หนังสือ How to Read a Book : The Classic Guide to Intelligent Reading เขียนโดย Mortimer J. Adler & Charles van Doren    หนังสือที่ออกเผยแพร่ครั้งแรกก่อนผมเกิด ๒ ปี   เป็นหนังสือขายดีตลอดกาล     ได้รับการปรับปรุงใหม่หลังจากนั้น ๓๒ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕    แนะนำวิธีอ่านหนังสือให้ได้รับประโยชน์เต็มที่     สรุปสั้นที่สุดได้ว่า .ให้อ่านเชิงรุก (active reading)    หรือให้ทำตัวเป็นนายของหนังสือ อย่าทำตัวเป็นทาส

  เริ่มด้วยการทำความรู้จักผู้เขียน  และเป้าหมายในการเขียนหนังสือเล่มนั้น    ทำความรู้จักหนังสือคร่าวๆ ก่อน    ไม่ใช่ลงมือตะลุยอ่านเลย    การทำความรู้จักจะช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาอ่านหนังสือที่เราไม่สนใจ     เท่ากับอ่านเชิงตรวจสอบ (inspecting) ก่อน    เมื่อเห็นว่าเป็นหนังสือดีตรงความต้องการจึงอ่านรอบแรกแบบคร่าวๆ ก่อนเสียรอบหนึ่ง    แล้วจึงอ่านลงรายละเอียดและดื่มด่ำ เป็นรอบอ่านจริง   

รอบแรกเป็นการอ่านเอาสาระอย่างผิวๆ    รอบสองค่อยอ่านรายละเอียดและความงดงาม   

รอบแรกเรียกว่า อ่านเชิงวิเคราะห์ (analytical reading)   ส่วนหนึ่งเพื่อรู้ว่าเป็นหนังสือแบบไหน    จะต้องอ่านแบบไหน    เพราะหนังสือต่างแบบต้องอ่านคนละแบบ    เช่นนวนิยายก็อ่านแบบหนึ่ง    หนังสือประวัติศาสตร์อ่านอีกแบบ    สารคดีก็อ่านอีกแบบ

จะเห็นว่า อ่านเชิงวิเคราะห์เริ่มด้วยการตั้งคำถาม   ใครเขียน  เขียนเมื่อไร  เขียนเพื่ออะไร  หวังเขียนให้ใครอ่าน  สาระหลักคืออะไร  มีหลักฐานน่าเชื่อถือได้แค่ไหน  ทันสมัยแค่ไหน   ผู้เขียนมีความเชื่อหรืออุดมการณ์แนวไหน  ฯลฯ               

อ่านแบบนักวิชาการ อ่านหนังสือทีเดียวหลายๆ เล่ม เพื่อจับประเด็นที่ต้องการเอามาเขียน เรียกว่า synoptical reading เป็นการอ่านอีกแบบ   ที่ไม่มุ่งอ่านทั้งเล่ม เลืกเฟ้นเอาเฉพาะจุดหรือประเด็นที่ต้องการ จากหลายแหล่ง เอามาตรวจสอบสังเคราะห์หรือสรุปนำเสนอ    หรือสังเคราะห์เป็นคำถาม เพื่อเอาไปทำวิจัยต่อไป    การอ่านแบบนี้ใช้ทั้ง inspectional reading  และ analytical reading ด้วย    โดยผมเรียกว่า “อ่านแบบจับผิด” คือหาจุดที่เขาข้ามไป หรืสรุปแบบไม่น่าเชื่อถือ

ในฐานะนักวิจัยชรา ผมโชกโชนมากกับการอ่านแบบนี้   แต่ไม่กล้าคุยโวว่าเก่ง   

เขาแนะนำให้ตั้งคำถาม ถามหรือค้นคำตอบในหนังสือ    ที่สำหรับผม บางครั้งพบว่าไม่มีคำตอบตรงๆ ในหนังสือ   แต่มีซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด   สมัยก่อนก็ต้องไปค้นหาในวารสารหรือหนังสือเล่มอื่น    แต่สมัยนี้สบายมาก ถามอากู๋ได้เลย    ได้คำตอบมาอย่างรวดเร็ว และหลายคำตอบ    ให้เราใช้วิจารณญาณว่าจะเชื่ออันไหน หรือจะสังเคราะห์หลายคำตอบเข้าด้วยกัน   

วิธีอ่านหนังสือเมื่อสามสิบปีก่อน กับสมัยนี้ต่างกันโดยสิ้งเชิง   ชีวิตสมัยใหม่ยุคเทคโนโลยีก้าวหน้า   มีเครื่องช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย   ไม่ชอบอ่านแต่ชอบฟัง ก็มีเครื่องอ่านให้ฟัง    ไม่อยากอ่านหนังสือทั้งเล่มก็มีบริการย่อสรุปสาระสำคัญให้

เป้าหมายหลักสองประการของการอ่านคือ เพื่อเพิ่มพูนปัญญา กับเพื่อความบันเทิง   อ่านสองแบบนี้ ใช้วิธีอ่านต่างกัน   

สมัยนี้เพิ่มเป้าหมายประการที่สาม    อ่านแล้วแบ่งปันเพื่อประโยชน์สาธารณะ   อย่างที่ผมกำลังทำอยู่นี้    ให้ประโยชน์หลายต่อ โดยเฉพาะด้านการฝึกฝนออกกำลังจิตสาธารณะ 

วิจารณ์ พานิช

๑๑ ม.ค. ๖๕