พระมหากรุณาธิคุณ อันล้นพ้นหาที่สุดมิได้
ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีทรงเปิดอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแห่งใหม่
ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เมื่อ วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดกาล ตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายพีระพงศ์ วาระเสน บ๊อบบี้
นักการสหกรณ์ไทย ด้วยหัวใจพอเพียง 



รายละเอียด นำมาจาก
เพจ We Love HRH Prince Dipangkorn Rasmijoti.
ในหลวง ราชินี ทรงเปิดอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแห่งใหม่
ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วันนี้ (20 ส.ค.65) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ไปยังท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแห่งใหม่
ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television : DLTV)
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พลตรี กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ
นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
จากนั้น พลโท สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 กราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ
ต่อจากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เวลา 18.50 น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
เสด็จพระราชดำเนินถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ณ ที่นั้น นายพรหมพิริยะ กิจนุสรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้
พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิ ฯ การปรับปรุงอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแห่งใหม่ และกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไป
ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแห่งใหม่ เสร็จแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธี
ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแห่งใหม่
พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี
ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จบแล้ว
ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยบนแผ่นศิลา สำหรับเชิญไปประดิษฐานที่อาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์
จากนั้น เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทอดพระเนตรกิจกรรมและห้องต่าง ๆ ของสถานี ฯ ที่ได้ปรับปรุงให้ทันสมัย ประกอบด้วย
ห้องเรียนต้นทาง
ห้องเรียนจำลองปลายทางเสมือนจริง
ห้องควบคุมการออกอากาศ
ห้องออกอากาศอัตโนมัติ
ห้องบันทึกรายการฉากเสมือนจริง
และห้องบันทึกรายการฉากจริง
ด้วยพระปรีชาสามารถกับสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปรับปรุงสถานี ฯ และพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิ ฯ
ให้มีความทันสมัย เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นระบบการออกอากาศการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (NEW DLTV) โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้
1. ปรับผังการออกอากาศ 15 ช่องสัญญาณ ตลอด 24 ชั่วโมง โดย
ออกอากาศระดับชั้นปฐมวัยที่ประสบปัญหาการขาดแคลนครูวิชาเอกจำนวนมาก ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในห้วงเวลาเรียน และรายการความรู้ทั่วไปสำหรับประชาชนทุกกลุ่มช่วงวัยในห้วงเวลานอกเวลาเรียน
2. เปลี่ยนระบบการออกอากาศ จากระบบความคมชัดมาตรฐาน (Standard Definition : SD) เป็นระบบความคมชัดสูง (High Definition : HD) เพื่อให้โรงเรียนปลายทางได้รับชมภาพการเรียนการสอนที่คมชัด และเปลี่ยนระบบการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน เพื่อการออกอากาศที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. ปรับปรุงอาคารสถานี ฯ และห้องเรียนต้นทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรายการออกอากาศให้มีความทันสมัย เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ให้กับนักเรียนห้องเรียนต้นทางและนักเรียนในโรงเรียนปลายทางทั่วทั้งประเทศอย่างสูงสุด อีกทั้งยังพัฒนาบุคลากรครูและเจ้าหน้าที่เทคนิค เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานด้านสื่อและงานสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เปลี่ยนกระบวนการผลิต (Production) จากการถ่ายทอดสดเป็นการบันทึกเทป ทำให้สามารถวางแผนการถ่ายทำล่วงหน้า และปรับปรุงรายการที่สอนให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนนำรายการขึ้นสู่เว็บไซต์ ให้คุณครูโรงเรียนปลายทางได้รับชมและเตรียมการสอนได้ล่วงหน้า 3 วัน รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดแผนการสอน ใบงาน สื่อต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิ ฯ อีกด้วย
5. เพิ่มช่องทางการออกอากาศ ให้สามารถรับชมได้ทั้งระบบทีวีดาวเทียม ระบบออนไลน์บนเว็บไซต์ของมูลนิธิ ฯ www.dltv.ac.th แอปพลิเคชัน DLTV และช่องยูทูป DLTV 1 Channel - DLTV 12 Channel และ DLTV 15 Channel เพื่อให้สามารถรับชมได้สะดวก และง่ายขึ้นทุกที่ทุกเวลา
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการที่จัดแสดงประวัติความเป็นมา การดำเนินงานของมูลนิธิ ฯ นับแต่ปี พ.ศ.2538 ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งมูลนิธิ ฯ ขึ้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสานและต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิ ฯ เสร็จแล้ว เสด็จเข้าห้องประชุม
ทอดพระเนตรวีดิทัศน์แนะนำมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จบแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ของที่ระลึกตุ๊กตาสัญลักษณ์ DLTV
จากนั้นทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2538 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการจัดการศึกษาให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น
เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แก้ปัญหาการขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้น และครูสอนไม่ตรงสาขาวิชาเอก โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิม จำนวน 50 ล้านบาท และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พุทธศักราช 2539 ให้เป็นเครื่องหมายของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สืบมา
เริ่มออกอากาศการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2538 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช 2539 ดำเนินการถ่ายทอดสดการเรียนการสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนการถ่ายทอดการศึกษาสายอาชีพมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้มีการพัฒนาปรับปรุงสถานี ฯ ส่งผลให้นักเรียนในพื้นที่ขาดแคลนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และช่วยการเรียนการสอนของครูในโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่จำเป็นต้องปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ
มูลนิธิ ฯ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการสนับสนุนการจัดการศึกษาทางไกลผ่านช่องทางออกอากาศของมูลนิธิ ฯ และโทรทัศน์ระบบดิจิทัล
ทำให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สามารถจัดการศึกษาให้นักเรียนและบุตรหลานในช่วงปิดเรียนได้เป็นอย่างดี นักเรียน ผู้ปกครอง และพสกนิกรต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลและทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน
พีระพงศ์ วาระเสน บ๊อบบี้ บันทึกไว้ใน gotoknow เพื่อให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาต่อไป
https://www.gotoknow.org/blog/peeraphong-varasen
วันที่ 26 สิงหาคม 2565