เช้ามืดวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๖ ผมเตรียมอ่านเอกสารการประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาพัฒนาระบบวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ของ สอวช. มีวาระเรื่องเพื่อทราบ การพัฒนาระบบนิเวศส่งเสริมผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม นำสู่จินตนาการนี้
สบช. น่าจะหาทางสร้างสรรค์ ระบบผู้ประกอบการด้านสุขภาพชุมชน ที่เน้นนวัตกรรมสังคม มากกว่านวัตกรรมเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อชาวบ้าน ทำอย่างไรผมไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ แต่มีจินตนาการ เอามาเสนอ เพื่อให้ผู้รู้มาช่วยคิดต่อ จินตนาการต่อ เพื่อเพื่อร่วมกันสร้าง “ชาลาปฏิบัติการ” (operating platform) ของ สบช. ในการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมระดับชาวบ้าน เพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของคนไทย
เน้นส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมโดยชาวบ้าน ตามความต้องการของประเทศ ไม่ใช่ตามความรู้ที่นักวิชาการมี
สบช. รับอาสาทำหน้าที่ Champion University ในการพัฒนาระบบธุรกิจเพื่อสังคม ร่วมพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน โดยที่ผู้ทำธุรกิจอยู่ในชุมชนนั้นๆ เอง เป็นธุรกิจขนาดเล็กมาก ที่ร่วมมือกันเป็นเครือข่าย มี สบช. ร่วมงานด้วยในฐานะผู้สร้างกลไกรับรองคุณภาพ (ที่มีพลวัต หรือพัฒนาการต่อเนื่อง) และรับรองความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งหมดนั้น เป็นระบบที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ และ สบช. ทำงาน “พัฒนาและวิจัยระบบ” (systems development and research) โดยอาจได้รับทุนวิจัยจาก สวรส.
สอวช. สร้างระบบสนับสนุน UTO – University Holding Company เป็นกลไกหนึ่งของการส่งเสริมผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม เน้นที่การส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษา ให้เข้าไปทำหน้าที่ใช้ความรู้หนุนการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆ (นวัตกรรม) ให้แก่ประเทศ
ทำให้ผมจินตนาการ UTO แบบที่ทำงานสร้างและส่งเสริมผู้ประกอบการ VSE – Very Small Enterprise ในชุมชน ที่ทำธุรกิจเพื่อสร้างสรรค์ระบบสุขภาพชุมชน หาทางสร้างระบบที่มีคุณภาพ มีจริยธรรม รับผิดชอบต่อสังคม และได้รับการยอมรับจาก สปสช. หรือระบบคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศ สอดคล้องต่อการทำงานสร้างสรรค์ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ตามวิสัยทัศน์ของ สบช.
สบช. ทำงานสร้างสรรค์ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ผ่านกลไกผู้ประกอบการบริการสุขภาพในชุมชน โดยมีวงจรการเรียนรู้จากการปฏิบัติ บูรณาการอยู่ เน้นให้การสร้างนวัตกรรมอยู่ในการปฏิบัติ หรือสร้างจากการปฏิบัติ ไม่ใช่เน้นคิดนวัตกรรมแล้วนำมาปฏิบัติ
ทำงาน “พัฒนาและวิจัย” (D&R) คู่ขนาน โดยใช้ DE (Developmental Evaluation) (gotoknow.org/posts/tags/de) เป็นเครื่องมือหมุนวงจรการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติร่วมกันของภาคีที่เกี่ยวข้อง ใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle (gotoknow.org/posts/tags/Kolb) ช่วยให้การเรียนรู้จากการปฏิบัติไปถึงการสร้างหลักการ สำหรับยกระดับความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยยกระดับในลักษณะ DLL – Double-Loop Learning (gotoknow.org/posts/tags/DLL)
เพื่อเป็นแรงจูงใจต่ออาจารย์ ต้องสร้าง “ชาลาพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ” (academic development platform) ของคณาจารย์ ที่ กระทรวง อว. เอื้ออยู่แล้ว ด้วยเส้นทางสู่ตำแหน่งวิชาการด้านรับใช้สังคม และ สบช. น่าจะสร้างชาลาเชิงปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรม ให้คณาจารย์ร่วมกันสร้าง และมีผู้ทรงคุณวุฒิช่วยตรวจสอบ ว่าเป็นผลงานวิชาการที่มีคุณภาพและผลกระทบแท้จริง
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ม.ค. ๖๖ ปรับปรุง ๖ มี.ค. ๖๖