วันที่ ๓๐ - ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ผมไปประชุมแบบรีทรีต ของสภา สบช. (สถาบันพระบรมราชชนก) ที่โรงแรมแคนทารี บีช จ. ระยอง เช้าวันที่ ๓๑ จึงได้มีโอกาสเดินออกกำลังที่ชายหาด โดยได้มีโอกาสเปรียบเทียบระหว่างบรรยากาศของชายหาดภูเก็ตและบรรยากาศของชายหาดระยองไปในตัว เพราะเมื่อสามวันก่อนผมไปเดินที่ชายหาดกะรนของภูเก็ต
แต่คงเปรียบเทียบกันยาก เพราะเอาความรู้สึกของผมเป็นมาตรวัด ตอนไปภูเก็ตผมไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไปร่วมงานรีทรีตของทีมจัดการประชุม PMAC ส่วนของทีมไทย แต่ไประยองในฐานะนายกสภาสถาบัน ที่จะต้องทำหน้าที่สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาขึ้นแทนที่วัฒนธรรมราชการ ต้องคิดเชิงยุทธศาสตร์อยู่ตลอดเวลา พื้นฐานจิตใจของผมสำหรับชื่นชมธรรมชาติจึงไม่เหมือนตอนอยู่ที่ภูเก็ต
ผมเล่าเรื่องการวิ่งออกกำลังที่ชายหาดแสงจันทร์นี้ เมื่อ ๘ ปีก่อน ที่ (๑) เป็นการไปประชุมแบบรีทรีตของสภามหาวิทยาลัยมหิดล และเล่าเรื่องควงสาวเที่ยวระยองเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว ที่ (๒) เป็นสภาพที่ไม่มีวันหวนกลับ เพราะภรรยามีอาการของโรคสมองเสื่อมรุนแรงขึ้นมาก
ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ของสถานที่มี ๒ ประการ (๑) ทรายถูกซัดเข้ามาถมที่หลังกำแพงหินกันคลื่นมากขึ้น ทำให้ชายหาดเว้าเป็นช่วงๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น หาดทรายหลังกำแพงกันคลื่นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น (๒) มีลู่จักรยานที่ริมถนนด้านติดทะเล แต่ไม่เห็นนักปั่นที่ใช้ลู่นี้เลย เห็นปั่นกันที่ริมถนนใหญ่ทั้งสิ้น มีจำนวนไม่มากนัก
ที่เตะตาอีกอย่างหนึ่งคือ ที่ประติมากรรมนางพันธุรัต มีคนมานั่งบริกรรมสวดภาวนาเสียงดัง (ตามรูป)
เช้านี้ลมดีมาก ดีกว่าที่ภูเก็ตมาก จึงมีคนมาจอดรถนอนตากลมที่ริมถนนหลายคัน ที่แปลกคือ เมื่อ ๘ ปีที่แล้ว ผมออกไปวิ่ง ก็ได้ถ่ายรูป อ. วิม (ศ. พญ. วณิชา ชื่นกองแก้ว) อยู่ไกลๆ คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่ท่านเป็นรองอธิการบดีคนละสถาบัน
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ก.ค. ๖๕
1 สวดถวายพระฤาษี
2 ถนน ลู่จักรยาน และ อ. วิม
3 หาดแสงจันทร์ยามเช้า ถ่ายจากห้องพักชั้น ๙
4 ถ่ายไปทางทิศใต้
5 ถ่ายที่ชายหาด
6 ชายหาด คลื่น และฟ้าสาง
7 ชายหาดงามจากแสงไฟส่อง