“ไวพจน์ เพชรสุพรรณ”

ประวัติ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นักร้องลูกทุ่งระดับตำนานของไทย  เจ้าของเพลงฮิตมากมาย | Thaiger ข่าวไทย
ไวพจน์ เพชรสุพรรณ.jpg

     “ไวพจน์ เพชรสุพรรณ” 

  * เกิด 7 มีนาคม พ.ศ. 2485  *เสียชีวิต  12 มกราคม พ.ศ. 2565 

  * มีชื่อจริงว่า “ไวพจน์ สกุลนี” เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งและเพลงแหล่ ชื่อดังระดับตำนานของประเทศไทย และอยู่ในวงการมานานหลายสิบปี โดยสร้างผลงานเพลงออกมามากมายนับไม่ถ้วน นอกจากนั้นก็ยังมีความเชี่ยวชาญด้านเพลงพื้นเมืองภาคกลางและได้สร้างผลงานเพลงประเภทนี้ออกมามากมาย

   ไวพจน์ มีความสามารถด้านการแต่งเพลงและได้แต่งเพลงดังให้กับนักร้องหลายคน ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างพุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่งคนที่ 2 ด้วย

   ไวพจน์ ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) เมื่อ พ.ศ. 2540

  ไวพจน์ เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลตากสิน เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565 ภายหลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 สิริอายุ 79 ปี

*ประวัติ

  ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เกิดเมื่อ 7 มีนาคม พ.ศ. 2485[5] ที่ หมู่ 2 ตำบลมะขามล้ม (ปัจจุบันเป็น ตำบลวังน้ำเย็น) อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรนายจำปี และนางอ่ำ สกุลนี เป็นชาวไทยเชื้อสายลาว[6] เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดวังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

*ครอบครัว

สมรสกับนางอรชร สกุลนี มีบุตรธิดา 3 คน คือ อมรรัตน์ สกุลนี รมิตา สกุลนี และ วรพล สกุลนี

เข้าสู่วงการ

   *ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เริ่มหัดร้องเพลงอีแซว เพลงพื้นบ้านของ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ โดยได้ฝึกหัดและหัดตามมารดา ซึ่งเป็นแม่เพลงอีแซว จนสามารถร้องเพลงอีแซว และเพลงแหล่ได้เมื่ออายุ 14 ปี จากนั้นได้หัดร้องลิเกกับคณะลิเกประทีป แสงกระจ่าง เมื่ออายุ 16 ปีได้เข้าประกวดร้องเพลงครั้งแรกที่วัดท่าตลาด ต.วัดโบสถ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เพลงที่ร้องเป็นเพลงแหล่ของ พร ภิรมย์ ชื่อเพลง “จันทโครพ” ปรากฏว่าได้รางวัลที่ 1

  *ในช่วงนั้น ไวพจน์สนใจขับร้องเพลงลูกทุ่งมาก เพราะเป็นช่วงที่มีนักร้องลูกทุ่งมีชื่อเสียงเกิดขึ้นมากมาย เช่น ชัยชนะ บุญนะโชติ, ไพรวัลย์ ลูกเพชร และ ชาย เมืองสิงห์ ครั้งหนึ่งชัยชนะ บุญนะโชติ ได้นำวงดนตรีมาเล่นที่ตลาดสวนแตงและมีการรับสมัครประกวดร้องเพลง ไวพจน์จึงสมัครประกวดร้องเพลงด้วย และได้รับการชมเชยจากผู้ชมผู้ฟังเป็นจำนวนมาก ชัยชนะ บุญนะโชติ จึงชักชวนให้เข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่งและตั้งชื่อให้ใหม่ว่า " ไวพจน์ เพชรสุพรรณ " หลังจากนั้นได้นำไวพจน์ ไปฝากเป็นศิษย์ของครูสำเนียง ม่วงทอง นักแต่งเพลงซึ่งเป็นชาว จ.สุพรรณบุรี เช่นกัน ซึ่งเป็นเจ้าของวงดนตรี “รวมดาวกระจาย” ไวพจน์ จึงได้เข้ามาร่วมวงในฐานะนักร้องนำ ครูสำเนียงได้แต่งเพลงให้ร้อง และประสบความสำเร็จอย่างมาก คือ เพลง "ให้พี่บวชเสียก่อน" และยังได้ขับร้องเพลงของนักแต่งเพลงผู้อื่น คือ จิ๋ว พิจิตร เช่น เพลง ”แบ่งสมบัติ” และ “ไวพจน์ลาบวช” เป็นต้น

*ราชาเพลงแหล่

  ไวพจน์ เป็นผู้มีความสามารถรอบตัว เพราะนอกจากจะร้องเพลงลูกทุ่งได้ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีความสามารถเล่นเพลงพื้นบ้านได้เกือบทุกชนิดทั้งเพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงเรือ เล่นได้หมดและเล่นได้ดีขนาดโต้ตอบด้วยปฏิภาณกวีได้ โดยเฉพาะการแหล่ ทุกคนในวงการล้วนยกย่องให้ไวพจน์เป็น " ราชาเพลงแหล่ " เพราะมีเพลงแหล่บันทึกแผ่นเสียงมากที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังสามารถแหล่ด้นกลอนสดได้อย่างไม่ติดขัด

   ในจำนวนนักร้องลูกทุ่งอาวุโส ไวพจน์ มีผลงานบันทึกแผ่นเสียงมากที่สุดถึงประมาณ 2,000 เพลง และยังคงผลิตผลงานออกมาเพิ่มเติมในระดับที่ถี่กว่าคนอื่น ทั้งเพลงที่ครูเพลงแต่งให้และแต่งเองร้องเอง ไวพจน์ เพชรสุพรรณยังสามารถแต่งเพลงสร้างชื่อให้ลูกศิษย์มาแล้วมากมาย โดยศิษย์เอกที่โด่งดังของไวพจน์มี ขวัญจิต ศรีประจันต์, เพชร โพธาราม (เพลง ต.ช.ด.ขอร้อง) และ พุ่มพวง ดวงจันทร์ (เพลงแก้วรอพี่ , นักร้องบ้านนอก) นอกจากนั้นก็ยังเป็นหมอทำขวัญซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหมอทำขวัญอันดับหนึ่งของเมืองไทยในปัจจุบัน

*ผลงานเพลงดัง

*หนุ่มนารอนาง

*สาละวันรำวง

*แตงเถาตาย

*ฟังข่าวทิดแก้ว

*ใส่กลอนหรือเปล่า

*สามปีที่ไร้นาง

*อยากซิเห็นขาอ่อน

*พี่เกี้ยวไม่เป็น

*ซามักคักแท้น้อ

*ลำเลาะทุ่ง

*ไอ้แจ้งมีเมีย

*หลอกให้เหนี่อย

*แหล่ประวัติยอดรัก

*สายเปลสายใจ

*เซิ้งบ้องไฟ

*ครวญหาแฟน

*เบี้ยวเป็นเบี้ยว

*แบ่งสมบัติ

*21 มิถุนา

*เจ้าชู้บ้านไกล

*ยายสำอาง

*ตามน้อง

*มีคู่เสียเถิด

*น.ป.พ ครวญ

*เพลงใหม่ไวพจน์

*มองนิดๆอย่าคิดว่ารัก

*บ่เป็นหยังดอก

*แสบหัวใจ

*มันมากับความแค้น

*ด้านได้อายอด

*คอยทั้งคืน

*หน้าด้านหน้าทน

*ลาน้องไปเวียดนาม

*อีลุ๊ปตุ๊บป่อง

*แหล่อาลัยรักพ่อดม

* ผลงานแสดงภาพยนตร์

*ไทยน้อย (ปี 2512)

*สาละวัน (ปี 2512)

*จอมบึง (ปี 2513)

*อยากดัง (ปี 2513)

*ไทยใหญ่ (ปี 2513)

*มนต์รักป่าซาง (ปี 2514)

*ชาละวัน (ปี 2515)

*มนต์เพลงลูกทุ่ง (ปี 2522)

*เทพเจ้าบ้านบางปูน (ปี 2525)

*นักเพลงผู้ยิ่งใหญ่ (ปี 2527)

*เลือดแค้น เล็กนกใน (ปี 2533)

*มนต์เพลงลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม. (ปี 2545)

*เหลือแหล่ (ปี 2554)

*อัลบั้มรวมเพลง

*อัลบั้มชุด ดีที่สุด 30 ต้นฉบับเพลงฮิตดีที่สุด

*อัลบั้มชุด แหล่ประวัติยอดรัก

*อัลบั้มชุด ไอ้แจ้งมีเมีย

*อัลบั้มชุด 21 มิถุนา

*อัลบั้มชุด สายเปลสายใจ

*อัลบั้ม ชุดที่ 8 ขุนพลเพลงแหล่

*อัลบั้ม เมดเล่ย์มันส์ระเบิด ชุด เพลงแหล่มันส์จังหวะสามช่า

*อัลบั้ม ไวพจน์ ลืมแก่ 1-4

*อัลบั้ม หยิบผิด

*อัลบั้ม มนต์เพลงคาราบาว

*คอนเสิร์ต

*คอนเสิร์ต ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย (2545)

*คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี พัทยา มิวสิก เฟสติวัล (2546)

*คอนเสิร์ต big mountain music festival 7 (2558)

*คอนเสิร์ต กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ ๒ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2534

*การเสียชีวิต

    ไวพจน์ เพชรสุพรรณได้เข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลตากสินตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 และในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565 ไวพจน์ เพชรสุพรรณได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุรวม 79 ปี[8]

  วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพไวพจน์ เพชรสุพรรณ ณ เมรุชั่วคราววัดวังน้ำเย็น วัดวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

*เกียรติยศ

  *ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) พ.ศ. 2540

  *เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อ พ.ศ. 2514

 *รางวัลนักร้องดีเด่นจากงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยทั้ง 2 ครั้ง คือเมื่อ พ.ศ. 2532 จากเพลง สาละวันรำวง และ พ.ศ. 2534 จากเพลง แตงเถาตาย

*รางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

พ.ศ. 2541 – Order of the Direkgunabhorn 4th class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ (จ.ภ.)

แตงเถาตาย - ไวพจน์ เพชรสุพรรณ