เรื่องเล่า  เคล้า Mindsets

“ซื้อยา”

 

เย็นวันหนึ่ง ณ ร้านขายยาขนาดใหญ่  มีลูกค้าอยู่ในร้าน 2- 3 คน 

 

ฉัน : ซื่อยาแก้จุกแน่นกลางอก คลื่นไส้ อาเจียน เป็นตอนกลางคืน เช้ามืด แบบนี้คือ อาการกรดไหลย้อน ไหมคะ  ขอแบบเม็ค่ะ

เภสัชกร :  แบบเม็ดนะ  มียาลดกรด กับ ยาคลื่นไส้ 

ฉัน : คุณแม่ทานยาลดกรด Miracid อยู่แล้ว 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า 

เภสัชกร : ถ้างั้น ทานเพิ่ม 1 เม็ด ก่อนนอน นี่ครับ ยาคลื่นไส้ 30 บาท ( บอกชื่อยาภาษาอังกฤษอย่างเร็ว  ซองยามียา 1 แผง หน้าซองยา ไม่เขียนสรรพคุณของยามีพียงเครื่องหมายถูกที่ช่องกินก่อนอาหาร 3 มื้อ)

ฉัน : อันนี้ เมอริสลอนไหม ( ฉันฝังใจกับยานี้เพราะเภสัชกร (ร้านอื่น) เคยแนะนำให้ใช้แก้คลื่นไส้อาเจียนจากการเมารถและไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้ง่วงนอน   มักใช้สำหรับเวลาท่องเที่ยว แต่จริงๆ ยานี้ใช้สำหรับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันที่ส่งผลให้มีการคลื่นไส้อาเจียนและเมารถ)  ฉันถามพร้อมกับเปิดซองหยิบแผงยามาขึ้นมาดู

เภสัชกร : ไม่ใช่ครับ ยาชื่อ………. (ชื่อภาษาอังกฤษยาวๆ)

ฉัน : ช่วยเขียนสรรพคุณยาด้วยสิค่ะ คุณแม่เป็นคนกิน  เราไม่ได้อยู่ด้วยตอนท่านกิน  บรรเทาอาการอะไรบ้าง

เภสัชกร : ก็แล้วคุณมีอาการอะไรล่ะ (พร้อมทำสีหน้าหงุดหงิด ท่าที รำคาญ และเขียนหน้าซอง )

ฉัน :  อาการคลื่นไส้ เป็นตอนกลางคืน หรือ เช้ามืด  คือกรดไหลย้อน ใช่ไหม แล้วก็จุกแน่น

เภสัชกร : ยานี้ไม่ได้แก้จุกแน่น

ฉัน :  สรุปว่า  ให้กินยาเดิม Miracid  จาก 1 เม็ดเช้า เพิ่มกินก่อนนอน อีก 1 เม็ด ส่วนยานี้  กินยังไงนะคะ (รับซองยาจากเภสัชกรมาดูวิธีการกิน)  อ้อ ก่อนอาหาร 3 มื้อ ราคาเท่าไรคะ 

เภสัชกร :  30 บาท ( แล้วผละออกจากเคาเตอร์อย่างเร็ว หน้าบึ้ง ปล่อยให้แคชเชียร์รับเงิน)

 

ฉับเดินทางกลับบ้าน   และไปเล่าให้แม่ฟังว่าร้านขายยานี้  ไม่ง้อลูกค้าเลย  ต้องถามจึงจะยอมบอกว่าใช้แก้อาการอะไร  แบบนี้ กินแล้วมีผลข้างเคียงขึ้นมา ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา  จะได้รู้ว่ากินยาอะไรไป  ไม่เขียนอย่างนี้ จะบอกหมอถูกได้ยังไง ถ้าเกิดแพ้

แม่ : เค้าเป็นร้านขายส่ง  ราคาถูกเหรอ ร้านใหญ่ไหม

ฉัน :  ค่ะ ร้านใหญ่  ไปแวะที่ตลาดซื้อกับข้าวเลยซื้อยสด้วยเลย จะได้ไม่ต้องแวะที่อื่นอีก จอดรถลำบาก

แม่ :  คราวหน้าก็ไม่ต้องซื้อร้านนี้อีก ถ้าเค้าไม่บอก 

ฉัน :  ใช่ค่ะ คราวหน้าคงไม่ซื้อร้านนี้แล้วค่ะ ราคาก็ไม่ถูกกว่าร้านอื่น เพียงแต่ใกล้ตลาด

 

ตามสติและรู้เท่าทันความคิด : เช้าวันต่อมาลองทบทวนเหตุการณ์ ย้อนคิด ทวนสอบความรู้สึกของเรา  และตามสติจนรู้ทันความคิดแล้ว  ก็ทำความเข้าใจว่าในสถานการณ์แบบนี้  ทุกคนมี Inward Mindset  เสมอ

 

ฉัน : I  Deserve ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ข้อมูล เพราะฉันใช้เงินซื้อ  ไม่ได้ไปขอ  ดังนั้น ฉันถามข้อมูล คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว  เธอควรเตรียมข้อมูลให้ฉันเมื่อฉันถาม  ( ตื่นรู้ : ฉันเองน่าจะถามเยอะเกินไป และถามซ้ำๆ  ในช่วงเวลาที่มีลูกค้ารายอื่นรอซื้ออยู่ น่าจะชะลอไว้ก่อน แต่ฉันไม่รอ)

เภสัชกร :  Better Than   ถามมากจัง ก็เธอเป็นอะไรล่ะ (ฉันก็ให้ในสิ่งที่เธอบอกมานั้นแหละ)

( ตื่นรู้ : พยายามเข้าใจเภสัชกรท่านนี้ว่า คงจะรู้สึกรำคาญที่ถูกถาม คงจะหงุดหงิด หรืออารมณ์ค้างอยู่ก่อน และคงไม่ค่อยมีคนถามแบบเรา  ให้อภัยเค้าเถอะ)

แม่ : Better Than  ใช่ คราวหลังก็ไม่ต้องซื้อร้านนี้อีกแล้ว  (เข้าข้างเรา)

 

การปรับใช้ :  เตรียมคำถามที่กระชับ สั้น ไม่ยืดเยื้อ และใช้สำเนียงแบบขอความช่วยเหลือ ไม่เป็นการสั่งงาน  จิตนึกเมตตาต่อเภสัชการท่านนี้ว่า เค้าอาจจะไม่มีโอกาสได้ตอบคำถามใครมากนักในแต่ละวัน  นี่คือเป็นการช่วยให้เขาได้ฝึกพูดกับลูกค้าแบบใส่ใจในความรู้สึกและความต้องการของลูกค้าและนุ่มนวลในน้ำเสียงมากขึ้น   และดูบรรยากาศว่ามีลูกค้าคนอื่นรอรับบริการมากน้อยหรือไม่ (ดูสิ่งแวดล้อม)