ปรกติผมหลีกเลี่ยงการใช้คอมพ์ ฯ ส่วนกลาง เพราะขี้เกียจรอคิว ใช้คอมพ์ ฯ ตัวเก่าของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร

ถ้าไปแย่งคนอื่นเมื่อไหร่ แสดงว่า จำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์

ใช้ในเวลาราชการ ทุกอย่างดูราบรื่น เพราะเครื่องเปิดอยู่ แค่รอจังหวะเก้าอี้ดนตรีหน่อย ก็ไม่มีปัญหา

คืนที่ผมเขียน ผมนึกขึ้นได้ว่าต้องมีสอบย่อยวันรุ่งขึ้น แต่ยังไม่ได้ออกเครื่องพิมพ์ ก็มาพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ที่คณะเสียหน่อย

ผมนั่งรอบู้ทเครื่องอยู่นาน ใช้เวลารออุ่นเครื่องอยู่หลายนาทีมาก ซึ่งผมไม่คิดว่าช้าเพราะไวรัสกินตับ แต่คิดว่าช้าเพราะเครื่องต้องลงโปรแกรมต้านไวรัสเยอะไปหน่อย แล้วโปรแกรมอาจแย่งกันทำงาน ก็เลยใช้ทรัพยากรมีค่าของระบบไปหมด ทำให้ผมต้องย้อนนึกถึงเครื่องรุ่น 4.77 MHz ที่ผมเคยใช้เมื่อยี่สิบปีก่อน ซึ่งใช้เวลาบู้ทปานนั้นเลย

เครื่องที่ผมใช้เอง สเป็คไม่ได้ดีไปกว่าเครื่องกลางเลย แต่เร็วกว่ากันอย่างเทียบไม่ติดในเรื่องของการโหลด หรือการรอบู้ท จึงทำให้ผมมาถึงข้อสรุปว่า เครื่องช้า เพราะปัญหาคอขวด

เหตุผลหลักที่ใช้เองไม่เกิดคอขวด นอกเหนือจากการไม่ลงโปรแกรมไร้สาระ (นโยบาย 'การไม่ใช้โปรแกรมเกินตัว')แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมาก ก็คือหน่วยความจำ (RAM) ครับ

ก่อนที่ผมจะโละเครื่องเก่ามาใช้เครื่องปัจจุบัน เครื่องเก่าผมสเป็คต่ำกว่ามาตรฐานมาก เพราะทนใช้อยู่นานมากจนตกรุ่นไปโดยอัตโนมัติ นักศึกษามาเห็นมักจะแซวในความเป็นโบราณวัตถุ อีกทั้งระบบปฎิบัติการก็มักจะล้าหลังชาวบ้านอยู่หลายขุม แต่ความเร็วไม่เคยมีปัญหา เพราะผมจะลงทุนใส่หน่วยความจำให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (512 MB เป็นอย่างต่ำ หรือ 1 GB) เพราะเคยมีประสบการณ์ตรงว่า หน่วยความจำ มักเป็นคอขวดที่สำคัญที่สุดด่านแรก และมักเป็นด่านใหญ่ที่สุด

เครื่องที่ใช้กันแพร่หลาย ถ้าหน่วยความจำต่ำกว่า 256 MB ดูเหมือนจะเจอปัญหาคอขวดกันถ้วนหน้า

ถ้าเครื่องของท่านรอบู้ทถึง 5 นาที รอเปิดโปรแกรมเกิน 2 นาที หากแน่ใจว่าไม่ได้ติดไวรัสหรือสปาย อีกทั้งทำดีแฟรกเป็นเป็นประจำ ควรตั้งข้อสงสัยเรื่องหน่วยความจำไม่พอไว้ก่อนครับ มักไม่ผิดหวัง เพราะเป็นส่วนที่ลงทุนน้อย แต่มักได้ผลดีเยี่ยมผิดคาด