ผมขอเรียกสื่อหนังสือนี้ว่าแบบฝึก(อ่าน) มิใช่แบบเรียนหรือหนังสือเรียนอย่างแน่นอน เป็นนวัตกรรมของโรงเรียนบ้านหนองแก จังหวัดสระแก้ว ผลิตคิดค้นโดยคุณครูเยาวดี ถาวร
แรกเริ่มเดิมทีที่คุยกันกับครูเยาว์ ครูบอกผมว่า ที่โรงเรียนบ้านหนองแก เคยเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กไม่ถึง ๑๐๐ สอนแบบคละชั้น คือ นำนักเรียน ๒ ห้องมาเรียนรวมกัน
ปัจจุบันนักเรียน ๒๐๐ กว่า บรรดาบ้านผู้ปกครองที่อยู่กันไกลๆ ต่างพากันย้ายลูกหลานมาเรียน ครูเยาว์ใช้แบบฝึกหรือนวัตกรรมตัวนี้ ทำให้เด็กทุกชั้นอ่านคล่องเขียนคล่อง
“ทำไมครูไม่ใช้หนังสือภาษาพาที หรือมานะมานีของกระทรวงฯล่ะครับ” ผมถาม
“เคยใช้แล้ว มันยากค่ะผอ. เด็กมักจะจำสระไม่ได้ ทำให้สะกดตัวผสมคำไม่ค่อยได้ค่ะ”
ผมจึงครุ่นคิด แล้วคล้อยตามครูเยาว์ทันที มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เนื่องจากหลักสูตรบ้านเรา เป็นหลักสูตรแกนกลาง เมื่อผลิตหนังสือเรียนขึ้นมา จากนั้นก็จะอนุญาตให้ใช้เหมือนกันหมดทั้งประเทศ..โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงบริบทของสถานศึกษา
ผมเองก็ใช้หนังสือ”ภาษาพาที” สำหรับสอนภาษาไทย ชั้น ป.๑ – ป.๓ ทุกวัน เห็นปัญหาอยู่พอสมควร บางครั้งต้องใช้เวลาฝึกการอ่าน ใช้เวลานานมากๆ เด็กเก่งเท่านั้นที่จะผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว
พอครูอดทนไปสักระยะ เด็กร้อยละ ๘๐ ของแต่ละห้อง ก็สามารถก้าวข้ามผ่านปัญหาและอุปสรรค มีความเข้าใจในพยัญชนะ สระและวรรณยุกต์ ตลอดจนสะกดได้และอ่านเป็นคำได้
“ครูครับ...การเงินและพัสดุตรวจนับแบบฝึกที่ครูส่งมาแล้วครบถ้วน...เดี๋ยวผมโอนเงินให้ ครูออกใบเสร็จให้ด้วยนะครับ” ผมโทรบอกครูเยาว์เจ้าของลิขสิทธิ์
“ผอ.เริ่มใช้สอนหรือยังคะ มีอะไรแนะนำได้นะคะ หนูจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข”
“แบบฝึกดีมากครับ รูปเล่มมาตรฐานมาก ตัวหนังสือสวย ตัวใหญ่ แต่ผมคิดว่าราคาสูงไปหน่อยครับ ถ้าครูลดราคาลง ผมเชื่อว่าอีกหลายๆโรงเรียน คงจะสามารถจับต้องได้”
“มันยุ่งยากตรงสีสันค่ะผอ.ทำให้โรงพิมพ์เขาต้องคิดราคาแพงเป็นพิเศษ”
“ทำไม ครูไม่ระบุชั้นให้ชัดเจนล่ะครับ ผมคัดแยกแบบฝึกเพื่อส่งมอบให้ครู ยังรู้สึกงงๆ”
“อ๋อ คืออย่างนี้ค่ะ แบบฝึกอ่านคำพื้นฐาน ระบุชั้นไว้แล้ว แต่เล่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเรื่อง แม่ ก.กา สระวรรณยุกต์ มาตราตัวสะกดและการอ่านเรื่องราว ที่ไม่ระบุชั้นก็เพราะว่า เด็กเรียนเก่งหรืออ่อนจะไม่เท่ากัน เด็กป.๓ อาจใช้แบบฝึกป.๒ ก็ได้ หรือ ป.๑ ที่เก่งๆอาจไปใช้แบบฝึกอ่านของป.๒ ก็ได้ค่ะ” ครูเยาว์อธิบายให้ผมเข้าใจ
นับว่าครูเยาว์เป็นคุณครูผู้แก้ปัญหาการอ่านอย่างแท้จริง ทำวิกฤติการสอนให้เป็นโอกาส เด็กจะฉลาดเรียนรู้ ถ้าครูมุ่งเน้นการอ่าน..เป็นพิเศษ เด็กจะได้ทักษะชีวิตติดตัวไปตลอดกาล
วันนี้...ผมเตรียมการสอน ชั้น ป.๑ – ป.๒ เป็นประเดิมเริ่มต้น ไม่รู้สึกหนักใจเลย เพราะเด็กที่ผมสอนผ่านหนังสือเรียนของกระทรวงมาแล้ว มาเจอแบบฝึกหรือนวัตกรรมสวยๆแบบนี้ เด็กน่าจะเรียนรู้อย่างมีความสุขแน่นอน นี่คือความคาดหวังของผม
พอเปิดหนังสือเท่านั้นเอง ทั้งครูและนักเรียนก็เจอประโยคกลางหน้ากระดาษที่ว่า..”แบบฝึกอ่านตามทฤษฎีสีดำ (พยัญชนะ) แดง (สระ) น้ำเงิน (ตัวสะกด) และเขียว (วรรณยุกต์)
เจอแบบฝึกที่น่าสนใจแบบนี้ ทั้งตัวหนังสือและสีสัน เด็กป.๑ – ๒ อ่านกันคล่องและรื่นหูดีเหลือเกิน ป.๑ รู้สึกจะชอบ แม่ก.กา..(คำที่ไม่มีตัวสะกด) ส่วนชั้นป.๒ คำพื้นฐานสะกดได้และอ่านได้หมดทุกคำ จนทำให้ผมรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วกระมัง ที่เด็กจะได้อ่านหนังสือนอกตำราบ้าง
วันนี้..ครูผอ.จึงสอนอย่างเพลิดเพลิน และมีความสุขมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เห็นเด็กอ่านได้คล่องมันรู้สึก “โดนใจ” คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อลิขสิทธิ์มา ไม่ต้องไปลักขโมยภูมิปัญญาของใคร ไม่ต้องถ่ายเอกสาร...ใช้เล่มต้นฉบับเพื่อนับหนึ่งอีกครั้ง ก่อนจะก้าวไปสู่คุณภาพการอ่านของนักเรียนที่ดีขึ้น ภายในปีการศึกษา ๒๕๖๕
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๕










Good to see you acknowledge this Primary Thai Reader technology and congratulations to ครูเยาวดี ถาวร.
Please forgive me for calling the technology a ‘reader’. I had been using ‘Digital Pali Reader’ (created by Bhante Yuttadhammo Bhikkhu; available as a free and open-source software - FOSS). DPR helps people learn and read Pali language.