กสศ. นำร่างแผนยุทธศาสตร์ ๓ ปี (๒๕๖๕ - ๒๕๖๗) เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการบริหาร เมื่อวันที่ ๔ คุลาคม ๒๕๖๔   โดยคาดว่าต้องทำงานในสถานการณ์ที่ถูกผลกระทบจาก โควิด ๑๙ ตลอดเวลาทั้งสามปีในแผน    

จากการประชุม DE กลางน้ำ ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ ๒ - ๓ ตุลาคม ๒๕๖๔   ผมรู้สึกว่า คนในระบบการศึกษาไทยมองเห็นความสำคัญของบทบาทพ่อแม่นักเรียนชัดเจนขึ้นมาก    เดาว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการร่วมกันเผชิญสถานการณ์การระบาดของโควิด ๑๙  ให้ลูกหลานของตนที่เป็นนักเรียนได้มีการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ   

ผมจึงคิดว่า โควิด ๑๙ มาเอื้อการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษาสองต่อ     

เปลี่ยนแรกที่ครูและคนในวงการศึกษา     ที่หันมาให้ความสำคัญต่อบทบาทของพ่อแม่หรือผู้ปกครองในการเป็นหุ้นส่วนกับโรงเรียน เพื่อหนุนให้ลูกหลานตนได้บรรลุผลการเรียนรู้ระดับสูง    ความคิดเดิมๆที่ไม่อยากให้พ่อแม่มาวุ่นวายกับโรงเรียนที่ยึดถือกันมาในอดีตน่าจะค่อยๆ หมดไป   เปลี่ยนเป็นมาร่วมมือกับโรงเรียน   ร่วมเป็นกำลังหนุนการเรียนรู้ของนักเรียน     ที่พูดกันว่า พ่อแม่เป็น co-educator 

ที่จริงพ่อแม่ผู้ปกครองมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของลูกหลานตนมากกว่านั้น    คือในความเป็นจริง นักเรียนหรือเด็ก อยู่กับ พื้นที่เรียนรู้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง   ไม่ใช่เรียนรู้เฉพาะเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนเท่านั้น    และมีงานวิจัยในฟินแลนด์ บอกว่าการเรียนรู้ของเด็กเพียง ๑/๓ เกิดที่โรงเรียน    อีก ๒/๓ เกิดนอกโรงเรียน และส่วนใหญ่เกิดที่บ้าน    โดยเฉพาะอย่าง การเรียนรู้ด้านนิสัยใจคอ หรือด้านคุณลักษณะ (๑)

เปลี่ยนที่สอง คือพ่อแม่เปลี่ยนใจ   จากเดิมคิดว่าเมื่อลูกถึงวัยเข้าโรงเรียน   การเรียนรู้ของลูกเป็นความรับผิดชอบของโรงเรียน ไม่ใช่พ่อแม่    พ่อแม่มีหน้าที่หาเงินมาสนับสนุนการเรียนของลูก    ผมเชื่อว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด ที่ทำให้ต้องให้นักเรียนเรียนจากที่บ้าน ได้ช่วยให้พ่อแม่เปลี่ยนกระบวนทัศน์ว่าตนมีหน้าที่เป็น facilitator ต่อการเรียนรู้ของลูกด้วย   โดยพ่อแม่ต่อเอาใจใส่เรียนรู้วิธีทำหน้าที่นี้ ร่วมกัยครูและโรงเรียน   

ในการเสวนา Webinar กับทีม OECD  เรื่อง Teaching, learning and assessing 21st Century Skills in education : Thailand’s experience เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่เข้าฟังย้อนหลังได้ที่  (๒)    คุณAndreas หัวหน้าใหญ่ด้านการศึกษาขององค์การ โออีซีดี บอกว่า    โรงเรียนจะทำหน้าที่ได้ดีต้องมีการจัดการ engagement กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) เป็น    โรงเรียนต้องไม่ทำงานอย่างโดดเดี่ยว   

Engagement น่าจะเป็น การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่ ๓ ด้านการศึกษา 

หากจะให้ผมเพิ่มการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ประการที่ ๔   ผมขอเสนอว่า ต้องไม่มองโรงเรียนและครูเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบาย    ต้องเปลี่ยนเป็นมองว่า โรงเรียนและครูเป็นผู้ร่วมพัฒนานโยบายด้วย    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาหลักสูตร   ที่เรากำลังจะขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะในปัจจุบัน    เปลี่ยนที่ ๔ นี้ เน้นเปลี่ยนที่นักการเมืองและผู้บริหารส่วนกลาง       

วิจารณ์ พานิช

๑๐ ต.ย. ๖๔