หนังสือ The Energy Bus : 10 Rules to Fuel Your Life, Work, and Team with Positive Energy (2007)  เขียนโดย Jon Gordon  แนะนำวิธีเพิ่มพลังชีวิตด้วยพลังบวก    

เขาเขียนทำนองว่า เรานั่งรถบัสไป เติมพลังชีวิตไป รวม ๑๐ สถานี ของการเติมพลังบวก    ที่จะช่วยลดความรู้สึกหรือความคิดด้านลบ     ตรงกับชีวิต ๘๐ ปีของผม    ที่ได้เรียนรู้วิธีลดความคิดเชิงลบ  เพิ่มวิธีคิดเชิงบวก    สู่ชีวิตที่มีความสุขและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น

สถานีแรก เติมพลังของการเป็นตัวของตัวเอง  ควบคุมเป้าหมายชีวิตของตนเอง   

สถานีที่ ๒   เติมพลังของวิสัยทัศน์และการโฟกัสให้คมชัด (vision and focus)    เขาแนะนำให้เขียนเป้าหมายดังกล่าวไว้   ต่อด้วยวิธีดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น    และความสำเร็จเล็กๆ ในการเดินทางสู่เป้าหมายนั้น    เขาบอกว่า ข้อเขียนและคิดคำนึงนั้น จะทำหน้าที่เป็นพลัง (energy) สู่ความสำเร็จ ตามกฎแห่งแรงดึงดูด (law of attraction)   เขาแนะนำให้ใช้เวลาวันละ ๑๐ นาที  คิดใคร่ครวญเรื่องเป้าหมายนั้น

มีเป้าหมายชีวิตยังไม่เพียงพอนะครับ    เป้าหมายนั้นต้องคมชัด และทรงคุณค่าด้วย

สถานีที่ ๓  เติมพลังบวกสำหรับเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางแห่งชีวิต    ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องหมั่นเติมเชื้อเพลิงนี้อย่างสม่ำเสมอนะครับ    โดยฝึกคิดบวก    ยึดหลักสมการ E + P = O  (Energy + Perception and Positive Energy = Outcome)    วิธีคิดบวกอย่างหนึ่งคือ ฝึกขอบคุณ (gratitude) สิ่งรอบตัว   เช่น ชาวนาที่ผลิตข้าวให้เรากิน  คนขับรถเมล์ที่นำเราจากบ้านไปยังที่ทำงาน  พยาบาลที่ช่วยดูแลแม่ของเราที่ป่วย  ฯลฯ   เขาแนะนำว่า ให้ใช้เวลา ๑๐ นาทีทุกวัน เดินไปรอบๆ ที่ทำงานเพื่อนึกขอบคุณสิ่งต่างๆ และบุคคล ที่ควรได้รับความขอบคุณ 

สถานีที่ ๔   เปิดเผยวิสัยทัศน์ของตนเองแก่ผู้อื่น และเชิญชวนเขาเข้าร่วมอุดมการณ์    เพื่อสนธิพลังบวก    เขาถึงกับแนะนำให้พิมพ์ข้อความเป็นตั๋วเล็กๆ และแจกตั๋วนี้แก่บุคคลเป้าหมาย   เชิญชวนให้ “ขึ้นรถบัส” ไปด้วยกัน   

การบรรลุวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่สามารถทำได้คนเดียว

สถานีที่ ๕   ออมพลังไว้ทำงาน อย่าเปลืองพลังไปกับการพยายามชักจูงผู้ไม่เห็นด้วย  หรือผู้มีความคิดเชิงลบ   

สถานีที่ ๖   ลดพลังลบในทีม  โดยเชิญผีดูดเลือดพลังบวกลงจาก “รถบัส”  หลังจากพยายามทำความเข้าใจแหล่งที่มาของความคิดต่อต้าน   และหาทางขจัดไม่เป็นผล 

หากตัวเราไม่สามารถลดบุคคลพลังลบออกไปจากทีมได้ (เช่น เขาเป็นหัวหน้า)    เราก็ต้องหาวิธีธำรงพลังบวกของเรา และขอมทีมไว้อย่างเหนียวแน่น   

สถานีที่ ๗   ปลดปล่อยพลังความกระตือรือร้น (enthusiasm) ของตนเอง ให้เป็น “โรคติดต่อ” คือออกไปสร้างพลัง หรือสร้างแรงบันดาลใจต่อคนในทีม    ตัวเราเองทำตัวเป็น CEO – Chief Energy Officer    

สถานีที่ ๘   เติมความรัก ความชื่นชม ต่อคนในทีม    ด้วยปฏิสัมพันธ์เชิงบวกหลากหลายแบบ  เช่นการรับฟัง การพบปะ การให้ความสำคัญต่อแต่ละคน               

สถานีที่ ๙   ขับเคลื่อนด้วยพลังของเป้าหมายยิ่งใหญ่ เหนือผลประโยชน์ส่วนตน (purpose)    เหนือผลประโยชน์เฉพาะหน้า    ดังตัวอย่างช่างก่ออิฐกำแพงวัด  บอกว่าตนไม่ใช่แค่กำลังเรียงอิฐ   แต่กำลังทำหน้าที่สร้างวัดที่จะเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาณของคนในชุมชน   

สถานีที่ ๑๐   ขับเคลื่อนด้วยบรรยากาศสนุกสนาน เบิกบานใจ   

มองมุมกลับ มนุษย์ในยุคปัจจุบันแวดล้อมด้วยเรื่องราวของความยุ่งเหยิง    รบกวนจิตใจ    ก่อความเครียด   เราต้องมีวิธีการเอาชนะ ด้วยพลังบวก ๑๐ พลัง                  

วิจารณ์ พานิช 

๓๐ มี.ค. ๖๕