650103 พัฒนาการเป็น"ผู้ให้" เสริมสุขภาพใจ


                   คนส่วนมากคุ้นเคยกับการแลกเปลี่ยนและพอใจที่จะเป็นผู้รับ ส่วนการเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึก เพราะเป็นสิ่งที่ทวนกระแสของตัวเอง แต่ว่าถ้าใครฝึกและเริ่มทำได้ จะรู้สึกว่าความสุขมาจากไหนก็ไม่รู้เกิดขึ้นที่ใจ ความสุขมาเอง บางทีก็ไม่ได้ให้อะไรมากมาย แค่บอกทางกับคนหลงทางก็ยังมีความสุขเลย ตัวอย่างเช่นคุณสัญญา คุณากร พิธีกรรายการเจาะใจเคยเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งไปซื้อของที่เซเว่น ขณะเข้าแถวรอจ่ายเงินก็ต่อจากเด็กอยู่ข้างหน้า พอเด็กจ่ายเงิน พนักงานก็บอกว่าเงินขาดอยู่ประมาณ3หรือ4บาท พนักงานก็รอเงิน เด็กคนนั้นก็ตกใจทำหน้าเลิกลั่กเพราะเงินไม่พอ คุณสัญญาเห็นเข้าก็เลยบอกว่าเอาที่นี่เดี๋ยวจ่ายให้ เด็กคนนั้นได้ของที่ต้องการ ยกมือไหว้แบบเขินๆแล้วกล่าว “ขอบคุณค่ะ” แล้วก็รีบออกไป คุณสัญญาบอกว่าตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมาก และพูดแบบขำๆว่า “ไม่นึกว่าเงินแค่3-4บาทจะซื้อความสุขได้มากขนาดนี้”

              เหตุผลว่าการเพียงให้แค่นี้ ทำไมความสุขถึงมากจัง ก็เพราะว่าส่วนลึกของจิตใจมนุษย์มี “จิตกรุณา”แอบแฝงอยู่ จิตกรุณาหรือสภาพจิตที่มีความกรุณา คือเห็นคนอื่นมีความทุกข์แล้วทนอยู่เฉยๆไม่ได้ ต้องหาทางช่วยทางใดทางหนึ่ง ความจริงจิตกรุณานี้มีอยู่แล้วทุกคนอย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่สัตว์ก็ยังมี เช่นบางทีเราจะเห็นหมาคาบลูกของมันวิ่งไปหลบภัย เพียงแต่ว่าจิตกรุณานี้อยู่ลึกไปหน่อยและมักจะถูกจำกัดการใช้งานโดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยบางคนบอกว่าใช้กับพ่อแม่ญาติพี่น้องเท่านั้น ใช้กับคนอื่นไม่ได้ คนอื่นก็ตัวใครตัวมัน

               การที่จะให้จิตกรุณาเกิดขึ้นนั้นต้องฝึก เริ่มจากการให้น้อยๆก่อน หรือเริ่มทำตัวเป็นจิตอาสาเบาๆก่อน แล้วก็จะเริ่มรู้สึกมีความสุขใจตามมา แล้วค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยจะรู้สึกว่า ความเสียดาย หรือความตระหนี่จะลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าถ้าลองทำจะมีความสุขแน่นอน และเห็นพัฒนาการของตนเอง  

             โอกาสปีใหม่ก็ลองมอบสิ่งที่ดีให้แก่กันฝึกไปในตัวนอกจากจะมอบให้ญาติมิตรแล้ว ลองขยายการให้ให้มากกว่าเดิมเช่นมอบของขวัญเป็นกำลังใจแก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานจราจร กลุ่มจิตอาสา พนักงานเก็บขยะ พนักงานทำความสะอาด ก็ได้ เป็นการฝึกจิตเราให้กว้างขวางมากขึ้น การเชื่อมโยงและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่แม้จะไม่รู้จักก็จะดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เราเป็นคนมีจิตที่มีความสุข มีความมั่นคงทางอารมณ์ เป็นการเสริมสุขภาพทางใจทำให้รู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง และมีความเข้าใจเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น รักษาเยียวยาโรคซึมเศร้าได้ด้วย ตอนนอนก็หลับสบายไม่ฝันร้าย ตื่นเช้าก็มองโลกมีความสุข จิตไม่เศร้าหมอง

(ภาพการอบรมค่ายคุณธรรมปี2558 ชื่อภาพ “เจ้าภาพเลี้ยงอาหาร”

หมายเลขบันทึก: 695361เขียนเมื่อ 3 มกราคม 2022 19:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 มกราคม 2022 20:40 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง