ไม่ได้เกี่ยวข้องกับล๊อตเตอรี่หรือหวยใต้ดินแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของจำนวนที่เป็นที่น่าพอใจของผม ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕
ตอนแรกก็ปลงๆเรื่องจำนวนตัวเลข เพราะใกล้จะเกษียณแล้ว จะอะไรกันนักกันหนา แต่พอมาคิดอีกที มันก็มีลุ้นเหมือนกันว่าจะจบที่เลขตัวใด สองหลักหรือสามหลัก
ผมเริ่มต้นชีวิตราชการในโรงเรียนขนาดเล็ก เมื่อปี ๒๕๔๙ จำนวนเด็กตอนนั้น ๔๘ คน ก็ว่าเยอะแล้ว เพราะโรงเรียนอยู่ในชุมชนเล็กๆ
จำนวนเด็กกับครูสอดคล้องกัน ผมกับครูอีก ๓ คน ก็แบ่งกันคนละ ๒ ชั้น ไม่มีอะไรต้องทุกข์ร้อน สอนกันได้อย่างราบรื่น ผมสอน ป.๕ กับ ป.๖…ถือว่าได้ควบ ๒ ตำแหน่งเลย
เมื่อเด็กเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมๆกับจำนวนครูก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นเหมือนกัน เด็กเกินร้อยเมื่อปี ๒๕๖๓ และสูงสุดเมื่อปี ๒๕๖๔ มีนักเรียนสูงถึง ๑๐๕ คน
ผมไม่เคยลุ้นว่าเด็กจะเกิน ๑๒๐ คน เพื่อจะได้พ้นจากการเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะผมคงไม่อยู่ถึงวันนั้น แค่ไม่ลดลงหรือไม่ต่ำกว่าเดิมก็ดีแล้ว
แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ตอนแรกคาดหวังว่าจำนวนเด็กจะไปได้สวย เด็กเข้าใหม่ชั้นอนุบาล ๒ มีจำนวนพอกันกับเด็กป.๖ ที่จบออกไป...ใจชื้นเลย
พอเปิดเทอม...เท่านั้น...ผู้ปกครองมาขอย้ายออก..เหตุผลเหมือนกันคือย้ายที่ทำกิน ย้ายถิ่นอาศัย เพราะพิษเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตและเปลี่ยนงานใหม่
๓ ครอบครัว รวมเด็กที่ย้ายออกไป ๗ คน ล้วนแต่เป็นเด็กที่อ่านคล่องเขียนคล่องทั้งสิ้น ผมรู้สึกเสียดาย แต่ก็ต้องทำใจรับสภาพของความเป็นจริง
เด็กมาก งบประมาณรายหัวก็มากไปด้วย แต่ผมไม่ได้มองอยู่แค่งบประมาณ การเป็นโรงเรียนขนาดเล็กเด็กไม่ควรจะต่ำกว่า ๑๐๐ ถ้าต่ำกว่านี้จะสุ่มเสี่ยงมาก
ถ้าแนวโน้มของเด็กลดลงเรื่อยๆ โรงเรียนจะตกเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการของภาครัฐ จะถูกเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการ “โรงเรียนคุณภาพของชุมชน”
โดยการยุบควบรวมให้ไปเรียนที่โรงเรียนขนาดใหญ่ แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาเคยแนะนำไว้ว่า ถ้ารักษาตัวเลขไว้ได้ ไม่ให้ต่ำกว่า ๑๐๐ รับรองรอดแน่นอน
๒ สัปดาห์แล้วที่ผมมีเด็กทั้งหมด ๙๘ คน ตั้งใจว่างวดนี้ต้องลองแล้ว ไม่ได้ซื้อมานาน เสี่ยงโชคสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นไร อุดหนุนรัฐบาลบ้าง นานๆสักครั้ง
คุณครูก็กำลังจัดทำข้อมูลตัวเลขจำนวนเด็กที่ถูกต้องเป็นจริง เพื่อรายงานเขตฯ ภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการจัดสรรงบประมาณประจำปี
ผมลืมจำนวนเด็กที่เป็นเลขเด็ดไปพักหนึ่ง เนื่องจากต้องใช้เวลาหมดไปกับการ”สอนอ่าน” ป.๑ – ๓ อย่างเข้มข้นและสนุกสนาน อ่านกันจนเจ็บคอทั้งครูและเด็ก
บางช่วงบางตอนก็คิดเล่นๆว่า อุตสาห์ตั้งใจสอนขนาดนี้แล้ว น่าจะมีผู้ปกครองบ้านใกล้เรือนเคียงที่สนใจ ย้ายลูกหลานมาเรียนมากขึ้น อีกสักนิดก็ยังดี
สิบโมงวันนี้...หญิงสาวจูงมือลูก ๒ คน เข้ามาในโรงเรียน ในมือถือเอกสารการย้ายจากโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่อยู่อีกตำบลหนึ่ง เพื่อให้ลูกมาเข้าเรียนชั้นอนุบาล ๒ และ ป.๒
ผมถามด้วยความแปลกใจ..ทำไมล่ะครับ? โรงเรียนเปิดหลายวันแล้ว ...จริงๆผมก็ถามไปอย่างนั้นแหละ ดีใจเสียอีกที่ไว้วางใจโรงเรียนเล็กๆ ให้มีส่วนดูแลลูกหลานของเขา
“หนูกลัวลูกหนูจะอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ ครูเขาเล่นแต่ไลน์ ไม่ค่อยสอนหนังสือกันเลย” ผมเงียบกริบ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก เพราะผมก็เล่นไลน์เหมือนกัน (ฮา)
ภายในใจก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ที่เห็นเลขเด็ดมีการเปลี่ยนแปลงและนิ่งสนิท อยู่ที่ ๑๐๐ คนพอดี เป็นเลขสามหลักที่สวยงามที่สุด...ดีใจจนสุดที่จะบรรยายเลย
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๙ มิถุนายน ๒๕๖๕






I was uncomfortable with this “หนูกลัวลูกหนูจะอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ ครูเขาเล่นแต่ไลน์ ไม่ค่อยสอนหนังสือกันเลย” after commenting to https://www.gotoknow.org/posts/702971 on หลักสูตรฐานสมรรถนะ. We have a lot of work to do,
โรงเรียนดี พ่อแม่เด็กเขาบอกต่อ ขอชื่นชมครับ