บันทึกชุด สอนทักษะสร้างสรรค์ ฝึกนักเรียนให้คิดเป็นและคิดอย่างมีวิจารณญาณ นี้ ตีความจากหนังสือ Teaching Creative Thinking : Developing learners who generate ideas and can think critically (2017) เขียนโดย Bill Lucas และ Ellen Spencer ที่เป็นหนังสือว่าด้วยการคิดสร้างสรรค์ (critical thinking) แต่ตีความเชื่อมโยงออกไปกว้างขวางมาก และมีคำแนะนำภาคปฏิบัติ รวมทั้งมีตัวอย่างโรงเรียนที่ดำเนินการในแนวทางที่เสนอ ผมเขียนบันทึกชุดนี้ เพื่อร่วมขบวนการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะให้แก่สังคมไทย
ตอนที่ ๑๒ นี้ ตีความจาก Appendix 1 : An A-Z of Teaching and Learning Methods for Developing Creative Thinkers
ไอเดียที่สร้างสรรค์ต้องมีลักษณะสามประการคือ เหมาะสม มีประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้
กิจกรรมเริ่มต้นเพื่อพัฒนาสมรรถนะย่อย ๑๕ ประการ และกิจกรรมขยาย (extended activities) บางกิจกรรม สรุปไว้ย่อๆ ๔๘ วิธีการ ดังต่อไปนี้ โดยที่กิจกรรมที่ช่วยให้กล้าลอง กล้าเสี่ยง ระบุไว้ในบันทึกตอนที่ ๗
Beginning at the end คิดจากปลายทางไปหาต้นทาง หรือคิดจากผลไปหาเหตุ
Brainstorming to suspend judgement ไม่ด่วนสรุป เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกอดทนกับความไม่ชัดเจน หรือมุมมองที่แตกต่าง
Bringing in an expert เชิญผู้เชี่ยวชาญมาที่ชั้นเรียนหรือโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้สภาพชีวิตจริง
Cards for actions เขียนคำถามลงกระดาษ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามดีๆ มีคำถามในกระดาษเพื่อช่วยให้ครูติดตามได้ว่าใครเป็นผู้ตั้งคำถามนั้น
Children create their own philosophical questions เพื่อฝึกให้นักเรียนมีทักษะสื่อสารและทักษะตั้งคำถามในมิติที่ลึก
Classic paper clip game เป็นการฝึกคิดฟุ้ง (divergent thinking) โดยให้นักเรียนเขียนการใช้ประโยชน์คลิปลวดหนีบกระดาษให้มากที่สุดในเวลา ๒ นาที
Co-create a visual reference for helpful phrases ให้นักเรียนร่วมกันสร้างรายการ “วลีช่วยการให้ความเห็น” ติดไว้ที่ผนังห้อง ช่วยเป็นตัวกระตุ้นจักษุประสาทเวลาจะให้ความเห็นเชิงประเมินผลงานของเพื่อน
Connections ฝึกสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของหรือหลักการ เช่น เชื่อมโยงสิ่งของ/หลักการหนึ่ง กับอีก ๓ ฝึกสุ่มสิ่งของมา ๑๐ อย่าง แล้วหาทางเชื่อมโยง ๑๐ อย่างนั้นเข้าด้วยกัน
Copying ฝึกพัฒนาเทคนิคโดยฝึกคัดลอกให้เหมือนต้นแบบ
Creating a rubric นำชิ้นงานจริง มาให้นักเรียนร่วมกันกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน (อาจขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ หรือผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่) เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจว่าเป้าหมายระดับคุณภาพของผลงานของตนเป็นอย่างไร
Critique work anonymously เพื่อฝึกให้คำติชมในบรรยากาศไม่ตึงเครียด ให้นักเรียนฝึกประเมินผลงานที่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ โดยประเมินภายใต้เกณฑ์สำคัญที่กำหนด
Deliberate practice ฝึกปฏิบัติลงรายละเอียดโดยแบ่งชิ้นงานเป็นส่วนๆ เลือกส่วนที่ยากนำมาฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีการสะท้อนคิดเพื่อปรับวิธีการ
Driving questions ครูส่งเสริมให้นักเรียนคิดภาพใหญ่ โดยตั้งคำถามที่เชื่อมระหว่างประเด็นย่อย หรือส่วนย่อยของชิ้นงาน
Exit tickets เป็นตั๋วออกจากห้องเมื่อจบคาบเรียน แจกกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้นักเรียนเขียนสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ และสิ่งที่ตนยังไม่เข้าใจ มอบให้ครูเมื่อจบคาบ สามารถนำมาปรับใช้ได้หลากหลายแบบ รวมทั้งครูใช้ด้วย
Expansive questions จัดทำคลังคำถามเชิงขยายความ เพื่อเปลี่ยนใจผู้เกี่ยวข้องที่มี กระบวนทัศน์หยุดนิ่ง (fixed mindset) ให้เปลี่ยนใจ
Feedforward ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีถ้อยคำที่เชื้อเชิญให้เพื่อนๆ ให้คำแนะนำตรงจุดที่ตนติดขัด
‘5 Whys’ technique หาทางเผยสาเหตุระดับรากฐาน (root cause) โดยตั้งคำถาม ทำไม ไปเรื่อยๆ นำสู่การกระตุ้นจินตนาการสู่ทางออก
Good or bad ตรวจสอบสมมติฐานระดับลึกในใจ โดยการตั้งคำถามต่อนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีว่า มีผลดีหรือผลร้ายต่อชีวิตของคนเราอย่างไร
Growth mindset prompts ช่วยเชียร์ให้นักเรียนอดทนต่อสู้ความยากลำบากเมื่อได้รับคำแนะนำป้อนกลับ โดยครูยกป้ายให้สติให้ละจากระบบคิดว่าตนทำไม่ได้
Guided gallery critique ฝึกให้คำแนะนำป้อนกลับเชิงสร้างสรรค์แก่เพื่อน ต่อผลงานที่กำลังดำเนินการ
‘I wonder’ question ส่งเสริมให้นักเรียนพูดสิ่งสงสัยออกมาดังๆ ให้แชร์คำถามที่สะท้อนความสงสัยใคร่รู้
Jigsaw ฝึกสมรรถนะด้านความร่วมมือ โดยจัดกลุ่มนักเรียน ให้สมาชิกกลุ่มแต่ละคนเรียนรู้คนละส่วนของเรื่องทั้งหมด แล้วนำมาสอนเพื่อนในกลุ่ม แล้วนักเรียนแต่ละคนได้รับการทดสอบเรื่องราวทั้งหมด และสอบผ่าน
Learning logs ส่งเสริมให้นักเรียนฝึกใคร่ครวญสะท้อนคิดอย่างจริงจัง (critical reflection) และเขียนบันทึกอย่างสม่ำเสมอ
List as many games as you can เป็นวิธีพัฒนาให้นักเรียนมีความอดทนต่อความไม่แน่นอน หรือไม่ชัดเจน โดยให้นักเรียนทำรายการเกม สิ่งของ หรือเรื่องราว ประเภทใดประเภทหนึ่ง โดยครูไม่บอกรายละเอียดให้ชัดเจน แล้วให้นักเรียนสะท้อนคิดการตัดสินใจว่าจะรวมสิ่งใดไว้ เอาสิ่งใดออก
Mind mapping ให้นักเรียนฝึกจัดระบบความคิด โดยทำแผนที่ความคิด
Noticing everything เป็นการฝึกทักษะจดจ่อความสนใจที่จุดเดียว เรื่องเดียว หรือความคิดเดียว และให้เป็นคนช่างสังเกต
Odd one out เป็นการฝึกเชื่อมโยงไอเดียเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พร้อมอธิบายวิธีคิด โดยเลือกสิ่งของหรือไอเดียที่ไม่เข้ากลุ่ม
Playing with Belbin ฝึกให้นักเรียนเข้าใจบทบาทในทีม โดยให้ทำความเข้าใจบทบาทของสมาชิกในทีม
Predict future challenges พัฒนาความอดทนต่อความไม่ชัดเจนกำกวม โดยให้นักเรียนทำนายความยากลำบากในชีวิตอนาคตที่ตนต้องเผชิญ และคิดหาวิธีดำเนินการ
Question of the week ฝึกให้นักเรียนรู้จักคำถามที่ดี โดยให้เลือกจากคำถามทั้งหมดของนักเรียน และร่วมกันสะท้อนคิดว่าคำถามนั้นดีอย่างไร
Reworking ฝึกให้นักเรียนมุ่งมั่นผลิตผลงานคุณภาพสูง มีนิสัยสู้สิ่งยาก โดยเมื่อผลิตผลงานแล้วนำมาให้เพื่อนๆ ติชมแล้วกลับไปทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม หรืออาจให้ทำชิ้นงานจากคำถามแห่งสัปดาห์ของสัปดาห์ที่แล้ว
Scaffolding เป็นการช่วยเหลือทางอ้อมให้นักเรียนพัฒนาสมรรถนะในการทำสิ่งที่ยากค่อนข้างเกินกำลัง โดยเมื่อนักเรียนผลิตชิ้นงานออกมาได้ ครูชวนนักเรียนสะท้อนคิดว่าแตกต่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมอย่างไร และจะเอาข้อเรียนรู้นั้นไปใช้ในการทำชิ้นงานในอนาคตอย่างไร
Sequencing an assignment เขียนแผนผังความเชื่อมโยงระหว่างงานชิ้นต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจภาพใหญ่ หรือองค์รวมของงาน
Six Thinking Hats ฝึกให้นักเรียนมีมุมมองหลายแบบต่อเรื่องต่างๆ ใช้ทั้งเหตุผลและความรู้สึก แล้วบูรณาการการรับรู้ทุกรูปแบบเป็นการตัดสินใจสู่การกระทำ
Slow writing เป็นการฝึกการเขียนให้สื่อสารได้ชัดเจนแม่นยำ โดยฝึกเขียนทีละประโยคให้เข้าเกณฑ์ที่กำหนด แล้วทบทวนสะท้อนคิดทีละประโยค ว่าใช้ถ้อยคำเหมาะสมหรือไม่ จะใช้คำที่ดีกว่าได้อย่างไร
Socratic seminars เพื่อฝึกความสงสัยใคร่รู้ โดยเริ่มจากประเด็นในชีวิตจริง ตรวจสอบความเข้าใจที่แตกต่าง ฟังข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อนำสู่ประเด็นโต้แย้งข้อต่อไป
‘Stuck’ poster พัฒนาวิริยะหรือความพากเพียร โดยนำประเด็นที่ติดขัดมาทำเป็นโปสเตอร์กระตุ้นเตือนสายตาและความคิดของนักเรียนให้มุ่งคิดหาวิธีดำเนินการให้ได้ผล
Subject-related thinking hats ฝึกใช้วิธี “หมวกหกใบ” ในประเด็นที่มีมิติความกว้าง
Teacher prompts ครูใช้วิธีสะกิดความสนใจของนักเรียนสู่การฝึกสมรรถนะสำคัญ เช่น การฝึกการคิดดังๆ ต่อปัญหา ให้เพื่อนในชั้นได้ยินด้วย
Team-building exercise สร้างกิจกรรมสนุกๆ สร้างความสัมพันธ์ที่นำสู่ความร่วมมือ
Three before me ฝึกไหวพริบ ให้รู้จักแสวงหาข้อมูลเอง จาก ๓ แหล่ง ก่อนจะถามครู
Visualise ฝึกให้นักเรียนอ่านข้อความดังๆ พร้อมกับจินตนาการภาพของเรื่องราว และคิดไปข้างหน้าว่าต่อไปเรื่องราวจะดำเนินการไปอย่างไร
Waiting time ช่วยให้นักเรียนมีเวลาพัฒนา “ปัญญาญาณ” (intuition) เพื่อตอบคำถาม ครูให้เวลานักเรียนหยุดคิดสักครูก่อนตอบคำถาม
What do you think? กระตุ้นให้นักเรียนพัฒนนิสัยมีความคิดของตนเอง โดยเมื่อนักเรียนถามครู ครูสวนกลับด้วยประโยค “แล้วเธอคิดอย่างไร”
What does this remind you of? เมื่อนักเรียนอ่านข้อความ หรือได้รับรู้เรื่องราว ครูตั้งคำถามว่า “นักเรียนคิดถึงอะไร” เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการเชื่อมโยง
What makes you say that? เป็นคำถามของครูที่ช่วยให้นักเรียนได้สะท้อนคิดกลับสู่ความคิดของตนเอง ว่ามีที่มาอย่างไร และได้ทบทวนว่ามีมุมมองอื่นอีกหรือไม่
What might you need to know? เป็นคำถามกระตุ้นให้นักเรียนมีคำถาม หรือให้ค้นหาปัญหา ที่จะต้องค้นหาคำตอบ สำหรับใช้ในการทำกิจกรรมนั้นๆ
Wicked questions ในภาคไทยน่าจะใช้คำว่า “คำถามยียวนกวนประสาท” ที่ช่วยให้ค้นหาความหมายของเรื่องนั้นในหลายระดับ และหลายมุมมอง ผ่านการตั้งคำถามเชิงปรัชญาหรือเชิงคุณค่า
เขาแนะนำให้ใช้รายการเหล่านี้ ในการคิดรายการตัวช่วยฝึกการคิดสร้างสรรค์ในโรงเรียนของท่าน
ผมขอเสนอแนะว่า ครู/โรงเรียนไทย น่าจะนำเอารายการ A-Z นี้ไปปรับใหม่ ให้เหมาะสมต่อบริบทของนักเรียนและโรงเรียนของท่าน เพื่อช่วยให้ครูทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้สะดวกขึ้น
วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ย. ๖๔