วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ทั้งวัน ผมเข้าร่วม “การประชุมรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน โครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ปี 2564” ของ กสศ.    ที่เมื่ออ่านเอกสารประกอบการประชุม    ผมก็บอกตัวเองว่า    ผมกำลังได้โอกาสเรียนรู้วิธีจัดการความซับซ้อนให้ก่อผลเชิงบวก    จึงกล่าวเปิดการประชุมว่า ผมขอเสนอทั้งต่อผู้บริหาร กสศ. ผู้จัดการโครงการ TSQP   และทีมงานของแต่ละทีมโค้ช ทั้ง ๑๑ ทีม   ว่าอยากให้ได้ใช้เวลา ๖ ชั่วโมงครึ่งของวันนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด    ต่อ “การสร้างตัวแบบของโรงเรียนพัฒนาตนเอง”    ที่น่าจะดำเนินการได้เองอย่างต่อเนื่อง หลังจบโครงการ TSQP    

ผมไม่อยากให้บรรยากาศของการประชุมเป็น “การรายงาน” ที่ก่อจิตวิทยาสังคมแนวดิ่งในวงประชุม    แต่อยากให้บรรยากาศเป็นแบบ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีเป้าหมายยิ่งใหญ่” (high purpose sharing session)    โดยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ (purpose) คือ การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย    จากระบบควบคุมสั่งการจากส่วนกลาง   ไปเป็นการเรียนรู้ปรับตัวต่อเนื่องและเกื้อกูลส่งเสริมกัน โดยทุกภาคส่วนในระบบการศึกษา และในสังคม    เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อชีวิตในอนาคต    หรืออาจเรียกง่ายๆ ว่า การเรียนรู้คุณภาพสูง     

ผมไม่อยากให้บรรยากาศของการประชุมวันนี้ คล้ายกับการส่งการบ้านต่อครู    แต่อยากให้เป็นการส่งการบ้านแก่ใจปรารถนา หรือใจมุ่งมั่น ของตนเอง         

 เมื่อดำเนินการมาราวๆ ๒ - ๓ ปี ผมอยากให้การพูดคุยกันเน้นที่ความสำเร็จ หรือเน้นโรงเรียนที่ดำเนินการพัฒนาตนเองประสบความสำเร็จในระดับที่น่าจะพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่อง หลังโครงการ TSQP ยุติ   ทำความเข้าใจว่า  นิยาม “โรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ” อย่างไร  วัดตรงไหน วัดอย่างไร    ทำความเข้าใจว่า ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร มีปัจจัยหนุน และปัจจัยถ่วงอะไรบ้าง   โรงเรียนจัดการปัจจัยหนุนและปัจจัยถ่วงอย่างไร    ในอนาคตโรงเรียนต้องการการ empower ให้จัดการตนเองได้ดียิ่งขึ้นอย่างไร   

ซึ่งหมายความว่า ตัวชี้วัดสำคัญที่สุด ที่ทางธุรกิจเรียกว่า “บรรทัดสุดท้าย” (bottom line) และเขาเน้นที่กำไร    ทางวงการศึกษาต้องมองที่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน และผมเสนอว่าต้องไม่ดูที่ผลลัพธ์สุดท้าย  แต่ต้องดูที่ ES – Effect Size ของผลลัพธ์การเรียนรู้    แล้วทำความเข้าใจว่า ES ที่ดีของบางโรงเรียน เกิดจากการดำเนินการอะไร อย่างไร ของทางโรงเรียน   

จะเห็นว่า เราเน้นทำความเข้าใจโรงเรียนเป็นหลัก   ไม่ใช่ทำความเข้าใจทีมโค้ชเป็นหลัก   

ผมไม่แน่ใจว่า คำกล่าวเปิด ๑๐ นาทีของผม จะเป็นการชวนกันเข้าป่า หลงทางหลงเป้าหรือไม่   ทางทีมจัดงานต้องหาทางดึงกลับสู่เป้าหมายที่ต้องการเอาเอง        

วิจารณ์พานิช    

๓๑ ม.ค. ๖๕