ในการประชุม TOC เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๖ นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กล่าวว่า Global Governance for Health ต่างจาก Global Health Governance ทำให้ผมกลับมาคิดและค้นต่อ
คุณหมอสุวิทย์แนะนำให้อ่านรายงานวิจัย เรื่อง Global Governance for Health โดย Ole Petter Ottersen อธิการบดีของ Karolinska Institute แห่งสวีเดน ที่เราเคยไปเยือนดังในบันทึก (๑)
Global Governance for Health กว้างขวางกว่า Global Health Governance มาก คำแรกเน้นการกำกับดูแลหรืออภิบาล (govern) ระบบต่างๆ ของโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อสุขภาวะ (health) ด้วย คือไม่ว่าจะทำอะไร ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาวะด้วย และผมขอเติมว่า เป็นสุขภาวะ ๓ ประสาน คือของมนุษย์ ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และของดาวเคราะห์โลก (เพื่อความยั่งยืน) ไม่ใช่คำนึงถึงเพียงผลประโยชน์ของมนุษย์เป็นตัวตั้ง
Global Health Governance หมายถึง เน้นการกำกับดูแลหรืออภิบาล (govern) ระบบสุขภาพในระดับโลก มองเฉพาะระบบสุขภาพเท่านั้น แคบกว่า Global Governance for Health อย่างมากมาย
คำกล่าวข้างต้น อาจไม่เป็นจริง หากเราตีความคำว่า “สุขภาพ” (health) ให้กว้างและเชื่อมโยง ตามอุดมกาณ์ All for health คำทั้งสองจะเข้ามาใกล้กันมาก หรือตีความให้เป็นคำเดียวกันก็ได้
ศ. โอเล่ (พวกเราเรียกท่านด้วยชื่อต้น) บอกว่า อธิบายคำ Global Governance for Health อย่างสั้นที่สุดได้ว่า Health in all policy คือในทุกนโยบาย ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพด้วยเสมอ
เรื่องนี้พูดง่าย ทำยาก เพราะในหลายเรื่อง (หรือทุกเรื่อง) มันซับซ้อน และผลประโยชน์ขัดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลประโยชน์ด้านธุรกิจ และประเทศที่ละเมิดหลักการมักเป็นประเทศมหาอำนาจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจของประเทศเขา ดังเช่นทูตอเมริกันหาทางล็อบบี้กับรัฐบาลไทยเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทบุหรี่ของเขา หรือผลประโยชน์ของบริษัทยาของเขา
เพราะความซับซ้อนของเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ จึงเกิดศาสตร์ใหม่ คือ HITA – Health Intervention and Technology Assessment สำหรับทำความเข้าใจผลลบกับผลบวกต่อสุขภาพ ที่เกิดจากเทคโนโลยีต่างๆ ที่ผมคิดว่ายังมีโอกาสทำงานในมิติที่กว้างขึ้น คือขยายไปประเมินผลกระทบต่อสุขภาพจากมาตรการเชิงนโยบายหลากหลายด้าน ในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการที่ประเทศมหาอำนาจ หรือบริษัทธุรกิจของเขาขับเคลื่อนหรือผลักดัน
ศ. โอเล่ ระบุ ๒ เครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน Global Governance for Health คือ (๑) HDI – Human Development Index และ (๒) SDH – Social Determinants of Health โดยที่ในการประยุกต์ใช้ต้องเข้าใจความท้าทาย ๕ ประการคือ (๑) การขาดประชาธิปไตยที่แท้จริง (๒) กลไกรับผิดรับชอบที่อ่อนแอ (๓) กลไกเชิงสถาบันระดับนานาชาติ ที่อ่อนแอในหลากหลายด้าน เช่น การมีข้อกำหนด ศาล ตำรวจ (๔) กลไกเชิงสถาบันที่อ่อนแอ ต่อการรักษาผลประโยชน์ด้านสุขภาวะในภาคส่วนอื่น (๕) ความแข็งตัวของสถาบัน ขาดความยืดหยุ่นและปรับตัว
วิจารณ์ พานิช
๒๖ มี.ค. ๖๖