
สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน Blog ในวันนี้ดิฉันจะมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ Diversional Therapyกับผู้มีประสบการณ์ทางจิตเวชครั้งแรกของดิฉัน ( ที่ตอนนี้ขึ้นเป็นนักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่3แล้วค่ะ ) ที่ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง นนทบุรี ซึ่งDiversional Therapy ที่ดิฉันกล่าวไปข้างต้น เป็นการบำบัดด้วยทักษะอ่อนโยน ( Soft skill ) สร้างสัมพันธภาพด้วยการสื่อสารจิตสังคมด้วยภาษากาย การสบตา การใช้เสียง การสังเกตรูปแบบกิจกรรม เพื่อเบี่ยงเบนจิตต่อความเจ็บปวดของร่างกาย และจิตใจ
กรณีศึกษา
ชื่อสมมุติ B เพศ หญิง
โรคประจำตัว : HIV โรคจิตเภท ปวดข้อสะโพก
งานอดิเรก : ชอบฟังเพลง มีศิลปินที่ชอบคือปูพงษ์สิทธิ์ ชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต ชอบฟังดนตรี
-รับบรู้วันเวลาและสถานที่ กิจกรรมที่ทำเมื่อเดือนที่แล้ว ( สอบถามผู้ดูแลแล้ว เป็นความจริง )
-ประเมินระดับความเจ็บ ปวดบริเวณข้อสะโพก เมื่อต้องเคลื่อนไหว ระดับ Pain scale 10 / 10
-ประเมินการเดิน ผู้รับบริการมีการเดินแบบ Knock Knee หรือแบบเข้าชนกัน ลักษณะของหัวเข่าหมุนเข้าไปในทิศทางด้านในของลำตัว ( Internal rotation )
-ประเมิน 9Q คะแนน 8 / 19 มีอาการโรคซึมเศร้าระดับน้อย
-ประเมิน 8Q คะแนน 0/17 ไม่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายในปัจจุบัน
-ประเมิน State management พบว่า ผู้รับบริการ มีระดับความเครียด 0/10
-ประเมิน visual accessing cue พบว่า
- มองเห็นนิ้วชัดในทุกทิศทางของนิ้ว
- อดีต เห็นภาพพระพุทธรูปในโบสถ์ วัดที่เคยบวชชี มีความสุข อยากที่จะทำ ชอบทำ
- อนาคต เห็นภาพทะเล มีความสุข อยากไปเที่ยวมากๆ
มี Motivation ในการใช้ชีวิต อยากออกไปจากที่นี้ เมื่อออกไปแล้วจะไปบวช
ปัญหาที่พบ (ในวันที่ 20/10/65)
-ผู้รับบริการหลงผิดจากความเป็นจริง Delusionจากการถามซ้ำและถามผู้ดูพบว่ามีความจริง และไม่จริง คิดว่าตัวเองหายจากโรคจิตเภทแล้ว ไม่ต้องทานยา
-มีปัญหาสายตาสั้น
-ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
-ประเมินระดับความเจ็บ ปวดบริเวณข้อสะโพก เมื่อต้องเคลื่อนไหว ระดับ Pain scale 10 / 10

Diversional activity อะไรที่เลือกให้กับผู้รับบริการ
Projective tests ( The Magazine Picture Collage ) รวมทั้งกิจกรรมฟังเพลงที่ผู้รับบริการชื่นชอบ
ทำไมถึงเลือก Diversional activity ดังกล่าว
จากการสัมภาษณ์ในครั้งแรกพบว่าผู้รับบริการมีอาการโรคซึมเศร้าระดับน้อย และ Delusion มีประวัติฆ่าตัวตาย ปวดบริเวณข้อสะโพก เมื่อต้องเคลื่อนไหว ระดับ Pain scale 10 / 10 อาการปวดทำให้ผู้รับบริการ ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ ผู้รับบริการมักพูดว่าปวด เจ็บ ออกมาบ่อยๆ ไม่อยากทำกิจกรรม เมื่อสอบถามผู้ดูแล พบว่าปัจจุบันผู้รับบริการไม่มี โรคประจำตัวเป็นโรคซึมเศร้า จึงเลือกใช้กิจกรรมนี้ เพื่อดูความคิดและความรู้สึกของผู้รับบริการในปัจจุบัน รวมถึงกิจกรรมร้องเพลงเป็นสิ่งที่ผู้รับบริการชื่นชอบ ชอบทำเป็นงานอดิเรก เพื่อเบี่ยงเบน อาการเจ็บปวด ทางด้านร่างกาย และจิตใจ
Stage 1 : The opening of the session
ผู้บำบัดกล่าวแนะนำตัวและทักทาย ด้วยเสียงที่สุภาพ เป็นมิตร หน้าตายิ้มแย้ม ถามความรู้สึกในวันนี้ของผู้รับบริการ ถามสิ่งที่ได้ทำก่อนหน้านี้ ผู้บำบัดผู้แนะนำกิจกรรมที่จะทำในวันนี้ จุดประสงค์ เวลาที่จะใช้ทำกิจกรรม ถามถึงประสบการณ์ในการทำกิจกรรมนี้ว่าเคยทำมาก่อนหรือไม่
Stage 2 : Activities Emphasizing Bodily Response
กิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายจากบนลงล่าง Joint to Joint เนื่องจาก ผู้รับบริการมีระดับความเจ็บ ปวดบริเวณข้อสะโพก เมื่อต้องเคลื่อนไหว ระดับ Pain scale 10 / 10 ผู้บำบัดจึงเลือกกิจกรรมนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นการเคลื่อนไหว และแทรกท่าออกกำลังกาย ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของข้อสะโพก โดยผู้บำบัดจะทำร่วมกับผู้รับบริการไปทีละขั้นตอน ระหว่างการทำกิจกรรมผู้บำบัดได้ให้ผู้รับบริการเลือกเพลงที่ชื่นชอบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการเจ็บป่วยทางกาย
วิธีการทำ
- หมุนหัวไหล่ไปทางด้านหลังและกลับมาด้านหน้า อย่างละ 5 ครั้งตามลำดับ
- งอหัวไหล่ 90 องศา เย็ดข้อสอบและนิ้วมือมาทางด้านหน้า อย่างละ 5 ครั้งตามลำดับ
- ผู้รับบริการนั่งห้อยขาขาติดพื้น มือว่างขนาดลำตัวเพื่อช่วยพยุงลำตัว จากนั้น ค่อยๆงอข้อสะโพก หัวเข่า ข้อเท้า ตามลำดับ ขึ้นมาให้สูงที่สุด
- หลังจากนั้น เหยียดข้อสะโพก หัวเข่า ข้อเท้า ตามลำดับ ทำสลับกันทีละข้าง อย่างละ 5 ครั้ง
- หมุนข้อเท้าเป็นวงกลม อย่างละ 5 ครั้ง สลับกัน 2 ข้าง
- ผู้บำบัดแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการออกกำลังกายโดยเน้นย้ำ ข้อ 4-5 ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของข้อสะโพกที่ผู้รับบริการมีอาการเจ็บ
จากการสังเกตผ่านการทำกิจกรรม ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ยืดเหยียดร่างกายเป็นอย่างดี ค่อยๆถามพร้อมกับผู้บำบัดไปทีละขั้นตอน ให้ความสนใจในท่าทางต่างๆ สอบถามถึง วิธีการทำท่านั้นๆ ความรู้สึกหลังการทำกิจกรรม รู้สึกสบายตัวขึ้น เหมือนได้ผ่อนคลาย
Stage 3 Activities Proportioning Perceptual integration
ก่อนเริ่มทำกิจกรรม ผู้บำบัดได้ขอให้ผู้รับบริการ ช่วยนำสิ่งของ อุปกรณ์มาวางเพื่อเตรียมพร้อมในการทำกิจกรรม โดยผู้บำบัดจะทำการบอก ตำแหน่งและทิศทางของสิ่งของที่จะวาง เช่น หยิบกาวออกจากถุงและวางไว้ด้านซ้ายของคุณ หยิบนิตยสาร 1 เล่ม วางไว้ทางซ้ายมือของคุณ หยิบนิตยสารอีก 1 เล่ม วางทางด้านขวาของกาว ผู้รับบริการสามารถทำตามทิศทางที่ผู้บำบัดบอกได้ทั้งหมด
Stage 4 : Cognitive Stimulation and Functioning
Projective tests ( The Magazine Picture Collage )
- ผู้บำบัดได้แนะนำกิจกรรม อุปกรณ์ เวลาที่จะใช้ทำ และให้ผู้รับบริการดูตัวอย่างของผลงาน สอบถามความรู้สึกก่อนทำกิจกรรม พบว่า อยากทำ ไม่เคยทำมาก่อน
- ผู้รับบริการสามารถเริ่มต้นทำกิจกรรมได้ทันที ค่อยๆหารูปตามความสนใจ สามารถคงความสนใจในการหารูป และร้องเพลงที่ชื่นชอบไปพร้อมกันได้
- เมื่อไม่มีกรรไกร ผู้รับบริการสอบถามผู้บำบัดจะฉีกแทนการตัด โดยที่ผู้บำบัดไม่ต้องให้ความช่วยเหลือ มีการพับก่อนฉีก ฉีกรูปภาพแบบเป็นขอบสี่เหลี่ยม วางรูปภาพแบบเป็นแถวรียบร้อย โดยเริ่มแปะจาก บนซ้ายลงมาล่างไม่มีนอกกรอบ
- ผู้รับบริการไม่รู้จักกาวแท่ง ใช้ไม่เป็น มีการสอบถามผู้บำบัดเกี่ยวกับวิธีการใช้ และสามารถใช้ได้ด้วยตนเองในครั้งถัดไป
- เมื่อผู้รับบริการมีการหลงผิดจากความเป็นจริง Delusion บ้าง เช่น บอกว่าลูกจะมารับ มีคนมาให้เงิน ผู้บำบัดจึงต้องค่อยๆดึงความสนใจ พูดคุยเกี่ยวกับการทำกิจกรรม ชวนร้องเพลง ผู้รับบริการจึงกลับมาทำกิจกรรมได้ต่อไป
- หยุดทำกิจกรรมได้ด้วยตนเอง
- ผู้รับบริการเลือกแปะรูป พระพุทธรูป ทะเล สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยให้เหตุผลว่า รูปพระพุทธรูปเพราะนับถือศาสนาพุทธ และเคยบวช รูปทะเลและสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเคยไปและอยากไป
- สามารถทำกิจกรรมได้เสร็จตรงเวลา
- ความรู้สึกหลังทำกิจกรรม รู้สึกชอบกิจกรรมนี้ เพราะได้ฟังเพลง และได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่อยากไป มีสถานที่สวยๆในนิตยสาร อยากหายและออกจากที่นี่เพื่อไปเที่ยว อยากเก็บผลงานไว้เป็นที่ระลีก
Stage 5 : Closing the session
ผู้รับบริการสามารถเริ่มต้นและหยุดทำกิจกรรมได้ด้วยตนเอง มี Allen cognitive level 5.0 เมื่อพบปัญหา สามารถสอบถาม เกี่ยวกับวิธีการแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง ระหว่างการทำกิจกรรมผู้รับบริการมีการหลงผิดจากความเป็นจริง Delusion ผู้บำบัดจึงต้องค่อยใช้ดนตรีบำบัด การพูดคุย เพื่อดึงความสนใจ ผู้รับบริการจึงกลับมาทำกิจกรรมได้ต่อไป
สำหรับ Blog ในวันนี้ เป็นBlog สำหรับการศึกษา ดิฉันไม่ได้มีเจตนา ที่จะทำให้ผู้ใดเสื่อมเสียชื่อเสียง หากมีข้อผิดพลาดประการใดดิฉันขอ อภัยไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
