เมื่อกล่าวถึงคน 4 ประเภทก็มักจะนึกถึงบัวสี่เหล่าที่เป็นคำสอนทางพุทธศานา คือ บัวพ้นนำ้ บัวปริ่มนำ้ บัวใต้นำ และบัวที่อยู่ในโคลนตม โดยมีนัยว่าบัวพ้นนำ้เป็นบัวที่หลุดพ้นแล้ว ส่วนบัวที่อยู่ในโคลนตมนั้นยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อย ยังมืดมนอยู่กับกิเลสตันหา อะไรประมาณนี้ แต่คน 4 ประเภทที่จะนำมาเล่าในวันนี้เป็นคน 4 เหล่าในอีกลักษณะอื่นคือ คนสี่ประเภทเมื่อพิจากณาในมิติของ ‘การรู้และการทำ’ ซึ่งประกอบด้วยประเภทที่ไม่รู้และไม่ทำ ประเภทที่รู้และทำ ประเภทที่รู้แต่ไม่ทำ กับประเภทที่ไม่รู้แล้วทำ
ประเภท 1ร: ไม่รู้และไม่ทำ เป็นประภทที่ไม่รู้ (หรือแกล้งไม่รู้) อะไร และไม่ทำอะไร ก็ไม่เป็นไร สังคมอาจจะมองว่าไม่มีพวกเขาอยู่ก็ได้ แต่ถ้าอยากให้เขาเป็นประโยชน์ผู้นำก็ต้องพาเขาทำ สอนให้เขารู้ และบังคับ หรือมีสิ่งแลกเปลี่ยนให้เขาทำ แบบหมูไปไก่มา (transactional leadership) แต่สังคมอย่าให้คนประเภทนี้เป็นผู้นำ
ประเภท 2ร: รู้และทำ เป็นประเภทที่รู้ในสิ่งที่จะทำและก็ทำในสิ่งที่รู้ เป็นประเภทที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน และสังคม หรือประเทศชาติ หน่วยไหนมีคนประเภทนี้อยู่ด้วยแล้วดีและเจริญครับ ถ้าจะให้ดีควรมี หรือให้คนประเภทนี้เป็นผู้นำครับ แต่ถ้าท่านเป็นผู้นำคนแบบนี้ควรให้พลังอำนาจ (empower) เขาได้ทำงานกับองค์การในสิ่งที่เขารู้ สนับสนุนให้เขารู้มากขึ้น และให้เกียรติเขาครับ
ประเภท 3ร: รู้แต่ไม่ทำ เป็นระเภทที่รู้ทุกอย่าง แต่ไม่ทำอะไรสักอย่างที่เป็นประโยชน์ เป็นประเภทที่ชอบโวยวาย ติโน่น ติหนี่ ซึ่งก็ยังดีกว่าประเภทแรกครับ เป็นสีสรรค์ขององค์การ สังคม หรือประเทศ แต่ถ้าจะให้ดีผู้นำควรหาทางทำให้เขาเป็นพวก และส่งเสริมให้เขาทำงานครับโดยการมอบหมายงานให้ทำ และให้สังคมในองค์การ หรือประเทศช่วยตรวจเขาครับ (delegation) แค่ก็ไม่ควรให้เขาเป็นผู้นำอยู่ดีครับ
ประเภท 4ร: ไม่รู้แต่ทำ เป็นประเภทที่ไม่รู้อะไร แต่ทำ หรืออาสาทำ หรือดึงดันที่จะทำนั้นเป็นประเภทที่อันตรายที่สุด องค์การไหน หรือประเทศไหนมีคนแบบนี้อยู่นั้นมีปัญหาแน่ เพราะเขาจะเป็นคนสร้างปัญหาให้กับองค์การหรือประเทศชาติโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้เขาอาจจะคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันถูกต้องแล้ว ทั้ง ๆ ที่มันผิด ปัญหาที่คนประเภทนี้มักจะสร้างองค์การหรือประเทศคือ เขาจะอาสาทำทุกอย่าง และเละทุกงาน หรือไม่รู้อะไรแต่ชี้ (แนะ) ทุกเรื่อง เป็นประเภทที่ 'ไม่รู้ แต่ชี้' ซึ่งแย่กว่าประเภทแรกที่ ‘ไม่รู้และไม่ชี้’ ครับ คนประเภทนี้จะอันตรายที่สุดคือ ‘ไม่รู้แล้วยังอวดฉลาด’ ด้วย เพราะเขาจะไม่ยอมฟังคนอื่น ประเภทนี้อย่าให้เขาเป็นผู้นำเด็ดขาดครับ อย่างไรก็ตามมีคนชี้ว่าคนประเภทนี้ยังมีดีที่เขา ‘ทำ’ เพียงแต่ผู้นำควรให้เขาทำภายใต้การแนะนำของเรา และหาทางช่วยให้เขาเรียนรู้ แล้วเขาจะเป็นประโยชน์ต่อองค์การ หรือสังคมครับ (coaching) (เพียงแต่เขาจะต้องไม่เป็น ‘คนแบบนำ้ล้นแก้ว’ คือไม่ฟังใครเท่านั้นเองครับ
ถ้าท่านเป็นผู้บริหารองค์การ และเข้าใจคน 4 ประเภทนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์พอสมควร และถ้าท่านเป็นคนในสังคมใด หรือประเภทใหน เราคงต้องต้องช่วยกันดูและทำ เพื่อไม่ให้คนประเภทนี้ได้เป็นผุ้นำของเรานะครับ
รักนะจู๊บๆ
สมาน อัศวภูมิ
9/11 2022