คำทักทายในภาษาอังกฤษ แบ่งออกเป็น สองแบบ คือ

  1. แบบ เป็นทางการ (Formal)     2. แบบ ไม่เป็นทางการ (Informal)

 แบบเป็นทางการ (Formal)

การทักทาย แบบ เป็นทางการ ส่วนมากเราจะใช้กับ ในสถานที่ทำงาน หรือ ผู้มีคุณวุฒสูงกว่า หรือคนที่เราไม่รู้จัก คนแปลกหน้า (Stranger) ยกตัวอย่าง

Hello. สวัสดี

How are you ? คุณเป็นอย่างไร ?

การตอบ เช่น

I’m fine.

I’m OK.

I’m good.

I’m very well.

I’m great!

หรือ

How are you doing ? คุณเป็นอย่างไร เช่นกัน

การตอบ เช่น

I’m doing OK.

การกล่าวสวัสดี สามารถ แบ่งตามช่วง เวลาได้คือ

Good morning. (สวัสดีตอนเช้า)

Good afternoon. (สวัสดี ตอนบ่าย)

Good evening. (สวัสดี ตอนเย็น)

ส่วนเวลาเจอหน้ากัน ตอนเย็น หรือ ตอนค่ำ เราจะไม่ใช้ Good night. เพราะจะใช้เวลา ก่อนเข้านอน หรือ ต้องจากกันใจตอนค่ำ

 แบบไม่เป็นทางการ (Informal)

แบบการทักทายแบบ informal ยกตัวอย่าง เช่น

การสวัสดี

Hi!

Hey!

Yo! (Close friend , Young people)

และการถามในการทักทาย ว่าคุณเป็นอย่างไรบ้าง ? แบบ informal

How’s it going?

How you going?

How’s things?

How’ve you been?

หรือการใช้ What’s up? สามารถ ใช้เป็นคำถามว่า คุณเป็นอย่างไร แบบ informal ได้

การตอบคำถาม ว่า สบายดี , แล้วคุณล่ะ

OK, You?

Good, You?

Great, You?

Fine, You?

การถามในเรื่องอื่นๆ คุณมีเรื่องราว ใหม่ๆ หรือมีเหตุการณ์ อะไรน่าสนใจไหม แบบ informal

What’s new?

What’s news?

What you?

been up to?

What’s been?

Happening?

และ การตอบ เช่น ตอบว่าไม่มี ก็เดิมๆ เช่น

Not much.

Same old.

            ยกตัวอย่างเช่นเจอกันในตอนเช้าของผู้กองท่านหนึ่งกับท่านนายพลท่านหนึ่งแบบเป็นทางการหน่อย

            A Captain:  Good morning,sir.

            A General:  Good morning,captain.

            ต่อไปหลังจากทักทายกันแล้ว ก็มักจะไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกัน  คำถามที่เป็นทางการมักจะถามต่อไปว่า    

            How are you? ซึ่งแปลเป็นไทยว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง การตอบรับทั่วๆไปที่เราคุ้นเคยกันดีคือ 
I am fine.Thank you.and you?  แปลว่า ผมสบายดีครับ ขอบคุณ แล้วท่านเป็นไงบ้างครับ  ส่วนท่านนายพลถ้าสบายดีท่านก็จะตอบกลับมา I'm great.แปลว่า เยี่ยม หรือ คำว่า I'm all right.แปลทำนองว่า
ผมก็สบายดี โอเคดีอยู่           



 

            สำหรับคำทักทายที่ไม่เป็นทางการ   เวลาเจอกัน จะทักทายโดยใช้คำว่า Hello หรือ Hi ซึ่งก็แปลว่า สวัสดี เช่นกัน  โดยจะใช้สำหรับผู้ที่สนิทสนมคุ้นเคยกันดี

            
 

การแนะนำตนเองแบบเป็นกันเอง

Hello. (ทักทาย)
เฮ็ลโล๊ (สวัสดี)
My name’s Tongdee. (บอกชื่อ)
มาย เนมส ทองดี (ผมชื่อทองดี)
I’m from Thailand. (ข้อมูลเพิ่มเติม)
ไอม ฟรอม ไท๊แลนด (ผมมาจากประเทศไทย)
I’m an exchange student. (ข้อมูลเพิ่มเติม)
ไอม เมิน นิกซเช๊นจ สติ๊วเดินท (ผมเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน)
Glad to meet you. (แสดงความยินดีที่ได้เจอกัน)
แกลด ทะ มีท ชู (ดีใจที่ได้เจอกัน)

-การแนะนำตนเองแบบเป็นทางการ

Good morning. (ทักทาย)
กุด ม๊อนิง (อรุนสวัสดิ์ครับ)
May I introduce myself? (ขออนุญาต)
เม๊ ยาย ยินทระดิ๊วซ มายเซ๊ลฟ (ผมขออนุญาตแนะนำตัวเองนะครับ)
My name is Somchai Rakdee. (บอกชื่อ)
มาย เนม มิส สมชาย รักดี (ผมชื่อสมชาย รักดี)
I’m the marketing manager from ABC company. (ข้อมูลเพิ่มเติม)
ไอม เดอะ ม๊าคิททิง แม๊นนิจเจอะ สำนวนกล่าวลาที่ไม่ระบุเวลาฟรอม เอบีซี คั๊มพะนี (ผมเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดจากบริษัทเอบีซี)
Nice to meet you. (แสดงความยินดีที่ได้เจอกัน)
ไนซ ทะ มีท ชู (ยินดีที่ได้รู้จัก)

การกล่าวลา (Leave Taking)

หลังจากที่ได้ทักทายกันแล้ว และพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอก็ได้เวลาอำลากันแล้ว คำที่ใช้กล่าวลาก็มีเยอะเหมือนกัน จำไว้ใช้งานสักสองสามประโยคก็พอค่ะ

สำนวนกล่าวลาที่ไม่ระบุเวลา

Goodbye.
กุ๊ดบาย (ลาก่อน)

Bye

บาย (ลาก่อนเด้อ)
See you then.
ซี ยู เด็น (ค่อยเจอกันใหม่)
See you later.
ซี ยู เล๊เทอะ (ค่อยเจอกันใหม่)


 

สำนวนกล่าวลาที่ระบุเวลา


 

ถ้าเรารู้ว่าจะเจอกันอีกครั้งเมื่อไหร่ ก็สามารถใช้สำนวนนี้ได้เลย
See you…..
ซี ยู …. (เจอกัน….)
จะเจอกันตอนไหนก็เติมคำเอาเอง เช่น
tomorrow ทุม๊อโร (พรุ่งนี้)
next week เน็กซ วีค (สัปดาห์หน้า)
next month เน็กซ มันธ (เดือนหน้า)
next year เน็กซ เยีย (ปีหน้า)
on Monday (ออน มันเดย์ วันจันทร์)
on Tuesday (ออน ทิวสเดย์ วันอังคาร)
และวันอื่นๆที่เหลือ
 

อีกสำนวนหนึ่งที่นานๆฝรั่งจะใช้พูดกับคนไทย คือ

Good day.
กุ๊ด เดย์ ซึ่งตัดทอนมาจาก
Have a good day.
แฮฝ ฝะ กุ๊ด เดย์ (ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี)

สำนวนเหล่านี้มีเยอะไว้เพื่อศึกษาเท่านั้น เวลาเอาไปใช้งานจริง แค่พูดว่า Goodbye ก็พอแล้วค่ะ

เมื่ออีกฝ่ายทักทายเรามา ไม่ว่าจะด้วยคำว่า Hello/ Good morning/ Good afternoon หรือ Good evening ก็ตาม เราต้องทวนคำนั้นๆ และตามด้วยคำว่า How do you do?
ตัวอย่างเช่น

หากอีกฝ่ายทักทายว่า…..
“Good afternoon, Mr. Chaichana.“
เราก็เพียงตอบรับว่า…..
“Good afternoon, How do you do?“
(ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่ออีกฝ่ายกลับก็ได้ เพราะบ่อยครั้งที่เราก็ถูกทักทายโดยคนแปลกหน้า)

ทั้งนี้ คำถามที่ว่า “How do you do?” นั้น เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ มันเป็นเพียงธรรมเนียมในการกล่าวทักทายเท่านั้น โดยจะใช้กับบุคคลที่เพิ่งพบกันครั้งแรกหรือรู้จักกันมาก่อนแล้วก็ได้

อย่างไรก็ดี โดยปกติแล้ว เมื่ออีกฝ่ายพูดว่า “How do you do?” เราก็ควรตอบกลับว่า “How do you do?” ซึ่งเป็นการตอบตามมารยาทเช่นเดียวกัน (ไม่ได้อยากรู้จริงๆว่าอีกฝ่ายสบายดีไหม)

หากเราเคยรู้จักกับอีกฝ่ายมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว เขาหรือเธออาจจะทักทายเพิ่มเติมว่า……

“I’m glad to meet you.”
เราก็แค่ตอบรับว่า…..
“Glad to meet you, too.”

หรือถ้าอีกฝ่ายบอกว่า “Nice to meet you.”/ “Pleased to meet you.“
เราก็ตอบรับว่า “Nice to meet you, too.“/ “Pleased to meet you, too.“

นอกจากการตอบรับว่า “…….., too” แล้ว เราสามารถพูดสั้นๆว่า “Likewise.” ก็ได้นะครับ 
….แต่ถ้ามีการถามว่า How are you? เพิ่มมาด้วยล่ะก็ คราวนี้ล่ะยาวเลย กล่าวคือ…

บทสนทนาอาจจะเป็นไปในรูปแบบต่อไปนี้

[Jack] : Good morning, Jill

[ Jill ] : Good morning, Jack.

[Jack] : How are you ?

[ Jill ] : I’m fine, thank you. And you?
(นอกจากการถามว่า “And you?” แล้ว เรายังสามารถถามกลับว่า “Yourself?” ได้ด้วย)

ต่อมา เรามาดูกรณีการตอบกลับคำร่ำลากันบ้าง

หากอีกฝ่ายพูดว่า “Take care of yourself.” 
เราสามารถตอบกลับได้ว่า “Thank you. I will.” หรือ “Thank you. You, too.“

ทั้งนี้ การตอบกลับคำร่ำลา จะไม่ซับซ้อนเหมือนการตอบรับคำทักทาย เพราะปกติแล้ว เราก็แค่พูดทวนวลีเดียวกันนั้นแก่อีกฝ่าย เช่น

หากอีกฝ่ายพูดว่า Goodbye. เราก็แค่พูดทวนว่า Goodbye.
หากอีกฝ่ายพูดว่า See you. เราก็แค่พูดทวนว่า See you.
หากอีกฝ่ายพูดว่า See you tomorrow. เราก็แค่พูดทวนว่า See you tomorrow. เป็นต้น

ยกเว้นเป็นการร่ำลาในเชิงต้องการคำตอบ เช่น

“Hope to see you soon.” 
เราก็สามารถตอบว่า…
“Yes, I hope so.” หรือ “You, too“

หากอีกฝ่ายพูดว่า…
“Please keep in touch“
เราก็สามารถตอบว่า…
“Yes, I will.” หรือ “You, too” เป็นต้น