สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ และในเผ่าพันธ์เดียวกันของมนุษยชาติเกิดขึ้นทุกยุคสมัย และดูเหมือนจะมีมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่วิวัฒนาการต่างๆ ก้าวหน้าอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัยโบราณ แต่ความเข้าใจและความเชื่อมั่นในเจตนรมณ์ระหว่างกันและกันของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล หรือแต่ละประเทศก็ยังไม่ก้าวหน้าเหมือนวิทยาการด้านอื่น ๆ และความขัดแย้งจนนำไปการสู้รบหรือสงครามระหว่างเผ่าพันธ์หรือในเผ่าพันธ์เดียวกันจึงมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะยังไม่ลุกลามเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่ถ้ารวมสงครามย่อยทั้งหมดทั่วโลกในปัจจุบันนี้เข้าด้วยกันก็น่าจะมีผลรวมไม่น้อยกว่าสงครามโลกที่ผ่านมา
ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ทั้งๆ ที่คนเราเรียกตัวเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ มีภาษา มีเครื่องมือ และช่องทางการสื่อสารได้ดีกว่าสัตว์อื่นทุกชนิด และดีกว่าสมัยก่อน มีความเป็นเหตุเป็นผลในกระบวนการคิดและพฤติกรรมมากกว่าสัตว์อื่น แต่ทำไมมนุษย์จึงยังมีความขัดแย้ง มีการทำร้ายกันเอง และฆ่ากันเองมากกว่าสัตว์อื่นอยู่ในปัจจุบัน
เคยมีการวิจัยกับหนูทดลองซึ่งพบว่า ถ้าขังหนูสองตัวไว้ด้วยกันมันจะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ แต่พอเริ่มเพิ่มจำนวนหนูเข้าไปก็จะเริ่มมีปัญหา และปัญหาจะมากขึ้นตามจำนวนหนูที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งเมื่อมีจำนวนหนูมากเกินไป มันก็จะเริ่มกัดกันเอง เฉกเช่นเดียวกันไก่ในเข่งที่แม่ค้าจะเอาไปขาย มันก็จะจิกกันเอง แทนที่จะร่วมกันแก้ปัญหา และช่วยกันหาทางออกจากเข่ง แต่กลับไม่ทำ
แต่นั่นเป็นหนู่และไก่ แต่เราเป็นคน ทำไม่คิดไม่ได้เกินไก่หรือหนูทดลองครับ
นักสังคมวิทยาและนักรัฐศาสตร์อาจจะมีคำอธิบายปรากฏการณ์แตกต่างกันไป ดังที่ผมเขียนไว้ในบทเขียนก่อนหน้านี้ว่า ‘ที่ว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์มีเหตุ แท้จริงแล้วเป็นสัตว์หาเหตุผลมาอธิบายพฤติกรรมตัวเองมากกว่าการมีเหตุผลในการปฏิบัติไหม’ และการใช้ตรรกะการมีพลโลกมากเกินไปจึงทำให้คนต้องแก่งแย่งทรัพยากรกันเอง ทำรายกัน หรือฆ่ากันนั้น ก็ดูจะไม่น่าจะเป็นคุณสมบัติที่เราจะเรียกตนเองว่าเป็น ‘สัตว์ประเสริฐและมีเหตุผล’ เท่าไรนักนะครับ
ความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ หรือระหว่างประเทศ ก็พอจะมีคำอธิบายได้บ้าง (แม้จะไม่ควรมี) ว่าเพราะอาจจะเกิดจากภาษาต่างกัน วัฒนธรรมต่างกัน ประสบการณ์ต่างกัน ความต้องการต่างกัน เป็นต้น
ไม่ว่าจะต่างกันในสิ่งใดก็ตาม ผมเห็นว่าสิ่งที่เป็นสาหตุที่แก่นแกนของปัญหา คือ ‘ความกลัว’ ครับ เช่น กลัวว่าเขาจะทำให้เราเสียผลประโยชน์ กลัวว่าเราจะเสียเปรียบเขา รวมท้ังกลัวว่าเขาจะทำร้ายเราภายหลัง เป็นต้น เหมือนเราเห็นงู มักจะลงเอยด้วยการฆ่างูไว้ก่อน เพราะกลัวว่ามันจะเป็นภัยหลายหลัง ครับ
ผมเคยฟังคนที่ไปเที่ยวดินแดนเผ่าพันธ์มนุษย์กินคน เพราะอยากรู้ว่าเผ่ากินคนมีจริงๆ ไหม และเขาเป็นอยู่อย่างไร ถ้าเขากินคนเผ่าอื่นแล้วเขากินกินเผ่าเดียวกันไหม เช่น คนเผ่าเดียวกันที่เขาไม่ชอบขี้หน้า จะมีการฆ่าและกินกันเองไหม คำตอบเหลือเชื่อครับ คือ ‘ไม่มีเผ่าไหนกินคนตามคำเล่าลือครับ’ แต่ที่เขาประกาศว่าเป็นเผ่ากินคนก็เพื่อความปลอดภัยของคนในเผ่า การเอาหัวกระโหลกไปปักไว้ทางเข้าหมู่บ้าน หรือเอากระดูกคนมาแขวคอ ก็เพื่อทำให้เผ่าอื่นกลัวและไม่มายุ่งกับเผ่าของตนเอง เท่านั่นเอง
โดยหลักคิดเดียวกันนี้ไหมที่ประเทศมหาอำนาจประกาศการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และเพราะความกลัวใช่ไหมเราจึงต้องทำตัวเป็นนักเลง และทำสงครามกับประเทศอื่น
แต่นั่นเป็นคนละประเทศ และคนละเผ่าพันธ์ุนะครับ (แม้ว่าคนละเผ่าพันธุ์ ก็ไม่ควรทำร้ายหรือฆ่ากันก็ตาม) แต่ในปัจจุบัน ในบางประเทศกลับมีคนบางคน บางกลุ่มกลัวเพื่อนร่วมชาติจนต้องสร้างกำแพง หรือลวดหนามแยกพลเมืองในประเทศของตนออกจากกัน และบางประเทศอาจจะไม่มีกำแพงหรือลวดนาม แต่มีกำแพงความคิด ความเชื่อ และความเห็นให้เป็นกำแพงแบ่งแยกพลเมืองในประเทศของตนเอง ทำให้พลเมืองอีกฝ่ายมีความรู้สึกเหมือนเป็นผู้อพยพ ไม่ใช่พลเมือง แล้วประเทศนั้นจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร
สิ่งเหล่านี้ใช่ไหมที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง การทำร้ายกันเอง ฆ่ากันเอง ตลอดจนเกิดสงครามระหว่างมนุษยด้วยอย่างที่้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
ด้วยความรักและเชื่อมั่นในเผ่าพันธุ์มนุษย์ หวังว่าเราจะเข้าใจกันได้แล้วหยุดสร้างกำแพงระหว่างกันและกัน หยุดทำร้ายหรือฆ่ากันเอง และอยู่ร่วมกันแบบพลเมืองประเทศและพลโลกร่วมกัน ดีไหมครับ
รักนะจึงเขียน
สมาน อัศวภูมิ
24 กรกฎาคม 2566
From the title I misread for some write-up about immigrants who after 50+ years of living, raising family in a country, still call where they were born ‘home’. Thailand have immigrants like those too.
Anyway, I think evolution is based on ‘selection of best fit’, and is quite ‘cruel’. All (DNA-based) living things on this Earth want to be ‘best fit’ by any means. They can team up to face other teams. But, when there is only ‘the team’ they go for individual best. This is known as the ‘selfish genes’ – supported by evidence!
ขอบคุณครับสำหรับสาระดีๆ ที่ให้แง่คิด ผมภาวนาว่าอย่าได้เกิดขึ้นในประเทศเราในตอนนี้ เพราะขณะนี้ทั่่วโลกก็เกิดให้เห็นประปราย และยังมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นคลุกเคล้า เช่น ไฟป่า หรือความร้อนจากอุณหภูมิของโลกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะถ้าเราเกิดภัยธรรมชาติ หรือที่เกิดจากความชำรุดเสียหายของสิ่งก่อสร้าง อากาศยาน ฯลฯ แล้วเราจะแบ่งกันเป็นฝักฝ่ายขัดขวางกันอย่างนั้นหรือครับ?…วิโรจน์ ครับ