บันทึกประจำวันที่ 27 ธันวาคม 2549 วันนี้เป็นวันที่ 27ธันวาคม แล้ว อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะได้ปิดสำนักงานเพื่อกลับบ้านไปฉลอง ไปเจอพ่อ แม่ญาติพี่น้องรวมทั้งผองเพื่อนด้วย ยิ่งใกล้วันเข้ามาจิตรใจก็ยิ่งจดจ่อกับวันที่จะได้กลับเพราะนานแล้วที่เราไม่ได้กลับบ้าน ถึงจะได้กลับก็ไม่ได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็อาศัยช่วงเทศการนี้แหละถึงจะได้เจอกับเพื่อน ๆ การทำงานในช่วงเช้าของวันนี้เป็นการก็เป็นการเอารูปที่ถ่ายเมื่อวานนี้มาลงเครื่องพร้อมทั้งภาพจากกล้อง VDO แต่ ปรากฏว่ากล้องถ่าย VDO มันไม่สามารถแปลงไฟล์และเอาลงเครื่องได้เราก็งงเหมือนกันว่ามันเป็นอะไร เราก็พยายามอยู่นานทีเดียวแต่ก็ทำไม่ได้ จ๊อกจึงโทรไปหาอาจารย์เธียรชัย แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้เราจึงหยุด พอเสร็จเรื่องนี้ก็เลยจะมาแกะเทปเวที KM เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ช่วยจ๊อกแต่ปรากฏว่าเทปมันไม่ค่อยได้ยินจึงไม่สามรถแกะได้ พอสาละวนอยู่กับเทปได้ซักพักก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี จึงหยุดเพราะไม่สามารถทำต่อ ช่วงบ่ายก็เป็นการทำงานอื่น ๆ ไปตามปกติ ทำเรื่องบัญชี ทำเรื่องบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนจ๊อกกับพี่บราวน์ลงไปสังเกตการเวทีสัมมนาเรื่อง มหาวิทยาลัยนอกระบบ หลังจากที่เราทำเสร็จก็คิดว่าจะมาแกะเทปต่อ แต่พยายามยังไงก็ไม่ได้ เทปที่อัดมาเสียงชัดเฉพาะอาจารย์ส่วนคนอื่นไม่ค่อยได้ยินเลย โคตรเซ็ง ซักพักอาจารย์ก็เข้ามาที่สำนักงาน เราจึงไปเอาจดหมายที่ตึก 9 ตอนที่เดินไปทางตึก 9 รู้สึกว่าบรรยากาศของวันนี้ค่อนข้างครึกครื้นทีเดียวมีทั้งเสียงเพลง เสียงกลอง เสียงร้องเพลงดังระงมไปทั้งหมาวิทยาลัย คงเป็นเพราะมันใกล้จะถึงปีใหม่แล้วมั้งคนเลยเริ่มมีการฉลองกัน มันก็เลยทำให้บรรยากาศมันครึกครื้นกัน พอกลับมาถึงศูนย์ก็ลงรับจดหมายซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ค.ส. ไม่ใช่จดหมายเมื่อลงเสร็จก็เอาไปแปะไวที่ข้างฝา ส่วนที่จะตอบกลับให้เขานั้นยังส่งไม่ได้เพราะ ส.ค.ส. ของเรายังเซ็นไม่ครบทุกคนเลย ต้องรอไปก่อนแต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนช่วงเย็นหลังเลิกงานพวกเราก็เลยไปกินเลี้ยงปีใหม่กันที่โภคภัณฑ์ภัตคาร งานเลี้ยงปีใหม่ปีนี้รู้สึกว่ามันเงียบ ๆ ยังไงก็ไม่รุ้ไม่สนุกเหมือนปีก่อนเลย คงเป็นเพราะคนน้อยลงมั้งมันเลยไม่สนุก บรรยากาศก็เป็นไปแบบเงียบ ๆ และใช้เวลาในการกินไม่ถึง 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป พอกินเสร็จพวกเราก็พากันกลับมาที่สำนักงานเพื่อที่จะมาเขียนบันทึกให้เสร็จก่อนที่จะกลับไปพักผ่อน สิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่เป็นบทเรียนหรือความรู้มันมีแต่ว่าวันนี้ตัวเราเองไม่สามารถที่จะมองมันได้ออก จึงไม่สามารถที่จะดึงมันออกมาเป็นบทเรียน หรือความรู้สำหรับตนเองได้