บันทึกชีวิตวันที่ 26 ธันวาคม 2549 วันนี้แต่ตื่นเช้าลุกขึ้นมาก็มานั่งดูข่าวASTVพอดีทันดูเรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบที่มีนักศึกษาเข้าร่วมกัน 16 สถาบัน เพื่อรวมกันต่อต้านไม่อยากให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ประเด็นที่นักศึกษาร่วมกันต่อสู้คือประเด็นค่าบำรุงการศึกษาที่จะเพิ่มขึ้น เรื่องของการศึกษาที่มันจะกลายเป็นธุรกิจการศึกษา สถาบันการศึกษาก็จะมุ่งเปิดสาขาวิชาที่ตลาดต้องการ และก็มีการนัดหมายว่าถ้าสภานิติบัญญัติยังมีการพิจารณาพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยออกนอกระบบอยู่นักศึกษาจะรวมตัวใหญ่อีกครั้งหลังปีใหม่ จากนั้นก็เดินทางมาทำงานพร้อมกับพี่บราวน์ จิมมี่ พอมาถึงจิมมี่ก็บอกว่าวันนี้จะประชุมศูนย์ข้อมูลตอน 9 โมง เราเองก็เตรียมสรุปประเด็นที่ได้ไปแลกเปลี่ยนพูดคุยเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในวันที่ 25 ธันวาคม 2549 ที่เขาได้จัดงาน 30 ปี 6 ตุลา 19 แล้วมีประเด็นพูดคุยว่าคนหนุ่มสาวหายไปไหน จากนั้นอาจารย์ปรีชาก็เดินทางมาถึงก็ถามว่าพร้อมประชุมหรือยัง ทุกคนก็บอกว่าพร้อมจากนั้นก็ไปรวมกันที่ห้องประชุมศูนย์ แต่พอดีอาจารย์ก็ติดธุระที่สำนักวิจัยทุกก็เลยแยกย้านกันไปทำงานตามปกติ แต่เรา จิมมี่ พี่บราวน์ ก็ได้มาจัดเตรียมอุปกรณ์ เบรก ที่จะใช้ในการประชุมกรรมการKm ในช่วงบ่าย พอเตรียมเสร็จ อาจารย์ปรีชาลงไปที่ห้องประชุมเล็กศูนย์วิทยาศาสตร์และก็ชวนพวกเราพูดคุยประชุมกันก่อนทานข้าวเที่ยง จากนั้นอาจารย์ก็ถามเราว่างานที่ให้รับผิดชอบไปถึงไหนแล้ว เราก็บอกว่าตอนนี้ลองสมัครดูแล้วก็สามารถใช้ได้ ทุกคนก็สามารถสมัครได้ อาจารย์ก็บอกเราว่าพูดอย่างนี้คุณพูดเหมือนไม่มีความรับผิดชอบงานที่คุณได้รับมอบ จากนั้นอาจารย์ก็ย้ำว่างานที่มอบหมายต้องทำให้เสร็จ จากนั้นพอทุกคนมาพร้อมแล้วก็เริ่มประชุมเราเล่าว่าที่ไปสกลมาเราก็เริ่มเล่าตั้งแต่ช่วงเช้าว่ามีเวทีเสวนาบทเรียนการเมืองไทยจากวิกฤติทักษิณ อาจารย์สมเกียรติก็นำเสนอทิศทางการเมืองมันควรจะเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาวควรเข้ามามีบทบาททางสังคมและมีส่วนร่วมทางการเมืองมากกว่านี้ พร้อมทั้งเพิ่มอำนาจกลไกการตรวจสอบ และต้องจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า และพอในช่วงบ่ายก็เป็นเวทีคนหนุ่มสาวได้แลกเปลี่ยนว่าคนหนุ่มสาวหายไปไหนและนักศึกษาควรจะมีบทบาทยังไง ก็มีข้อเสนอว่าเรานักศึกษาต้องเป็นนักแสวงหา ใฝ่ความรู้ รู้จักสิทธิของตนเอง จากนั้นพี่บราวน์ก็นำเสนอโครงการสกว.พลังชุมชนว่างานที่ต้องทำมีอะไรบ้าง ทำหนังสือยุติโครงการคุณพราวุฒิ และหนังสือปิดโครงการอาจารย์สมหมาย และก็ได้เล่าถึง วันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่ามีประเด็นที่น่าสนใจคือประเด็นปัจจัยที่ทำให้เกิดกิจกรรมในพื้นที่คือเขาแผงม้ากับป่าชุมชนและประเด็นถอดกระบวนการ ก็จะมีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิในพื้นที่ทำให้เกิดกิจกรรม ครูที่เคยมีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมตั้งแต่เป็นนักศึกษา และครูที่สอนเรื่องสิ่งแวดล้อม พอพี่บราวน์พูดจบอาจารย์ปรีชาก็เลยสรุปว่าปัจจัยมันมีอยู่ 3 ส่วนคือในส่วนของพื้นที่คือมีแหล่งเรียนรู้ที่มีศักยภาพ มีกิจกรรม ในส่วนที่สองคือมีผู้ปฏิบัติการในพื้นที่ทั้งเจ้าหน้า ครู และในส่วนที่สามคือบริบทเรื่องสิ่งแวดล้อม ทุนทางธรรมชาติ เรื่องความยากจนในพื้นที่ จากนั้นอาจารย์ก็ให้พี่บราวน์ลงตารางการลงพื้นที่ถอดบทเรียนในกรณีศึกษาที่เหลือ ต่อไปก็เป็นคิวพี่ไก่นำเสนอตารางการลงพื้นที่โครงการสกว. ABC ว่าวันที่ 9 ม.ค. 50 ลงพื้นที่กิ่งอำเภอบัวลายและสีดา และวันที่ 10 ม.ค. 50 ลงพื้นที่ ลำทะเมนชัยและประทาย จากนั้นเราก็เล่าถึงความคืบหน้าโครงการWB ว่าทุกโครงการกำลังอยู่ในช่วงปรับแก้โครงการ อาจารย์บอกว่าให้ช่วยตามและให้เอามาให้อาจารย์ดูก่อน ต่อด้วยโครงการCF พี่ไก่บอกว่าในช่วงรวบรวมหลักฐานให้ครบ 10 คน จากนั้นก็ร่วมกันทานข้าวเที่ยง พอบ่ายทุกคนก็แยกไปทำงานของตนเองพอสักพักพี่บราวน์ก็โทรตามให้ลงไปช่วยเราก็เลยไปช่วยอัดเทป พอลงไปถึงพี่ใหม่ก็ถามหากล้องถ่ายรูป กล้องวีซีดี วอยล์อัดเสียง เราก็ขึ้นมาบนสำนักงานมีคำหนึ่งที่พี่ใหม่บอกว่ามีไหมน้ำใจที่จะลงไปช่วยกันทำงานแยกส่วนใช่ไหม จากนั้นเราก็ลงไปช่วยถ่ายวีซีดีบันทึกภาพ วันนี้มีสิ่งที่ได้เรียนรู้อยู่หลายส่วนอย่างประเด็นการถอดบทเรียนกลุ่มเยาวชนอาจารย์บัญชรก็เสนอว่ามันน่าจะมีอยู่ 3 ประเด็นที่น่าสนใจคือ ธรรมชาติ ภูมิปัญหา สิ่งแวดล้อม ที่เป็นฐานในการนำไปสู่การจัดกิจกรรมของเยาวชน และเรื่องศาสนาก็มีเรื่องความศรัทธาและหลักความเชื่อในศาสนาที่ทำให้ สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาในพื้นที่ และวันนี้เองทำให้เราต้องทบทวนบทบาทการทำงานว่าเท่าที่ผ่านมาเราช่วยแค่เตรียมไม่ได้ในบางกิจกรรมที่เราต้องเข้าไปเข้าร่วมด้วย และอีกอย่างหนึ่งก็ได้บทเรียนว่าไม่ว่าจัดงานอะไรต้องพูดคุยกันให้ชัดว่าจะมีงานอะไร ต้องใช้อุปกรณ์อะไรและมีงานอะไรบ้างที่ให้ช่วย ทุกคนจะได้รับรู้ทั่วกันและจะได้จัดการบทบาทของตนเองได้ถูก