ตัดสินได้โดยดูที่ความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย   ถัดมาคือดูที่ว่าวิธีไหนช่วยให้ได้คนที่ดีมีความสามารถสูงมาเป็นอธิการบดีได้ดีกว่า   ซึ่งในบริบทไทยยังไม่เคยมีการวิจัยเรื่องนี้   

ผมลองค้นกูเกิ้ลโดยใช้ชื่อบันทึกนี้ พบเรื่อง ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีโดย ผศ. ดร. สมหมาย จันทร์เรือง ลงในมติชน (๑) บอกว่า ได้มาซึ่งอธิการบดีในประเทศไทยมี ๗ วิธี   บทความนี้มาจากผลงานวิจัย   เขียนเมื่อปี ๒๕๖๑   

เว็บไซต์ประชาไท เผยแพร่บทความ เลือกตั้งอธิการบดีทั่วประเทศเดี๋ยวนี้!!! เลิกปลอมโดยอ้างความดี สร้างการมีส่วนร่วมในมหาวิทยาลัย (๒) เขียนโดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์  เผยแพร่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔   เป็นบทความเรียกร้องให้ใช้การเลือกตั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ. ศ. ๒๕๖๐ (๓) ส่อเจตนาชัดเจนว่า  เป็นการสรรหาโดยมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมภายในมหาวิทยาลัย          

กระบวนการสรรหาของ มช. เมื่อเร็วๆ นี้   ให้ข้อเรียนรู้มาก   ศึกษาได้จากข่าว (๔)    (๕)    จะเห็นว่า ส่วนที่เป็นทางการคือ ใช้วิธีสรรหา   แต่ก็ยังมีคนที่เชื่อในวิธีเลือกตั้ง ใช้คะแนนเสียงเป็นตัวตัดสิน   

ในขณะนี้มหาวิทยาลัยหลักของประเทศไทยใช้วิธีสรรหาทั้งหมด    และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกในต่างประเทศ ก็ไม่มีที่ใดใช้วิธีเลือกตั้ง   ประชาธิปไตยระดับประเทศกับ governance ระดับมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน  

น่าชื่นชมว่า เรื่องราวเกี่ยวกับ มช. ดำเนินไปด้วยดี มีการรับฟังซึ่งกันและกัน    และมีการแก้ไขข้อบังคับ  รวมทั้งมีการถอนฟ้องจากศาลปกครอง    โดยยังคงยึดหลักการและวิธีการสรรหา    ในไม่ช้าก็จะมีการลงมติในสภามหาวิทยาลัยและประกาศอย่างเป็นทางการ    แต่ก็ต้องมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุดสุดท้าย

วิจารณ์ พานิช

๒๗ ก.พ. ๖๕