วันนี้...ผมได้บทพิสูจน์นวัตกรรมด้านบริหารจัดการเป็นที่เรียบร้อย ในท่ามกลางปัญหาและอุปสรรค แต่ผลสอบโอเน็ตก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทุกวิชา ไม่เว้นกระทั่งภาษาอังกฤษ

          บอกคำเดียวว่ายาก สำหรับโรงเรียนเล็กๆที่ครูประจำการมีไม่ครบชั้น อาจต้องพึ่งพาภาคีเครือข่ายและภาคเอกชนเพื่อให้ได้มาซึ่งครูพิเศษ ที่จ้างจากเงินรายได้สถานศึกษา

          ประสบการณ์ที่พานพบ เมื่อครูไม่เพียงพอ ผู้ปกครองก็ไม่อยากนำพาลูกหลานมาเรียน อันนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น โรงเรียนต้องสอบ RT (ป.๑) NT (ป.๓) และ ONET (ป.๖)

          ๒ ปีมาแล้ว ที่ ONET ให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ สพฐ.ศธ. ก็ได้ทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสั่งการมิให้นำผล ONET มาเป็นเงื่อนไขใดๆในทุกกรณี ช่วยสร้างความสุขแก่ครูผู้สอนมิใช่น้อย

          จึงเกิดกรณีศึกษาที่โรงเรียนบ้านหนองผือ เป็นเรื่องเล่าเร้าพลัง ที่ต้องบันทึกไว้ เพื่อนำไปแก้ไขจุดบกพร่องและพัฒนารูปแบบวิธีสอน ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ ต่อไป

          ในความเป็นจริงที่น่าจะเข้าใจได้ ว่าการสอบระดับชาติแบบนี้ เป็นไปเพื่อปรับปรุงองค์รวมของการเรียนการสอนทั้งระบบ แต่ในท้ายที่สุดความสมัครใจของนักเรียนกลับลดน้อยถอยลง

          ผมต้องกระตุ้นให้เกิดความท้าทาย สร้างแรงบันดาลใจต่างๆนานา ว่าอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ชีวิตครั้งหนึ่งของเธอ “ข้อสอบ”ที่ยากเย็นจะเป็นเวทีแห่งคุณค่า ให้เธอไปสอบเรียนต่อ ม.๑ ได้อย่างมั่นใจ

          ความคาดหวังที่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ความจริงส่วนลึก ผมต้องการพิสูจน์นวัตกรรม หรือโมเดลในด้านบริหารจัดการของผมที่ทำมาตลอดหลายปี ที่ได้ปูพื้นฐาน”การอ่าน”มาตั้งแต่ชั้นอนุบาล

          จากนั้น...ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆในชั้น ป.๑ – ป.๓ เมื่อทำให้”การอ่าน”เป็นหัวใจ”ของโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ส่งผลถึงONETสำเร็จมาหลายปี ปีนี้จะกลัวอะไร? ผอ.มั่นใจว่าเธออ่านข้อสอบได้แน่นอน

          แต่ครูกับนักเรียนไม่มีความมั่นใจเท่าที่ควร เพราะสถานการณ์โควิด ทำให้ปิดโรงเรียนบ่อยมาก ON HAND ก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล เมื่อครูไม่สามารถสอนเสริมเติมเต็ม ก็ต้องปล่อยผ่าน เพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้

          ผมทำใจได้เพราะ”คุณภาพ”ไม่ใช่แค่ตัวเลขของผลสัมฤทธิ์เท่านั้น แต่หมายถึงการบริหารจัดการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน อย่างน้อยผมก็ได้สอนภาษาไทยให้เด็กป.๖ รุ่นนี้ มาทุกปีตั้งแต่ชั้น ป.๑ – ป.๕ ประสบการณ์ที่สั่งสม เพียงพอที่จะให้พวกเขาไปแก้ปัญหาที่จะ “เรียนรู้สู้สิ่งยาก”

          วันนี้...ผมได้บทพิสูจน์นวัตกรรมด้านบริหารจัดการเป็นที่เรียบร้อย ในท่ามกลางปัญหาและอุปสรรค แต่ผลสอบโอเน็ตก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทุกวิชา ไม่เว้นกระทั่งภาษาอังกฤษ

          จึงสร้างความภูมิใจให้คณะครู และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง ที่เขาต้องการให้ลูกหลานอ่านได้เขียนได้  ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่ไม่มีครูผู้สอนจบวิชาเอกวิทย์คณิตอังกฤษเลยก็ตาม

          การบูรณาการ “การอ่าน”ให้เป็นแกนหลัก ในทุกสาระวิชา จึงเป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนในปีการศึกษาหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย ขอบคุณครูประจำชั้นป.๖ ที่เข้าใจและให้ความร่วมมือ ในเมื่อมีตัวอย่างให้เห็นจากเพื่อนครูป.๑ – ป.๓ ที่เฝ้าฝึกปรือทักษะการอ่านมาอย่างจริงจัง

          ครู ป.๔ – ป.๖ ต่อยอดและส่งผ่านผู้เรียน ให้ไปสู่โลกกว้างทางการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ โดยใช้ทักษะการอ่านเป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้ต่อไป

          ขอบคุณนักเรียนป.๖ ทุกคน ที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ มุ่งมั่นและอดทน จึงทำให้ปีที่ผ่านมาและปีนี้ มีนักเรียนได้ไปศึกษาต่อโรงเรียนชั้นนำทั้ง ร.ร.กรรณสูติ ร.ร.สงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี และโรงเรียนสตรีนนทบุรี

          บางสิ่งบางอย่าง ผอ.ก็ไม่ต้องสอน เพียงแค่ทำให้ดูอยู่ให้เห็นเท่านั้น แต่รุ่นพี่ของนักเรียนน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ที่มีค่ากว่าคำสอนใดๆ และศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่แล้วกัน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๐ มีนาคม  ๒๕๖๕