ค่าย “ต้นกล้าคุณธรรม” ที่จัดเมื่อวันที่ 3-4 มีนาคม 2566 ณ โรงเรียนบ้านวังแคน ตำบลสวนหม่อน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เป็นการบูรณาการทำงานหลายภาคส่วน แต่หลักๆ แล้วเป็นความรับผิดชอบหลักของศูนย์ประสานงานเครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม และสโมสรนิสิตวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
กิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่จะบ่มเพาะให้นักเรียนเกิดความรักและผูกพันต่อโรงเรียนและบ้านเกิดของตนเอง รวมถึงการซึมซับกับเรื่องราวอันเป็นคุณธรรม จริยธรรม หรือสิ่งอันดีงามที่มีอยู่รายรอบตัว ทั้งในมิติอันเป็นปรากฏการณ์ในสังคมและที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียนเอง
บูรณาการผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (ระยะสั้น) ของการจัดกิจกรรม และเพื่อปูทางสู่การเรียนรู้ในระยะยาว แกนนำนิสิต จึงออกแบบกระบวนการเรียนรู้ด้งกล่าวผ่านกิจกรรมสำคัญๆ เช่น
-
นิทานคุณธรรม : เน้นการบอกเล่านิทานผ่านปากคำของนิสิต ชวนนักเรียนสรุปแง่คิดที่ได้จากนิทาน ทั้งในลักษณะของการสรุปความทั่วไปและการอภิปรายอย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยนิทานและการละเล่นที่นำมาใช้ในกระบวนการ เช่น หนูน้อยหมวกแดง รีรีข้าวสาร มอญซ่อนผ้า
- เรื่องเล่าหมู่บ้านของฉันและโรงเรียนของฉัน : เน้นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านข้อเขียนและภาพวาดของนักเรียน พร้อมทั้งให้นักเรียนนำเสนอเรื่องราวเหล่านั้นต่อทุกคน โดยการเล่าเรื่อง การอ่าน ซึ่งจัดขึ้นผ่านการประกวดและมีรางวัลให้กับนักเรียน
- สมุดบันทึกความดี : มุ่งเน้นให้นักเรียนได้จดบันทึกชีวิตประจำว่าได้ทำความดีอะไรบ้าง ทั้งในครัวเรือนและโรงเรียน แล้วนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้ร่วมรับรู้ ประหนึ่งแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต และการหนุนส่งให้เรื่องราวอันดีงามได้ถูกยกย่อง เชิดชู เป็นกรณีศึกษา หรือเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน
- การละเล่นไทย : มุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีความเป็นไทยผ่านการละเล่นที่แฝงด้วนคติธรรมในมิติต่างๆ ทั้งการดำรงชีวิต การทำงานร่วมกัน
- ดนตรีใต้ร่มไม้: มุ่มเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านบทเพลงและกิจกรรมนันทนาการ ผสมผสานไปกับการชวนคิดชวนคุย (โสเหล่) ในประเด็นต่างๆ เช่น สถานที่สำคัญในหมู่บ้าน สถานที่สำคัญในโรงเรียน บุคคลสำคัญในหมู่บ้าน เรื่องราวสำคัญของอำเภอ-จังหวัดขอนแก่น
- ฯลฯ
สมุดบันทึกความดี : ฝึกทบทวนชีวิตและแบ่งปันความดี
ผมขออนุญาตเลือกเอากิจกรรม “สมุดบันทึกความดี” มาบอกเล่าในบันทึกนี้ เพราะเป็นกระบวนการที่ชวนให้นักเรียนได้ทบทวนเรื่องราวในชีวิตประจำวันว่า “ได้เจอกับอะไรมาบ้าง- ได้ทำอะไรมาบ้าง” เพราะกระบวนการนี้ฝึกให้นักเรียนได้ทบทวนตัวเอง – ประมวลเรื่องราวชีวิตของตนเอง แล้วถ่ายทอดลงในสมุดเล่มเล็ก
หรือแม้แต่การฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้ที่จะแบ่งปันความดีงามของตนเองต่อผู้อื่นอย่างไม่เขินอาย พร้อมๆ กับการฝึกให้คนอื่นๆ ได้เรียนรู้ที่จะรับรู้รับฟัง และเชิดชูเรื่องอันดีงามของคนอื่นไปในตัว
และนี่คือตัวอย่างที่ผม ประมวลผลออกมาจากสมุดเล่มเล็กของนักเรียนแต่ละคนฃ
1.ความดีในโรงเรียน
- ช่วยครูล้างจาน
- ช่วยครูทำอาหาร
- ช่วยครูเก็บขยะ
- ช่วยครูและนิสิตทำความสะอาดห้องสมุด
- ช่วยนิสิตทำความสะอาดลาน BBL
- ช่วยพี่นิสิตล้างห้องน้ำ (สุขา)
- ฯลฯ
2.ความดีในครัวเรือน
- ช่วยแม่ล้างจาน
- ช่วยแม่ตากเสื้อผ้า
3.ความดีและการเรียนรู้ประจำวัน
- มีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรมต่างๆ เช่น ฐานเทียนไขดูดน้ำ ฐานภูเขาไฟ
- มีความสุขและความสนุกที่ได้เล่นฟุตบอลกับพี่นิสิต
- ได้เรียนรู้การปลูกต้นไม้และการทำกระถางต้นไม้จากขวดพลาสติก
ครับ – ผมคงไม่ต้องพูดถึงว่ากระบวนการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงทักษะการคิด การอ่าน การเขียนของนักเรียนหรอกนะครับ ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นบ้าง แต่ผมไม่ถือเป็นสาระหลัก หรือมองข้ามไปเลย - เพราะผมได้สื่อสารเป็นการภายในกับนิสิตและคณะครูไว้บ้างแล้วว่า ผมมีเจตนาฝึกให้นักเรียนได้ทบทวนชีวิตในแต่ละวันตามวันวัยของเขาเอง
และต้องการฝึกให้เขากล้าที่จะเปิดเผย หรือแบ่งปันเรื่องราวอันดีงามของตนเองต่อผู้อื่น (สังคม) รวมถึงฝึกให้คนอื่นๆ (สังคม) เรียนรู้ที่จะแสดงออกซึ่งการชื่นชม และปรารถนาดีต่อกัน
หรือการเรียนรู้ที่จะ “เปิดใจ” รับรู้เรื่องราวของผู้คนรอบกายอย่างจริงจังและจริงใจ
ผมยืนยันกับคณะครู หรือแม้แต่แกนนำนิสิตอย่างหนักแน่นว่า กระบวนการแห่งสมุดบันทึกความดีเล่มนี้ หากสมารถขับเคลื่อนสม่ำเสมอ-ต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ฺในตัวตนของนักเรียนอย่างไม่ต้่องสงสัย
…..
อังคารที่ 7 มีนาคม 2566
อาคารพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
หลานชาย เพิ่งได้รับรางวัลจากห้องสมุดของโรงเรียน
เป็นนักเรียนเขียนบันทึกการอ่านยอดเยี่ยมค่ะ
ทำความดีกันตั้งแต่เด็กทีเดียว ;)…