วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ มีการประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาเครือข่ายสังคมสุขภาวะและนโยบาย (ประชุมกลุ่มสามพราน) ครั้งที่ ๗/๒๕๖๕ ที่ช่วยให้ผมปิ๊งแว้บหัวข้อของบันทึกนี้
ซึ่งหมายความว่า ในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา ได้เกิดนวัตกรรมเชิงระบบขึ้นระบบหนึ่งในประเทศไทย คือระบบสุขภาพ หรือระบบสุขภาวะ จนทำให้องค์การอนามัยโลกยกย่องระบบสุขภาพไทยว่า ดีที่สุดหนึ่งใน ๕ หรือหนึ่งใน ๑๐ ของโลก แล้วแต่จะยกย่องในบริบทใด
บันทึกชุดนี้มีเป้าหมายเสนอแนะการพัฒนาระบบ ววน. (วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) และบันทึกนี้ เสนอเรื่อง นวัตกรรมเชิงระบบ มีตัวอย่างความสำเร็จของประเทศไทยเราเอง คือระบบสุขภาพ
จุดเริ่มต้นดำเนินการมาเป็นร้อยปี ค่อยๆ สั่งสมพลัง และการเปลี่ยนแปลง (พัฒนา) อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนถึงปี ๒๕๓๕ ก็ถึงจุดคานงัด คือมีการก่อตั้ง สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) ที่เป็นกลไกเรียนรู้ (สร้างความรู้) อย่างเป็นระบบ เพื่อหมุนวงจรเรียนรู้ในระบบสุขภาพ เชื่อมโยงกับระบบใหญ่ของประเทศและของสังคม
นำสู่ การมีองคาพยพของระบบสุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้น คือ สสส., สปสช., สรพ., สช., IHPP, HITAP, สพฉ. เป็นต้น โดยที่องค์กรเหล่านี้ทำงานอย่าง (ค่อนข้าง) มีความคล่องตัวและยืดหยุ่น นำสู่ผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชนไทยอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และมีความเสมอภาค จนองค์การอนามัยโลกยกย่องดังกล่าวแล้ว
ท่าทีของ “องค์กรตระกูล ส.” เหล่านี้คือ ให้คุณค่าของพลังประชาชน และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาชน
ในปี ๒๕๓๕ ได้เกิดองค์กรภาคประชาชนด้านสุขภาพองค์กรหนึ่ง คือ มสช. (มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ) ที่กลายร่างมาจากหน่วยงานชื่อ NEBT – National Epidemiology Board of Thailand ที่ได้รับการสนับสนุนให้จัดตั้งและดำเนินการโดยมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์
จะเห็นว่า “นวัตกรรมของระบบสุขภาพ” มีหลายมิติมาก มิติหนึ่งคืออุดมการณ์ “เพื่อประชาชน ของประชาชน โดยประชาชน” เพราะประชาชน คือ “ผู้ปฏิบัติ” สำคัญเพื่อสุขภาพของตน ของครอบครัว ของชุมชน ของตน รวมทั้งการมีส่วนร่วมพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ ผ่านกลไก สมัชชาสุขภาพระดับพื้นที่ และระดับประเทศ ของ สช.
นวัตกรรมไม่ใช่สิ่งที่ถูกจริตของทุกคนหรือทุกฝ่าย องค์กรตระกูล ส. จึงถูกเพ่งเล็งและซวนเซจากอำนาจการเมืองยุค คสช. ในช่วงแรก (ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ และ ๒๕๕๘) ถึงกับจะมีการยุบบางหน่วยงาน
แต่เพชรแท้ย่อมทนต่อแรงขีดข่วน ในที่สุดความจริงก็เปิดเผยต่อผู้มีอำนาจรัฐ นวัตกรรมเชิงระบบของระบบสุขภาพจึงเดินหน้าต่อ
ศ. นพ. ประเวศ วะสี เสนอว่า ต้องเดินหน้าสู่ระบบสุขภาพองค์รวม ระบบริการสุขภาพปฐมภูมิอัจฉริยะ เชื่อมสู่ ระบบการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ และระบบนโยบายสาธารณะ 4P ซึ่งอ่านเอกสารได้ที่ (๑)
เป็นการสื่อสารว่า นวัตกรรมเชิงระบบเป็น “การเดินทาง” (journey) ที่ต้องหมุนวงจรการเรียนรู้ อย่างไม่มีจุดสิ้นสุด สู่สภาพที่ระบบสุขภาพเป็น “ระบบที่เรียนรู้” (learning systems) เป็นอีกมิติหนึ่งของ ระบบ ววน. ที่พึงประสงค์
เป็นเครื่องชี้บอกว่า ระบบ ววน. ต้องการหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยเชิงระบบในแต่ละระบบ เช่น ระบบการศึกษา ระบบพลังงาน ระบบคมนาคม ระบบเกษตรกรรม เป็นต้น
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.ค. ๖๕
I think most systems work hard to ‘settle down’ in the job (to optimize for the prevailing constraints). Not many systems have time to worry about the change, the new generations (of actors/operators; to maintain health and fitness of their own ‘body’). Past results help. Recurring fund and support help. But mechanisms of change (natural phenomena) require ‘new cells’.