จิตของผมยังคงสะท้อนคิดข้อมูลที่ได้รับจากวงประชุมวิชาการ ๓๐ ปี สวรส. ที่เล่าในบันทึกตอนที่ ๑๓๔    เพราะสาระที่ได้จากความเห็นของวิทยากรในช่วงครึ่งวันแรกของวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ที่ผมร่วมประชุมบอกชัดเจนว่า สวรส. ไม่ควรขยายบทบาทไปทำงานแนวกว้างของการวิจัยสุขภาพ ตามแนวทางปัจจุบัน    ไม่ควรมุ่งวัดความสำเร็จที่จำนวนเงินงบประมาณที่สูง   

เป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อระบบหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยของประเทศ   

และเป็นประเด็นของการ rejuvenate สวรส.   คือต้องหานักวิจัยหนุ่มสาวความสามารถสูง ที่มีอายุราวๆ ๓๐ - ๔๐ ปี จำนวน ๓ - ๔ คน มาทำงานคลำหาประเด็นเชิงสร้างสรรค์ระบบสุขภาพ    ใช้ สวรส. เป็น “แหล่งส้องสุม” (sanctuary) (คำของ นพ. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล) ทำงาน “คลำหาเป้า”   ที่จะเป็นจุดคานงัดพัฒนาระบบสุขภาพไทย   

พอดีวันที่ ๘ กรกฎาคม มีการประชุมกลุ่มสามพรานที่โรงแรมเดียวกัน   และ ศ. นพ. ประเวศ วะสี เป็นผู้เสนอแนวความคิด ด้วยตนเอง       

ท่านเสนอแนวคิด “ระบบสุขภาพองค์รวม”  ที่ประกอบด้วย ๔ องค์ประกอบคือ  (๑) ระบบสุขภาพองค์รวม  (๒) ระบบการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ (คู่มือพัฒนาอำเภออย่างบูรณาการสู่แผ่นดินศานติสุข)  (๓) ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิอัจฉริยะ  และ (๔) ระบบนโยบายสาธารณะ P4 (กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม) 

ผู้สนใจ อ่านบทความของท่านได้ที่ ()

สวรส. ต้องมีสมรรถนะในการนำเอาข้อเสนอดังกล่าวไปตั้งโจทย์วิจัยเชิงระบบ    และจัดการให้มีการวิจัย หมุนวงจรการเรียนรู้เชิงระบบของระบบสุขภาพ   เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว             

วิจารณ์ พานิช

๒๖ ก.ค. ๖๕