ชื่อผลงาน: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ชื่อผู้ส่งผลงาน: นางสาวปรินทร์ณัฐชา อธิมงคลโรจน์
โรงเรียนวัดอัมพวัน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี
ตำบล พรหมบุรี อำเภอ พรหมบุรี จังหวัด สิงห์บุรี โทรศัพท์ 081-5979544
E-mail [email protected]
เว็บไซต์โรงเรียน https://data.bopp-obec.info/web/home.php?School_ID=1017610092
1. ความสำคัญของผลงาน
1.1 ความเป็นมาและสภาพของปัญหา
การอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านการเขียนทำให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยมต่างๆรวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านการเขียนจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง เช่น การอ่าน การเขียนเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ ผู้อ่านหรือเขียนมากย่อมรู้มากและถ้านำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม สังคมย่อมมีประสิทธิภาพในการพัฒนาในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
แบบฝึกทักษะเป็นนวัตกรรมการสอนแบบหนึ่งที่จะช่วยให้การเรียนการสอนบรรลุวัตถุประสงค์อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกทักษะหลาย ๆ ด้าน แบบฝึกทักษะมีความจำเป็นและมีประโยชน์มากสอดคล้องกับ (วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์, 2545,หน้า 130-134) ได้กล่าวว่า แบบฝึกหรือแบบฝึกหัด หรือเรียกว่า แบบฝึกเสริมทักษะ เป็นสื่อสำหรับการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่เป็นส่วนเสริมเพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะเพิ่มขึ้น แบบฝึกทักษะส่วนใหญ่จะอยู่ท้ายบทเรียนและบางวิชาจะแยกเป็นแบบฝึกหัดอีกเล่มต่างหาก นอกจากนี้ แบบฝึกหรือแบบฝึกหัดนั้นยังเป็นงานหรือกิจกรรมที่ผู้สอนสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนทำหลังจากเรียนจบเนื้อหาในช่วงหนึ่ง ๆ มีจุดประสงค์เพื่อฝึกฝนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ และความเข้าใจ รวมทั้งเกิดความชำนาญในเรื่องนั้น ๆ อย่างถ่องแท้มากยิ่งขึ้น (สุวิทย์ มูลคำ และสุนันทา สุนทรประเสริฐ, 2550, หน้า 53) และแบบฝึกทักษะยังเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ในการฝึกทักษะให้กกับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทบทวนความรู้ ความเข้าใจหลังจากเรียนจบเนื้อหาไปแล้วทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเกิดความชำนาญในเรื่องนั้น ๆ (นารี ศรีปัญญา, 2556,หน้า 46)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ตระหนักและเห็นความสำคัญของการอ่านออก เขียนได้ ลายมือสวย จึงได้กำหนดนโยบายและจุดเน้นให้สถานศึกษาทุกแห่งนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการ
อ่าน และการเขียนให้แก่ผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
จากนโยบายและจุดเน้นสู่การปฏิบัติ โรงเรียนจึงได้ทำการประเมินความสามารถในการอ่านการเขียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 บางส่วนยังขาดทักษะในการอ่าน และการเขียน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในวิชาภาษาไทยและกลุ่มสาระอื่นๆ ต่ำกว่าเป้าหมาย จึงตระหนักและได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนในวิชาอื่นๆ นักเรียนจำเป็นต้องอ่านออกเขียนได้ทุกคน และเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ในเรื่อง การอ่านออก เขียนได้ ลายมือสวย จึงได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อเป็นการแก้ไข และ พัฒนาการอ่านและการเขียนให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน
1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา
ข้าพเจ้ามีความสนใจที่จะพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยที่ยังไม่ประสบความสำเร็จดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยได้เลือกดำเนินกิจกรรมการพัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ เป็นสื่อสำหรับการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่เป็นส่วนเสริมเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะเพิ่มขึ้น แบบฝึกทักษะส่วนใหญ่จะอยู่ท้ายบทเรียน
โดยแบบฝึกทักษะที่พัฒนาขึ้นนั้นเกี่ยวกับการอ่านและการเขียนคำของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เนื่องจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลการทดสอบการอ่านและการเขียนไม่ผ่านการประเมิน เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่สามารถจำในพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ไทยได้ ซึ่งการอ่านและการเขียนเป็นพื้นฐานการสื่อสารสำคัญ ที่นักเรียนต้องใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ข้าพเจ้าจึงให้ความสำคัญและแก้ปัญหาโดยการใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ไทยได้และนักเรียนสามารถอ่านและเขียนคำได้ถูกต้อง
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1 การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
จุดประสงค์
1. เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อ่านออกเขียนได้
2. เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีคุณภาพสูงขึ้น
3. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เป้าหมายเชิงปริมาณ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 14 คน ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน
ร้อยละ 80
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จำนวน 14 คน ที่มีเจตคติที่ดีในการอ่านและการเขียนเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 80
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1. ร้อยละ 80 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 14 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านและการเขียนที่สูงขึ้น
2. ร้อยละ 80 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จำนวน 14 คน มีเจตคติที่ดีในด้านการอ่านและการเขียน
ที่สูงขึ้น
3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
3.1 การออกแบบผลงาน สื่อ/นวัตกรรม
ในการพัฒนาสื่อ/นวัตกรรม ได้แบ่งขั้นตอนการดำเนินงานออกเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้
1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. การออกแบบและสร้างแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย และสร้างเครื่องมือ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบการอ่านและการเขียน
3. การประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย และเครื่องมือที่ใช้ประกอบ
4. การทดลองใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย
5. การวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล
รายละเอียดแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
1. ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษามาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัด แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.1) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
- ตัวชี้วัด ท 4.1 ป1/1 บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
- ตัวชี้วัด ท 4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
1.2) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการสร้างแบบฝึกทักษะและการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ
2. การออกแบบและสร้างแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย และสร้างเครื่องมือ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบการอ่านและการเขียน
2.1) การออกแบบแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าได้ออกแบบและสร้างแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
2.1.1) ออกแบบแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทยโดยมีการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และลักษณะกิจกรรม ดังนี้
- แบบฝึกทักษะชุดที่ 1 เรื่อง พยัญชนะไทยใส่ใจจดจำ (ใช้เวลา 3 ชั่วโมง)
- แบบฝึกทักษะชุดที่ 2 เรื่อง สระภาษาไทยรู้ทำจำง่าย (ใช้เวลา 15 ชั่วโมง)
- แบบฝึกทักษะชุดที่ 3 เรื่อง วรรณยุกต์ไทยคล้ายเสียงดนตรี (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง)
3. การประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย และเครื่องมือที่ใช้ประกอบ
ข้าพเจ้าได้นำเสนอแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทยและเครื่องมือที่ใช้ร่วมกับชุดกิจกรรมซึ่งได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบการอ่านและการเขียน ต่อหัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการและคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อรับฟังคำแนะนำในด้านเนื้อหา เพื่อรับฟังคำแนะนำและนำมาปรับปรุงแก้ไข
4. การทดลองใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย
ข้าพเจ้าได้ดำเนินการทดลองใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทยกับกลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดอัมพวัน 1 ห้องเรียน จำนวน 14 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง โดยนำแบบฝึกทักษะไปใช้ในการทดลองและใช้เวลาเก็บข้อมูลทั้งสิ้น 23 ชั่วโมง
5. การวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล
1) ข้าพเจ้าวิเคราะห์คะแนนทักษะความสามารถด้านภาษาไทยการจากคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จากการทำแบบทดสอบการอ่านการเขียนหลังเรียน นำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและคิดเป็นร้อยละ (%) และนำคะแนนเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 ตั้งไว้
2) ระหว่างการทำกิจกรรมของนักเรียนข้าพเจ้าได้สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนของนักเรียน เพื่อสังเกตว่านักเรียนไม่เข้าใจการทำกิจกรรมในขั้นตอนใด หรือเกิดความเข้าใจผิดในการทำกิจกรรมหรือไม่ เพื่อนำมาปรับปรุงชุดกิจกรรมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
3.2 การดำเนินการตามกิจกรรม
ข้าพเจ้าได้ดำเนินการทดลองใช้แบบฝึกทักษะกับกลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดอัมพวัน โดยใช้เวลาในคาบเรียนวิชาภาษาไทย ใช้เวลาเก็บข้อมูลทั้งสิ้น 23 ชั่วโมง มีรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมดังนี้
1. คัดกรอง/แบ่งกลุ่มนักเรียน
- ประเมินทักษะการอ่านการเขียนของนักเรียนเป็นรายบุคคลอ่านตัวพยัญชนะ สระที่ครูกำหนด เขียนตัวพยัญชนะ สระ บันทึกผลการอ่าน การเขียนของนักเรียนเป็นรายบุคคลและประเมินผล
2. วินิจฉัยปัญหา
- ค้นหาสาเหตุการอ่านไม่ออกเขียนไม่คล่อง โดยสรุปการวินิจฉัยปัญหาด้านการอ่านการเขียนและการมีเจตคติที่ดีในด้านการอ่านและการเขียนได้ ดังนี้
ด้านการอ่าน
- นักเขียนไม่เข้าใจวิธีการจำ พยัญชนะ สระพยัญชนะ ตัวสะกด และวรรณยุกต์
- นักเรียนสะกดคำและแจกลูกไม่ได้
ด้านการเขียน
- นักเรียนเขียนพยัญชนะ สระและตัวสะกดและวรรณยุกต์ไม่ได้
- นักเรียนเขียนตามคำบอกคำพื้นฐานไม่ได้
3. สร้างแบบฝึกทักษะ กิจกรรม สื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหา
l แบบฝึกทักษะชุดที่ 1 เรื่อง พยัญชนะไทยใส่ใจจดจำ (ใช้เวลา 3 ชั่วโมง)
กิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการอ่านและการเขียนที่จะทำให้นักเรียนอ่านออกนั้น ก็คือการรู้จักพยัญชนะ นักเรียนต้องหัดออกเสียงพยัญชนะให้ชัด และจำพยัญชนะได้ทุกตัว
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
กระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยใช้กระบวน Brain gym การฝึกสมาธิ การเคาะจังหวะ เพลง ตบตักตบมือ เพลงกรรไกรไข่ผ้าไหม ฝนตกแดดออก
ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา
- ครูได้ถามคำถามนักเรียนเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง ของ พยัญชนะ ว่าออกเสียงอย่างไร
- ครูได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านออกเสียง ของ พยัญชนะ
ขั้นที่ 3 อภิปรายและลงข้อสรุป
- นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3 คน โดยคละนักเรียน เก่ง กลาง อ่อน
- นักเรียนร้องเพลง ก-ฮ ร่วมกัน
- นักเรียนทำกิจกรรม บอกใบ้ทายพยัญชนะ และอ่านออกเสียง พยัญชนะ
- นักเรียนทำกิจกรรม ตัวต่อพยัญชนะ
ขั้นที่ 4 สร้างผลผลิตของความเข้าใจ
- นักเรียนทำแบบฝึกทักษะชุดที่ 1 พยัญชนะไทยใส่ใจจดจำ เพื่อที่จะวัดว่านักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้หรือไม่
ขั้นที่ 5 ขั้นสะท้อนผลผ่าน
- ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไปแล้ว
l แบบฝึกทักษะชุดที่ 2 เรื่อง สระภาษาไทยรู้ทำจำง่าย (ใช้เวลา 15 ชั่วโมง)
กิจกรรมนี้ช่วยให้นักเรียนความความรู้ความเข้าใจ สามารถจดจำรูปและเสียงของสระ สามารถอ่าน และเขียน คำที่ประสมสระง่ายๆได้ถูกต้อง
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
กระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยใช้กระบวน Brain gym การฝึกสมาธิ การเคาะจังหวะ เพลง ตบตักตบมือ เพลงกรรไกรไข่ผ้าไหม ฝนตกแดดออก
ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา
- ครูได้ถามคำถามนักเรียนเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง ของ สระ ว่าออกเสียงอย่างไร
- ครูได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านออกเสียง ของ สระ
ขั้นที่ 3 อภิปรายและลงข้อสรุป
- นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3 คน โดยคละนักเรียน เก่ง กลาง อ่อน
- นักเรียนอ่านบทอ่านสระในภาษาไทย
- นักเรียนทำกิจกรรม บอกใบ้ทายสระ (วาดสระอากาศ) และอ่านออกเสียง พยัญชนะ
- นักเรียนทำกิจกรรม เคาะแก้วประสมคำมหาสนุก
- นักเรียนทำกิจกรรม บิงโกสระ
ขั้นที่ 4 สร้างผลผลิตของความเข้าใจ
- นักเรียนทำแบบฝึกทักษะชุดที่ 2 สระภาษาไทยรู้ทำจำง่าย เพื่อที่จะวัดว่านักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้หรือไม่
ขั้นที่ 5 ขั้นสะท้อนผลผ่าน
- ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไปแล้ว
l แบบฝึกทักษะชุดที่ 3 เรื่อง วรรณยุกต์ไทยคล้ายเสียงดนตรี (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง)
กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้ความรู้เรื่องรูปและเสียงวรรณยุกต์ การผันวรรณยุกต์ อักษรสามหมู่ ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ สามารถเขียนสะกดคำและอ่านออกเสียงคำที่มีรูปวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
กระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยใช้กระบวน Brain gym การฝึกสมาธิ การเคาะจังหวะ เพลง ตบตักตบมือ เพลงกรรไกรไข่ผ้าไหม ฝนตกแดดออก
ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา
- ครูใช้คำถามพร้อมกับการเปิดภาพรูปวรรณยุกต์ นักเรียนตอบว่าแต่ละรูปเรียกว่าวรรยุกต์ใดและออกเสียงอย่างไร
- ครูให้นักเรียนทดลองอ่านออกเสียงคำที่มีรูปวรรณยุกต์
- นักเรียนฝึกผันวรรณยุกต์จากคำที่ครูกำหนดให้
ขั้นที่ 3 อภิปรายและลงข้อสรุป
- นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3 คน โดยคละนักเรียน เก่ง กลาง อ่อน
- นักเรียนทำกิจกรรม จำแนกพยัญชนะไตรยางค์
- นักเรียนทำกิจกรรม ผันถูกไหม
ขั้นที่ 4 สร้างผลผลิตของความเข้าใจ
- นักเรียนทำแบบฝึกทักษะชุดที่ 3 วรรณยุกต์ไทยคล้ายเสียงดนตรี เพื่อที่จะวัดว่านักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้หรือไม่
ขั้นที่ 5 ขั้นสะท้อนผลผ่าน
- ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไปแล้ว
3.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
การสร้างแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีขั้นตอนการสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะอย่างชัดเจนชัดเจนเป็นลำดับขั้นตอน และข้าพเจ้าได้สร้างแผนการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวัดผลที่สอดคล้องกับแบบฝึกทักษะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เมื่อนักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้แล้วนักเรียนจะได้รับมีองค์ความรู้เรื่องการอ่านและการเขียนและสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง ตระหนักเห็นความสำคัญของการอ่านและการเขียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย
4. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 ผลที่เกิดตามวัตถุประสงค์
1) ผลคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย
วัดคะแนนการอ่านและการเขียนโดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่งเป็นข้อสอบ รวมทั้งสิ้นจำนวน 40 ข้อ คะแนนเต็ม 40 คะแนน โดยได้วัดหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะปรากฏผลการวิเคราะห์ ดังตาราง
| นักเรียนคนที่ | แบบทดสอบหลังเรียนการอ่านการเขียน | ||||
|---|---|---|---|---|---|
|
อ่านออกเสียง พยัญชนะ (10 ข้อ 10 คะแนน) |
เขียนพยัญชนะ (10 ข้อ 10 คะแนน) |
อ่านออกเสียงคำ (10 ข้อ 10 คะแนน) |
เขียนตามคำบอก (10 ข้อ 10 คะแนน) |
รวม 40 คะแนน | |
| 1 | 10 | 10 | 9 | 8 | 37 |
| 2 | 10 | 10 | 10 | 9 | 39 |
| 3 | 10 | 9 | 10 | 10 | 39 |
| 4 | 10 | 10 | 10 | 9 | 39 |
| 5 | 10 | 10 | 10 | 8 | 38 |
| 6 | 10 | 10 | 10 | 9 | 39 |
| 7 | 9 | 8 | 8 | 9 | 34 |
| 8 | 10 | 10 | 10 | 10 | 40 |
| 9 | 8 | 7 | 10 | 7 | 32 |
| 10 | 10 | 9 | 10 | 8 | 37 |
| 11 | 10 | 10 | 10 | 10 | 40 |
| 12 | 10 | 10 | 10 | 10 | 40 |
| 13 | 10 | 9 | 10 | 10 | 39 |
| 14 | 10 | 10 | 10 | 10 | 40 |
| ค่าเฉลี่ย | 97.85 | 94.28 | 97.85 | 90.71 | 38.07 |
| S.D. | 2.40 | ||||
จากตาราง พบว่า คะแนนแบบทดสอบหลังเรียนการอ่านการเขียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 38.07 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.40 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 95.17 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้
2) คุณภาพของแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย
ในแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมหลัก เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการอ่านและการเขียนที่ถูกต้อง นักเรียนได้ฝึกฝนลงมือทำด้วยตนเอง และนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการเรียนวิชาต่างๆ
ภายในแบบฝึกทักษะยังประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมที่ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการอ่านและการเขียนอย่างต่อเนื่อง นักเรียนจะได้ฝึกการคิดและลงมือทำด้วยตนเอง
จากที่กล่าวมาข้างต้นแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย จึงเป็นแบบฝึกทักษะที่มีคุณภาพ สามารถทำให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาการอ่านการเขียนของนักเรียนได้
4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน
1) นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 38.07 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.40 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 95.17 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้
2) นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ มีการจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการกลุ่ม นักเรียนจึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับเพื่อนในกลุ่ม เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน สร้างโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบริเริ่มและสร้างองค์ความรู้ใหม่โดยผ่านกระบวนการระดมความคิดและการหาคำตอบของปัญหาร่วมกัน ได้ฝึกการทำงานเป็นทีม มีการแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบภายในกลุ่มและได้ฝึกการสื่อสารระหว่างสมาชิกกลุ่ม นักเรียนจึงเกิดการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและสามารถแก้ปัญหาด้วยตนเอง
3) นักเรียนเกิดการตระหนักรู้และให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอ่านการเขียน
4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
1) ได้แบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือนักเรียนที่สนใจได้
2) ครูสามารถนำแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย ไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึกทักษะ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ 3) นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะทางด้านการอ่านการเขียน และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
4) ผู้จัดทำการพัฒนาสื่อและนวัตกรรมทางการศึกษาได้ใช้แนวทางและกระบวนการในการสร้างแบบฝึกทักษะนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาสื่อและนวัตกรรมชิ้นอื่น ๆ ได้
5) กระบวนการพัฒนาในการสร้างแบบฝึกทักษะนี้ไปใช้เผยแพร่เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาสื่อให้แก่ครูในโรงเรียนและบุคคลภายนอกที่สนใจได้
5. ปัจจัยความสำเร็จ
5.1 สิ่งที่ช่วยให้งานประสบความสำเร็จ
1) ผู้จัดทำได้ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมแบบฝึกทักษะพัฒนาทักษะความสามารถด้านภาษาไทย อย่างมีระบบและเป็นขั้นตอนตามแนวทางกรวิจัยทางการศึกษา ตั้งแต่ขั้นศึกษาข้อมูล สร้างนวัตกรรม ตรวจสอบคุณภาพ ทดลองใช้นวัตกรรม และสรุปผลที่เกิดจากการใช้นวัตกรรม ด้วยกระบวนการนี้จึงทำให้ได้แบบฝึกทักษะที่มีคุณภาพและนักเรียนสามารถเกิดการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาการอ่านการเขียนได้
2) ในขั้นตอนการพัฒนาแบบฝึกทักษะผู้จัดทำได้ให้หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการและคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยช่วยตรวจความถูกต้องและเหมาะสมของชุดกิจกรรม และนำคำแนะนำมาปรับปรุงชุดกิจกรรมและเครื่องมือวัดผลให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
3) ผู้จัดทำได้นำผลที่เกิดจากการใช้แบบฝึกทักษะมามาต่อยอดปรับปรุงและพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้นและเพื่อให้ได้แบบฝึกทักษะที่เหมาะสมกับนักเรียนที่สุด มีการนำผลที่ได้มาวิเคราะห์จุดบกพร่องที่ควรแก้ไขมาปรับปรุงพัฒนาชุดกิจกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ และเครื่องมือวัดผลต่อไป
6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned)
6.1 การระบุข้อมูลที่ได้รับจากการผลิตและการนำ สื่อ/นวัตกรรมไปใช้
1) การสร้างสื่อหรือนวัตกรรมทางการศึกษานั้นผู้จัดทำควรได้ศึกษาและพัฒนานวัตกรรม อย่างมีระบบและเป็นขั้นตอนตามแนวทางกรวิจัยทางการศึกษา เริ่มตั้งแต่ขั้นศึกษาเริ่มต้นข้อมูลจนถึงขั้นตอนสุดท้าย เพราะการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นขั้นตอนที่มีระบบนั้นจะทำให้ได้สื่อและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ
2) การพัฒนาสื่อและนวัตกรรมทางการศึกษาควรให้บุคคลอื่นที่มีความรู้และประสบการณ์หลายคนช่วยให้คำแนะนำ จะก่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกันทั้งโรงเรียน และได้แนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
ข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะ และข้อควรระวัง
1. การเลือกเนื้อหาที่นำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญควรคำนึงถึงความเหมาะสมของ เพศ วัย และระดับความสามารถในการเรียนของนักเรียนด้วย หากเนื้อหาใดที่นักเรียนสนใจ นักเรียนจะเกิดความกระตือรือร้นการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น
2. ในระหว่างการดำเนินการจัดกิจกรรม ครูควรสังเกตพฤติกรรมนักเรียนที่มีความสามารถในการเรียนต่ำ อาจจะไม่เข้าใจหรือเกิดการเรียนรู้ช้า หรือต้องการความช่วยเหลือ ครูควรใช้เทคนิคเสริมแรงกระตุ้นให้นักเรียนสนใจ หรืออธิบายให้เข้าใจชัดเจนอีกครั้ง