ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร กสศ. เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ มีวาระเรื่องการพัฒนาระบบบริหารงาน บุคคล ที่ฝ่ายบริหารเสนอการปรับปรุงสามเส้า คือ PPT (People, Process และ Technology)
ผมจึงเสนออีก P หนึ่งคือ Platform การทำงาน (Operating Platform) ที่อาจเรียกชื่อเป็น C – Operating Culture ก็ได้ โดยสภาพในปัจจุบันที่ทำกันมาตั้งแต่เป็น สสค. รวมเวลากว่าสิบปี ใช้วัฒนธรรม outsource และที่น่าเสียดายคือเป็นการ outsource ปัญญา คือเอางานที่ทำโดยต้องใช้ปัญญา และเป็นงานที่ก่อให้เกิดปัญญา (งานยาก) ไปไว้ข้างนอก คือจ้างเขาทำ ข้อสังเกตนี้ กรรมการจากภาคราชการสนับสนุน ว่าภาคราชการก็ต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมนี้เช่นเดียวกัน
ผมชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็น change agent อย่าง กสศ. ต้องทำงานโดยบูรณาการการเรียนรู้อยู่ในงานประจำ ผลลัพธ์ของงานต้องไม่ใช่แค่งานตาม TOR สำเร็จ ต้องนับการสร้างความรู้จากการปฏิบัติงาน (experiential learning) เข้าเป็นผลลัพธ์อย่างหนึ่งด้วย สำหรับนำไปสร้างผลกระทบ คือการเป็น catalyst for change
หน่วยงานที่เป็น catalyst for change ต้องมีวงจรเรียนรู้บูรณาการอยู่ในงานประจำ จึงต้องไม่ Outsource งานประเภทที่ต้องใช้ปัญญา และช่วยเอื้อให้เกิดปัญญาไปพร้อมๆ กัน
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ส.ค. ๖๕
Yes! It is funny that after 10+years of ‘learning organizations’, what most organizations learn is to ‘outsource’. Maybe it is cheaper and quicker than ‘in-house development/learning’ in short-term. But dependency on outsourcing means recurring expenditure. Never capitalizing their own (human and knowledge) assets. Outsourcing is popular means to walk/work in corruptible maze of government regulations - Thailand is no exception.