การบริหารจัดการธาตุ 4 ของเราให้สมดุล


คนเราเมื่อเกิดมา ก็จะมี 4 คนหาม คือ ธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม 3 คนแห่ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  1 คน นั่งแคร่ คือ จิตใจเรา และ 2 คน พาไป ได้แก่ บุญ และบาป  ในขณะที่เรายังมีชิวิตอยู่ ยังไม่ตาย เราต้องหมั่นดูแลรักษาธาตุ 4 ให้ดี เราจะได้ดำรงชีวิตอยู่อย่างสบาย  เช่น ธาตุดิน บำรุงดูแลกระดูก ฟัน หัวใจ ไต ปอด ให้ดี  ธาตุน้ำดูแลระบบเลือดให้ดี มียาอะไรที่จะทำให้เลือดดี ก็หามาบำรุงรักษา ธาตุไฟ เช่น ระบบการย่อยอาหารในร่างกาย ทำอย่างไรระบบย่อยอาหารจะดี ท้องไม่ผูก ก็หมีนดูแล รักษา วิตามิน ยาอะไรดี ก็หามารับประทานดูแลป้องกัน ธาตุลม ก็ระบบย่อยอาหารระบบขับถ่ายจะมีอิทธิพลต่อธาตุลมด้วย มีอาการไม่เรอ ไม่ตด ลมในลำไส้ เป็นพิษ ก็หมั่นระมัดระวังดูแล  เราต้องบริหารจัดการธาตุ 4 ของเราให้สมดุล จะทำให้ โรคภัยไข้เจ็บ ไม่มาเบียดเบียนได้โดยง่าย  สิ่งสำคัญคือร่างกาย รับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ จิตใจ ต้องนิ่ง มีสมาธิฉลาดทางอารมณ์ เฉียบคมทางปัญญา บริหารเวทนาขันธ์ให้ดี เมื่อความรู้สึก อารมณ์ดี ก็จะส่งผลต่อร่างกายเราด้วยดังคำพูดเปรียบเปรยที่ว่า “เสียใจ จะพาไปนรก ดีใจ จะพาไปสวรรค์ แต่ถ้าสุขใจ ก็จะพาไปนิพพาน”นั้นเอง

ดร.ถวิล อรัญเวศ : การบริหารจัดการธาตุ 4 ของเราให้สมดุล

 

การบริหารจัดการธาตุ 4 ของเราให้สมดุล

ดร.ถวิล  อรัญเวศ

      ชีวิตของเคนเราที่เกิดมาบนโลกใบนี้ แต่ละชีวิต ประกอบด้วยธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ

ไฟ ลม

     ธาตุดิน

         สิ่งที่มีลักษณะเป็นของแข็ง และอวัยวะส่วนต่าง ๆ เช่น กระดูก ฟัน ผม

ขน เล็บ หนัง เนื้อ เส้นเอ็น ไขกระดูก หัวใจ ปอด พังผืด ม้าม ตับ ไต ลำไส้เล็ก

ลำไส้ใหญ่ อาหารใหม่ อาหารเก่า สมอง  เป็นต้น เราบำรุงธาตุดิน เช่น กระดูกได้ดี

บำรุงฟันได้ดี บำรุงผมได้ดี เวลาเดินไปไหนมาไหนไม่ปวดข้อเท้า ไม่ปวด
กระดูกสันหลังถือว่าสุดยอดแล้ว

 

      ธาตุน้ำ

         คือ สิ่งที่มีลักษณะเป็นของเหลว เช่น เลือด น้ำลาย น้ำเสมหะ น้ำเมือก น้ำอสุจิ

น้ำดี น้ำตา เสลด มันเหลว หนอง น้ำลาย เลือด น้ำมูก เหงื่อ ไขข้อ มันข้น ปัสสาวะ

เป็นต้น  โดยเฉพาะชายเมื่อเข้าวัย 60 ขึ้นไปแล้ว ร่างกายอาจจะผลิตน้ำอสุจิน้อย

เลือดก็อาจจะไม่ดี  ก็บริหารเอา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใดจะบำรุงเลือด ก็ให้หามากิน

หามารักษา โดยเฉพาะวิตามินซีในผลไม้ต่าง ๆ จะช่วยได้

 

        ธาตุไฟ

         สิ่งที่มีลักษณะอุ่น ร้อนในร่างกาย เช่น อุณภูมิ ระดับความร้อนในร่างกายเรา

เราต้องดูแลรักษา อย่าให้อุณหภูมิเกิน 37.50  เพราะอุณหภูมิ 37 ก็ถือว่าร้อนแล้ว

หรือพูดง่าย ๆ คือเริ่มมีอาการจะเป็นไข้แล้ว  เราต้องบริหารระดับอุณหภูมิในร่างกาย

ของเราให้ดี ทำใจให้เป็นสมาธิ ใจเย็น สุขุม ใจนิ่ง ไม่มีโทสะ โลภะ มากจนเกินไป

ไฟย่อยอาหารก็เช่นกัน วัยสูงอายุ ระบบการย่อยอาหารเริ่มจะเสื่อมค่า ไฟธาตุ
อาจจะทำงานไม่ดี เราต้องหมั่นดูแลรักษาให้ดี

 

       ธาตุลม

            คือสิ่งที่มีลักษณะเอิบอาบ เช่น เป็นลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมในท้อง อาการเรอ ลมพัดขึ้น ลมพัดลง ลมพัดนอกลำไส้ ลมพัดในลำไส้ ลมพัดทั่วร่างกาย อาการฝายลมหรือตด ลมพัดขึ้น ลมพัดลง ลมพัด นอกลำไส้ ลมพัดในลำไส้ ลมพัดทั่วร่างกาย เราต้องบริหารระบบการหายใจของเราให้ดีพอ ทำสมาธิ หายใจเข้า บริกรรมว่า“พุท” หายใจออก บริกรรมว่า “โท” หรือท่านจะบริกรรมอารมณ์ใดก็แล้วแต่ แต่ขอให้บริหารลมหายใจของเราให้ดี ไม่ต้องมีเครื่องช่วยหายใจ เพราะถ้ามีเครื่องช่วยหายใจเมื่อไร แสดงว่าเราจะกลับบ้านเก่าแล้ว

        คนที่เกษียณแล้ว หรื่อวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป ก็พยายาม ทำใจให้นิ่ง  ไม่ต้องเหงา หรือคิดว่า ชีวิตเราหมดคุณค่า เพราะตราบใดที่เรายังไม่ตาย เราก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมหรือ ถ้าธาตุเหล่านี้ดำรงอยู่ปกติไม่แปรปรวนโรคก็จะไม่เกิดขึ้น และ่เมื่อใดที่ธาตุทั้งสี่เกิดกำเริบ หย่อน หรือพิการขึ้นมา ย่อมหนีไม่พ้นโรคที่จะตามมา

 

สาเหตุการเกิดโรคต่าง ๆ

      เกิด แก่ เจ็บ ตาย  มีประจำสังขารของทุกคนอยู่แล้ว  แต่ใครจะเป็นมาก  ใครจะ

เป็นน้อย ใครจะเป็นบ่อย ใครจะเป็นถี่ นั้นแหละต้องพิจารณา

     อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเกิดโรค นั้น มาจากสิ่งเหล่านี้

      1.     อาการของธาตุสี่ที่ทำงานไม่สมดุลกัน

ซึ่งเมื่อธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่สมดุลกัน ทำงานไม่ปกติ ย่อมทำให้เกิดโรค

ต่าง ๆ ในร่างกายของเราได้ เช่น ธาตุไฟ มีอาการร้อนเกินไป หนาวเกินไป

ไฟธาตุย่อยอาหารไม่ปกติ ธาตุลม ไม่ปกติ มีอาการอึดอัดในลำไส้ จะตดก็ไม่ตด

จะเรอก็ไม่เรอ  สิ่งเหล่านี้ จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคได้

2.     สภาพลมฟ้าอากาศตามฤดูกาล

หมายถึง สภาพอากาศ เย็นเกินไป ร้อนเกินไป ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ทำให้

ร่างกายอ่อนแอ ขาดภูมิคุ้มกัน และจะมีอาการไข้ เช่น ปวดหัว ตัวร้อน หนาวสั่น

เป็นต้น


      3. ร่างกายใช้งานมานาน หรืออายุมากขึ้น

       คนเรา มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา เหมือนรถ เครื่องบิน หรือยานพาหนะ

หรือเครื่องยนต์กลไก ถ้าใช้งานมานาน ย่อมจะมีความสึกหลอ เป็นธรรมดานั้นเอง ต้อบ

นำเข้าซ่อมบำรุง คนเราก็ต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี นั้นเอง เพื่อหาสาเหตุเบื้องต้นซึ่ง

ยังมีอาการไม่มาก ย่อมจะทำให้รักษาหายได้โดยง่าย แต่ถ้ามีอาการมาก ขั้นสุดท้าย ก็

ยากที่จะทำการรักษาได้

4.     สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย

        สภาพแวดล้อมเป็นพิษ มีกลิ่นเหม็น เสียงดัง ร้อนอบเอ้าจนเกินไป เย็นจนเกินไป

หนารจนเกินไป แน่นอน สิ่งเหล่านี้ ย่อมเป็นมลพิษ อาจทำให้ร่างกายใม่สบาย จิตใจ

หดหู่ ส่งผลต่อร่างกายได้

  

5.     การไม่ดูแลสภาพร่างกาย จิตใจของเรา

ร่างกายและจิตใจ ต้องได้รับการดูแลและเอาใจใส่อยู่เสมอ ร่างกาย ต้องมี

การออกกำลังกาย มีการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนี่ง เพราะสิ่งทีหยุดนิ่ง คือทุกสรรพสิ่งที่

ตายแล้ว  จิตใจต้องสงบ ไม่วิตกกังล ไม่คิดฟุ้งซ่าน ไม่มีอารมณ์ขุ่นมัว เศร้าหมองมา

กระทบอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะอารมณ์โกรธ   อารมณ์อาฆาตพยาบาท อารมณ์ไฟราคะจัด

จนเกินไปผิดวิสัยคนเรา อารมณ์โลภไม่รู้จักประมาณตน เป็นต้น แน่นอน สิ่งเหล่านี้อาจ

เป็นสาเหตุให้เกิดโรคได้

6.     ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสต่าง  ๆ

       โรคแต่ละโรค มีบ่อเกิดต่างกัน บางโรค ติดจากลมหายใจ อากาศ ฝุ่นละออง

เช่น แม้กระทั้งโควิด 19 ไข้หวัด เป็นต้น บางโรค ติดต่อจากทางเดินอาหาร

บางโรคติดต่อจากเลือด เราต้องระมัดระวังตัวเองให้ดี รักษาตนเองให้ห่างไกลจาก

อาการเหล่านั้น

 

คนที่มีธาตุไม่สมดุล

         ธาตุดิน
           คนที่ธาตุดินไม่สมดุล จะมีแนวโน้มเครียดง่าย คิดเล็กคิดน้อย ลังเล ไม่มั่นใจ ดื้อรั้น เฉยชา ส่งผลต่อการเกิดโรคประจำตัว หัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจตาย ระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย กระเพาะ ระบบขับถ่าย ท้องผูก ริดสีดวงทวาร มะเร็ง อาการปวดตามข้อตามกระดูก การเจ็บป่วยมักเกิดขึ้นในทุกฤดู และสิ่งที่ควรระวัง คือ การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา การ กลั้นอุจจาระและปัสสาวะบ่อยๆ และการทำงานหนัก

        ธาตุน้ำ

          คนที่มีธาตุน้ำไม่สมดุล จะมีแนวโน้มเกียจคร้าน เบื่อง่าย หงุดหงิด คิดมากใจไม่สดชื่น ผิวพรรณไม่ผ่องใส ผิวพรรณหยาบ หม่นหมอง ส่งผลต่อการเกิดโรคประจำตัวของธาตุน้ำ คือ ไข้หวัด ไอมีเสมหะ ทอนซิลอักเสบ ไซนัส ปอดบวม หอบหืด หลอดลมอักเสบ มดลูกอักเสบ ไตอักเสบ โรคอ้วน โรคระบบขับปัสสาวะ เป็นต้น การเจ็บป่วยมักจะเกิดในฤดูหนาว สิ่งที่ควรระวังคือ การอยู่ในที่เย็น การดื่มน้ำเย็น การกลั้นอุจจาระและปัสสาวะ

           ธาตุลม
          คนที่มีธาตุลมไม่สมดุล จะมีแนวโน้มกระวนกระวาย ตกใจง่าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ หมดแรง เหนื่อยง่าย อาหารไม่ย่อย ส่งผลต่อการเกิดโรคประจำตัวของธาตุลม คือ โรคเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย เส้นเลือดฝอยตีบตัน หน้ามืดเป็นลมใจสั่น เหน็บชา สมองเสื่อม ความดันโลหิต ท้องอืดโรคกระเพาะ โรคประสาท เป็นต้น บ่อยครั้งจะเกิดอาการหมดแรงเอาดื้อๆ ท้องลั่น มีลมในกระเพาะมาก เวลาเดินข้อจะลั่นการเจ็บป่วยมักจะเกิดขึ้นในฤดูฝน สิ่งที่ ควรระวังคือ ความเครียด นอนไม่หลับ พักผ่อน ไม่พอ อากาศอับชื้น เหนื่อยง่าย ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบย่อยอาหาร ระบบกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามร่างกาย

         ธาตุไฟ

         คนที่มีธาตุไฟไม่สมดุล  จะมีแนวโน้มเครียด หงุดหงิดง่าย คิดมาก ใจร้อน ลังเล ส่งผลต่อการเกิดโรคประจำตัว ของธาตุไฟ คือ โรคความดันโลหิตสูง โรค เครียด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง ภูมิแพ้ บ่อยครั้งจะ เกิดอาการอาหารไม่ย่อย มีลมร้อนในกระเพาะทำให้เรอบ่อยร้อนใน มีแผลในปาก เหงื่อออกมากผิดปกติ เพราะอุณภูมิร่างกายร้อนมากผิดปกติ  การเจ็บป่วยมักเกิดในฤดูร้อน สิ่งที่ควรระวังคือ การอยู่ในที่ร้อน การรับประทานอาหารปิ้ง ย่าง ทอด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 

การบริหารจัดการธาตุ 4 ให้สมดุลกัน

       1.ธาตุดิน

          เราจะต้องบำรุงดูแลรักษากระดูก ฟัน ผม ขน เล็บ หนัง เนื้อ เส้นเอ็น ไขกระดูก หัวใจ ปอด พังผืด ม้าม ตับ ไต ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ อาหารใหม่ อาหารเก่า สมอง  เป็นต้น ให้ดีอยู่เสมอ แคลเซียมจะช่วยบำรุงกระดูก หลีกเลี่ยง งดเว้นจากสารเสพติดที่จะเป็นอันตรายต่อหัวใจ ปอด ตับ ไต พยายามดูแลไม่ให้ท้องผูก และการขับถ่ายให้ปกติ โดยเฉพาะขับถ่ายตอนเช้า เย็น

         เราต้องบำรุงธาตุดิน เช่น กระดูกได้ดี บำรุงฟันได้ดี บำรุงผมได้ดี หมั่นดูแล

รักษาหัวใจ ปอด ตับ ไต ให้ดี โดยเฉพาะกระดูก เวลาเดินไปไหนมาไหนจะไม่ปวด

ข้อเท้า ไม่ปวดกระดูกสันหลัง จะทำให้ร่างกายสบายตัว

 

        2. ธาตุน้ำ

        คือ สิ่งที่มีลักษณะเป็นของเหลว เช่น เลือด น้ำลาย น้ำเสมหะ น้ำเมือก น้ำอสุจิ น้ำดี น้ำตา เสลด มันเหลว หนอง น้ำลาย เลือด น้ำมูก เหงื่อ ไขข้อ มันข้น ปัสสาวะ เป็นต้น  เราต้องหมั่นดูแลให้ดี ระบบเลือดลม ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ระวังสิ่งที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน เช่นระมัดระวังการรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัดเกินไปอาจจะมีโรคเบาหวาน และอาจจะทำให้มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยผิดปกติ นั่งไม่นานก็ปวดปัสสาวะแล้ว เวลาเข้าที่ประชุมคนจำนวนมาก ถ้าเราเดินเข้า เดินออกไปเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ อาจจะทำให้เป็นการมรรยาท ได้ ดังนั้น เบาหวาน มีส่วนสำคัญต้องหมั่นไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อพบอาการเบื้องต้นจะได้ดูแลรักษาทัน

 

      3. ธาตุไฟ

        สิ่งที่มีลักษณะอุ่น ร้อนในร่างกาย เช่น อุณภูมิ ระดับความร้อนในร่างกายเราเราต้องดูแลรักษา เราต้องดูแลร่างกาย อย่าให้อุณหภูมิเกิน 37.50  เพราะอุณหภูมิ 37 ก็ถือว่าร้อนแล้วหรือพูดง่าย ๆ คือเริ่มมีอาการจะเป็นไข้แล้ว  เราต้องบริหารระดับอุณหภูมิในร่างกายของเราให้ดี รักษาสภาพเวทนาขันธ์ ฉลาดทางอารมณ์ ทำใจให้เป็นสมาธิ ใจเย็น สุขุม ใจนิ่ง ไม่มีโทสะ โลภะ มากจนเกินไปไฟย่อยอาหารก็เช่นกัน วัยสูงอายุ ระบบการย่อยอาหารเริ่มจะเสื่อมค่า ไฟธาตุอาจจะทำงานไม่ดี เราต้องหมั่นดูแลรักษาให้ดี

 

      4. ธาตุลม

            คือสิ่งที่มีลักษณะเอิบอาบ เช่น เป็นลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมในท้อง อาการเรอ ลมพัดขึ้น ลมพัดลง ลมพัดนอกลำไส้ ลมพัดในลำไส้ ลมพัดทั่วร่างกายอาการฝายลมหรือตด ลมพัดขึ้น ลมพัดลง ลมพัด นอกลำไส้ ลมพัดในลำไส้ ลมพัดทั่วร่างกาย เราต้องหมั่นดูแลธาตุลมให้ดี เช่น ทำสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้า บริกรรมว่า“พุท” หายใจออก บริกรรมว่า “โท” หรือท่านจะบริกรรมอารมณ์ใดก็แล้วแต่ แต่ขอให้บริหารลมหายใจของเราให้ดี ไม่ต้องมีเครื่องช่วยหายใจ เพราะถ้ามีเครื่องช่วยหายใจเมื่อไร แสดงว่าเราถึงขั้นโคม่าแล้ว โอกาสจะกลับบ้านเก่าใกล้จะมาถึงแล้ว

        คนที่เกษียณแล้ว หรือวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป ก็พยายาม ทำใจให้นิ่ง  ไม่ต้องเหงา หรือคิดว่า ชีวิตเราหมดคุณค่า เพราะตราบใดที่เรายังไม่ตาย เราก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมหรือถ้าธาตุเหล่านี้ดำรงอยู่ปกติไม่แปรปรวน โรคต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นได้โดยง่ายและเมื่อใดที่ธาตุทั้งสี่เกิดกำเริบ หย่อน หรือพิการขึ้นมา ย่อมหนีไม่พ้นโรคที่จะตามมาเยือนเรานั้นเอง

  

สรุป

      ทุกชีวิตของคนเราเมื่อเกิดมา ก็จะมี 4 คนหาม คือ ธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม 3 คนแห่

คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  1 คน นั่งแคร่ คือ จิตใจเรา และ 2 คน พาไป ได้แก่ บุญ

และบาป  ในขณะที่เรายังมีชิวิตอยู่ ยังไม่ตาย เราต้องหมั่นดูแลรักษาธาตุ 4 ให้ดี

เราจะได้ดำรงชีวิตอยู่อย่างสบาย  เช่น ธาตุดิน บำรุงดูแลกระดูก ฟัน หัวใจ ไต ปอด

ให้ดี  ธาตุน้ำดูแลระบบเลือดให้ดี มียาอะไรที่จะทำให้เลือดดี ก็หามาบำรุงรักษา

ธาตุไฟ เช่น ระบบการย่อยอาหารในร่างกาย ทำอย่างไรระบบย่อยอาหารจะดี

ท้องไม่ผูก ก็หมีนดูแล รักษา วิตามิน ยาอะไรดี ก็หามารับประทานดูแลป้องกัน ธาตุลม
ก็ระบบย่อยอาหารระบบขับถ่ายจะมีอิทธิพลต่อธาตุลมด้วย มีอาการไม่เรอ ไม่ตด ลมในลำไส้
เป็นพิษ ก็หมั่นระมัดระวังดูแล  เราต้องบริหารจัดการธาตุ 4 ของเราให้สมดุล จะทำให้
โรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนได้โดยง่าย  สิ่งสำคัญคือร่างกาย รับประทานอาหาร
ให้ครบ 5 หมู่หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ จิตใจ ต้องนิ่ง มีสมาธิฉลาดทางอารมณ์ 
เฉียบคมทางปัญญา บริหารเวทนาขันธ์ให้ดี เมื่อความรู้สึก
อารมณ์ดี ก็จะส่งผลต่อร่างกายเราด้วยดังคำพูดเปรียบเปรยที่ว่า  
“เสียใจ จะพาไปนรก ดีใจ จะพาไปสวรรค์ แต่ถ้าสุขใจ
ก็จะพาไปนิพพาน”นั้นเอง

 

 

แหล่งข้อมูล

https://www.posttoday.com/life/healthy/7519

https://bit.ly/3IpboA3

http://www.stc.ac.th/external_newsblog.php?links=281

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 693780เขียนเมื่อ 6 ธันวาคม 2021 11:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 ธันวาคม 2021 11:18 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี