ก่อนนี้คนที่อยู่ถูกที่และถูกเวลาก็เพียงพอที่จะประสบความสำเร็จแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ 'ไม่พอ' คร้บ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมากและไร้ทิศทาง ดังนั้นถ้าคุณจะนั่งรอให้ถูกที่และถูกเวลาแล้ว คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้อยู่ให้ถูกที่ หรือถูกเวลาเลย
คุในโลกปัจจุบันคุณต้องวิ่งหาที่และเวลาให้ตัวเองได้อยู่ให้ ‘ถูกที่และถูกเวลา’ นอกจากนี้การได้โอกาสได้อยู่ให้ถูกที่และถูกเวลาแล้วก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะรับความสำเร็จ แต่คุณต้องมีความสามารถที่จะสร้างความสำเร็จให้กับตนเองด้วย เพราะสถานการณ์ของโลกได้เปลี่ยนจาก ‘ปลาใหญ่กินปลาเล็กเป็น ปลาเร็วกินปลาช้า’ แล้วคร้บ
คุณคิดถูก แต่ช้าก็ไม่ทันกิน
คุณทำถูก แต่มีคนทำมาก่อนก็สู้เขาไม่ได้
คุณอยู่ถูกที่แต่มาช้า ไม่มีอะไรเหลือให้คุณอีกแล้ว
ความสามารถในการสร้างตนเองให้ประสบความสำเร็จนั้นทำได้โดยเราต้องคาดการณ์สิ่งต่าง ๆ ให้ถูกเหมือนการยิงเป้าบินครับ คือพอคุณได้ยินสัญญาณปล่อยเป้า คุณต้องเลงเป้าและเหนี่ยวไกยิงให้ถูกเป้าครับ
การยิงเป้าบินให้ถูกก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่การกะจังหวะชีวิตให้ถูกนั้นยากยิ่งกว่าอีกหลายเท่าครับ
ขณะที่การแข่งขันในโลกยุคใหม่เป็นไปอย่างเข้มข้นนี้ ก็มีแนวคิด ‘ดำเนินชีวิตให้ช้าลง หรือ Slow life' ซึ่งก็เป็นความพยายามที่จะทวงการใช้ชีวิตให้เป็นปกติคืนมา แต่ในความเห็นของผมเห็นว่าการทำแบบนั้นยิ่งจะทำให้ช่วงห่างของโอกาสของเราช้ามากขึ้น เพราะถ้าเราเดินช้าลง แต่ยังเดินไปในทิศทางที่คนอื่นเขาเดินแล้ว เราก็ยิ่งจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังมากขึ้น มากขึ้นวินาทีครับ
ดังนั้นแทนที่จะดำเนินชีวิตให้ช้าลง ทำไหมไม่หันหลังกลับ แล้วเดินไปอีกทาง แล้วเราก็จะเป็นผู้นำในวิถีใหม่ครับ แต่คนที่หันหลังให้กับวิถีปกติต้องกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวจริง ๆ ครับ
หาตัวเองให้เจอ และ ททท. คือทำท้นที ครับ เช่น กินอาหารมื้อเดียว (ที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนนี้) เราจะประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และทรัพยากรได้กว่าร้อยละ 60 ครับ
โลกอนาคต ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบ แต่โลกอนาคตมีประชากรโลกเพิ่มขึ้นมากกว่านี้แน่ (ตอนนี้ก็ใกล้จะเข้าแปดพันล้านคน - จากสถิติ www.worldmeters.com) แต่ขณะเดียวพื้นที่โลกเท่าเดิม และทรัพยากรร่อยหรอลงทุกวันครับ
ไม่มีข้อสรุป หรือข้อแนะนำครับ มีแต่ประเด็นที่ฝากให้คิดต่อครับ
สมาน อัศวภูมิ
18 กรกฎาคม 2565