Brief case

           ผู้รับบริการเพศหญิง ชื่อ สุวิมล ทองมุม (ออย) อายุ 34 ปี ได้รับการวินิจฉัยโรคเป็น Schizophrenia (จิตเวช F 20) เดิมเคยใช้สารเสพติด ปัจจุบันอาการทางจิตทุเลาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ พูดคุยรู้เรื่อง ปัจจุบันยังทานยาจิตเวชอยู่ ผู้รับบริการมีสีหน้าเรียบเฉย ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างมีสีเหลือง เนื่องจากใช้นิ้วมือคีบบุหรี่ดูดเยอะ นั่งสั่นขาตลอดเวลา ชอบทำอาหาร ร้องเพลง มีความต้องการอยากออกไปจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนี้ อยากกลับไปอยู่กับลูกและสามี ตอนนี้ผู้รับบริการไม่มี motivation ในการดำรงชีวิต มี dairy routine หรือ กิจวัตรประจำวันเเบบเดิมทุกวัน มีความสนใจที่อยากจะทำกิจกรรมหลายอย่าง แต่ขาดโอกาสในการทำ ทำแบบประเมินภาวะสมองเสื่อม Mini-Cog ได้ 2/5 คะแนน แปลผลได้ว่าอาจจะมีปัญหาในส่วนของความจำระยะสั้น (recall memory)ทำแบบประเมินคัดกรองโรคซึมเศร้า 2Q แปลผลได้ว่า “เป็นผู้มีความเสี่ยง” หรือ “มีเเนวโน้มที่จะเป็นซึมเศร้า” จึงให้ทำแบบประเมิน (9Q)ต่อ ได้ 9 คะเเนน (แปลผลได้ว่ามีอาการของโรคซึมเศร้า ระดับน้อย) และทำแบบประเมินการฆ่าตัวตาย (8Q) ได้ 5 คะเเนน (แปลผลได้ว่ามีเเนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายในปัจจุบัน ระดับน้อย) ก่อนเริ่มทำกิจกรรมผู้รับบริการบอกว่ารู้สึกเศร้าเพราะวันนี้ไม่ได้ทำอาหาร ถอนหายใจ ง่วงนอน

Diversional activity : ทำดอกไม้จากกระดาษทิชชู่และร้องคาราโอเกะ

                                                                     กิจกรรมร้องคาราโอเกะ

  • เนื่องจากก่อนเริ่มทำกิจกรรมผู้รับบริการรู้สึกเศร้า รู้สึกผิดหวังว่าวันนี้จะได้ทำอาหารเหมือนที่เพื่อนคนอื่นๆในหอพูดกัน ง่วงนอนจากฤทธิ์ของยาทางจิตเวช จึงใช้กิจกรรมร้องคาราโอเกะ เพื่อกระตุ้น arousal ก่อนเริ่มต้นทำกิจกรรม
  • กระบวนการในการใช้ Diversional activity เริ่มจากผู้รับบริการเป็นคนที่ร้องขอว่าอยากร้องเพลงก่อนเริ่มทำกิจกรรม จึงใช้การเปิดคาราโอเกะในไอแพด ให้ผู้รับบริการเลือกเพลงที่อยากจะร้อง 1 เพลง ผู้รับบริการเลือกร้องเพลง “รักไม่ต้องการเวลา” จากนั้นผู้บำบัดจึงเปิดคาราโอเกะให้ผู้รับบริการร้องเพลงตามที่ผู้รับบริการเลือก ตลอดที่ผู้รับบริการร้องเพลง ผู้บำบัดมีการปรบมือตามจังหวะเพลง เเละพาผู้รับบริการนั่งโยกตัวช้าๆตามจังหวะเพลง เพื่อให้เกิดการตื่นตัว
  • สังเกตเห็นได้ว่า ตลอดการทำกิจกรรมร้องคาราโอเกะผู้รับบริการมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม สีหน้าสดชื่นขึ้น มีอินเนอร์ในการร้องเพลงเเละเเสดงอารมณ์การเข้าถึงเนื้อหาของเพลงได้ดีมาก เสียงร้องชัดเจน เสียงดัง ฟังชัด ไม่เหมือนตอนที่เจอหน้ากันครั้งเเรกผู้รับบริการมีการพูดเสียงเบา และมีสีหน้าที่เรียบเฉย หลังจากร้องคาราโอเกะจบ 1 เพลง ผู้รับบริการอยากร้องอีก ผู้บำบัดจึงบอกกับผู้รับบริการว่า ถ้าหากทำกิจกรรมดอกไม้ประดิษฐ์เสร็จจะให้ร้องอีก 1 เพลง ผู้รับบริการตอบ “ตกลง” และผู้รับบริการมีความสนใจที่อยากจะทำกิจกรรมมากขึ้น มีการพูดกับผู้บำบัดว่า “เคยทำกิจกรรมพับดอกไม้มาก่อน เเต่ไม่เคยทำดอกไม้จากกระดาษทิชชู่ ตื่นเต้นที่จะได้ทำ”

                                                                กิจกรรมทำดอกไม้จากกระดาษทิชชู่              

  • ผู้รับบริการไม่มี motivation ในการใช้ชีวิต ไม่มีกิจกรรมอะไรที่แปลกใหม่ทำ นอกจากกิจกรรมเดิมๆที่ทางศูนย์คุ้มครองให้ทำ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า  เมื่อผู้รับบริการเห็นตัวของกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน ผู้รับบริการเกิดความสนใจเเละอยากลงมือทำ  
  • กระบวนการในการใช้ Diversional activity เริ่มจากผู้บำบัดอธิบายอุปกรณ์เเละขั้นตอนในการทำดอกไม้ทิชชู่ให้ผู้รับบริการฟังก่อน จากนั้นผู้บำบัดจะสาธิตการทำดอกไม้จากกระดาษทิชชู่ให้ผู้รับบริการดู เริ่มจาก 1) พับกระดาษทิชชู่ทบกันไปมาสลับหน้า-หลัง 2) ใช้ก้านดอกไม้มาล๊อกพันตรงกลางของกระดาษทิชชู่ที่พับทบกันไปมาในขั้นตอนเเรก 3) นำเมจิกสีที่ต้องการระบายไปตรงปลายของกระดาษทิชชู่ทั้ง2 ข้าง 4) ใช้มือคลี่กระดาษทิชชู่ออกเป็นกลีบดอกไม้ 5)ใช้ฟลอร่าเทปพันก้านดอกไม้ลงมาให้สุดก้านจนเสร็จ หลังจากนั้นให้ผู้รับบริการลองลงมือทำดอกไม้กระดาษทิชชู่ด้วยตนเอง โดยมีผู้บำบัดคอยให้คำเเนะนำเเละให้การช่วยเหลือเมื่อผู้รับบริการขอความช่วยเหลือ

                   

  • จากการสังเกตในการทำกิจกรรม ผู้รับบริการสามารถเริ่มต้นทำกิจกรรมเองได้ ตัดสินใจในการเลือกสีของดอกไม้เองได้ เเต่จะมีหลงลืมขั้นตอนในการทำหลายขั้นตอน ผู้บำบัดต้องมีการทวนขั้นตอนในการทำซ้ำๆหลายครั้ง ผู้รับบริการจะไม่ขอความช่วยเหลือ เเต่จะจดจ่อในการทำมาก หาทางเเก้ไขปัญหาเอง เเต่เเก้ไม่ได้ก็จะเกิดอารมณ์หงุดหงิด ทำเเรง เช่น ขั้นตอนของการพันฟลอร่าเทปตรงก้านดอกไม้ผู้บำบัดจะทำเเรงดึงก้านดอกจนเบี้ยวไปมาเพราะพันไม่ได้สักที ผู้บำบัดจึงต้องพูดกระตุ้นว่าอยากให้ช่วยทำหรือไม่ ผู้รับบริการถึงจะพูดขอความช่วยเหลือ เมื่อทำเสร็จ 1 ดอก ผู้บำบัดถามผู้รับบริการว่าอยากทำอีกไหม ผู้รับบริการตอบว่า “อยากทำอีก อยากทำให้ดีกว่าเดิม” ผู้บำบัดจึงให้ผู้รับบริการลองทำอีก ดอกที่ 2 สังเกตเห็นว่าผู้รับบริการใจเย็นขึ้น ค่อยๆทำ แล้วนำวิธีการเเก้ไขที่เคยทำผิดพลาดในดอกไม้ดอกเเรกมาใช้เเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำดอกไม้ดอกที่ 2 หลังจากทำเสร็จดอกที่ 2 ผู้บำบัดจึงสอนผู้บำบัดติดดอกไม้ลงไปในเเผ่นไม้อัดที่เตรยมไว้ให้ เเล้วให้ผู้รับบริการจัดตกเเต่งช่อดอกไม้เอง ผู้บำบัดช่วยเหลือในการตัดเทปใสให้ผู้รับบริการนำไปแปะก้านดอกไม้ติดกับไม้อัด ผู้รับบริการสามารถทากาวเเละโรยผงเงินเพื่อตกแต่งดอกไม้ได้ด้วยตนเอง เมื่อทำเสร็จผู้รับบริการรู้สึกพอใจกับดอกไม้ทิชชู่ที่ตนเองลงมือทำเองในทุกขั้นตอน และตั้งชื่อของดอกไม้ว่า “ดอกลีลาวดี” และเขียนชื่อตัวเองลงไปในผลงาน และผู้รับบริการบอกกับผู้บำบัดว่าจะนำดอกไม้นี้ไปเป็นของขวัญให้กับเเม่ที่ดูเเลคนเสื้อสีน้ำเงินคนนั้น บอกว่าจะไปสอนแม่ๆ(ผู้ดูเเล) เเละเพื่อนๆที่อยู่ในหอทำ บอกกับผู้บำบัดว่าวันนี้รู้สึกดีใจ มีความสุขมาก ที่ได้ทำกิจกรรมกับผู้บำบัดในวันนี้ ได้พูดคุยกัน ได้ร้องเพลงอีกครั้งหลังจากไม่ได้ร้องมานานเเล้ว ขอบคุณที่เอากิจกรรมมาให้ทำ ก่อนจากกันเพื่อไปเตรียมตัวทานยา กินข้าว ผู้รับบริการขอร้องคาราโอเกะอีก 1 เพลง ก่อนจบการทำกิจกรรม ผู้บำบัดจึงเปิดคาราโอเกะให้ร้องอีก 1 เพลง เมื่อร้องจบ ผู้รับบริการขอบคุณผู้บำบัดอีกครั้งเเละเเยกย้ายกัน 

 

6323008 นางสาว อัญชลี กุมภาศรี 

นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหิดล