่นอิสระ และมอบหมายงานให้ทำตามวัย..” many times and could not leave it out of my mind. It assumes that parents know which books are good or not so good, which plays or games, and which chores… For examples I would worry about ‘Jack and the Bean Stalk’ (A boy traded against parents’ wishes, later stole and eventually killed for his own benefits), there are concerns over ‘games on internet’, excessive force against other players in football fields (for 4 years old children), reports on child labor are common among low income families.
In most families, parental love would be sufficient. But there could be exceptions arising from difficult and uncertain financial and psychological circumstances that ‘help’ would be beneficial for the children.