หนังสือ เกลือในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๕๖๐ เขียนโดย นันทนา ศรีวารินทร์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยชุด ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยในปริทรรศประวัติศาสตร์ ที่มี ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร เป็นหัวหน้าโครงการ เป็นเอกสารลำดับที่ ๒๙
อ่านแล้วเห็นชัดว่าเรื่องเกลือมีความสำคัญมากกว่าที่เราตระหนัก สำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ จึงมีกฎหมายควบคุมการส่งออกเกลือ และมีการเก็บภาษีเกลือ มายกเลิกในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ สมัยรัฐบาลพระยามโนฯ แต่ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ในรัฐบาลจอมพล ป. ก็ออก พรบ. เกลือ เป้าหมายใหญ่เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตเกลือ (สมุทร) และผูกขาดการค้าโดยรัฐ แล้วยกเลิกในปี ๒๔๘๙ สมัยรัฐบาล พล. ร.ต. ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สะท้อนว่าเรื่องเกลือน่าจะเกี่ยวข้องกับการเมืองไม่ใช่น้อย
เรารู้กันทั่วว่าเกลือมีแหล่งผลิต ๒ แหล่ง คือจากน้ำทะเล ที่เรียกเกลือสมุทร กับจากสินแร่เกลือใต้ดิน เรียกว่าเกลือสินเธาว์ หนังสือเขียนเล่าวิธีผลิตเกลือทั้งสองชนิดน่าอ่านมาก และให้ความรู้ว่า เกลือในตลาดในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นเกลือสินเธาว์ เอามาเติมไอโอดีน โดยการผลิตแบบอุตสาหกรรม
ในยุคอุตสาหกรรม ใช้เกลือในกิจการต่างๆ มากมาย จึงต้องออกกฎหมายควบคุมคุณภาพ โดยที่บางอุตสาหกรรมต้องการเกลือที่คุณภาพสูงมาก หรือมีคุณภาพพิเศษ เช่นสีชมพู ในกรณีเช่นนี้ต้องนำเข้า
เกลือสมุทรของไทยคุณภาพต่ำ สัดส่วนของ โซเดียมคลอไรด์ เพียงร้อยละ ๘๘ หรือต่ำกว่า ประกอบกับดินบริเวณนาเกลือมีธาตุแมงกานีสสูง ทำให้เกลือมีคุณภาพต่ำ ชาวนาเกลือ ซึ่งถือเป็นเกษตรกรประเภทหนึ่ง จึงมีปัญหามาตลอด ในเรื่องตลาด และโดนพ่อค้าคนกลางกดราคาเพราะเกลือสมุทรผลิตออกมาตามฤดูกาลในช่วงฤดูร้อน ด้วยเหตุนี้ ในช่วงหนึ่งจึงมีการแปลงนาเกลือเป็นนากุ้งกันมาก แต่เมื่อมีโรคระบาดกุ้งมาก หลายรายกลับมาทำนาเกลืออย่างเดิม
เราเคยส่งออกเกลือให้แก่ญี่ปุ่นเป็นรายใหญ่ที่สุด แต่ต่อมาญี่ปุ่นเลิกซื้อ เพราะเกลือไทยคุณภาพต่ำ แต่ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศก็เพิ่มขึ้นมาก ในเชิงปริมาณขณะนี้เรานำเข้าเกลือมากกว่าส่งออก คือในปี ๒๕๖๐ นำเข้าเกือบ ๑๕๖ ตัน ส่งออกเกือบ ๑๓๙ ตัน แต่ในเชิงเงิน เราได้เงินจากการส่งออกเกลือในปีนั้นเกือบ ๕๒๙ ล้านบาท แต่สูญเสียเงินจากการนำเข้าเพียง ๒๙๖ ล้านบาทเศษเท่านั้น
สรุปว่าเวลานี้ประเทศไทยผลิตเกลือปีละราวๆ ๓ ล้านตัน เป็นเกลือสมุทรเกือบๆ ๑ ล้านตัน ที่แปลกคือหากปล่อยให้นำเข้า เกลือจากออสเตรเลียที่ราคาถูกกว่าจะเข้ามาตีตลาด และแปลกที่เราส่งออกเกลือไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่แหละ ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านั้นต่างก็มีชายฝั่งทะเล น่าจะสะท้อนว่า ใช้ชายฝั่งทะเลทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า
เกลือสินเธาว์ในปัจจุบันผลิตแบบอุตสาหกรรม ง่ายต่อการควบคุมคุณภาพ แต่เกลือสมุทรผลิตแบบเกษตรกรรมดั้งเดิม ไม่มีมาตรฐาน
นาเกลือสมุทร มีผลิตภัณฑ์ถึง ๖ ชนิดคือ เกลือเม็ด เกลือจืดหรือยิปซั่ม ดีเกลือ ขี้แดดนาเกลือหรือดินหนังหมา น้ำเค็ม และดอกเกลือหรือเกสรเกลือ เดิมขี้แดดนาเกลือเป็นขยะ แต่จากการวิจัยที่สนับสนุนโดย สกว. เมื่อนานมาแล้ว พบว่าใช้เป็นปุ๋ยได้อย่างดี หากสงสัยว่าน้ำเค็มขายได้หรือ ตอบว่าน้ำในนาเกลือที่เค็มจัด ขายให้เกษตรกรนากุ้ง เอาไปเติมบ่อกุ้งให้น้ำเค็มเหมาะต่อการเลี้ยงกุ้งน้ำกร่อย
ขอขอบคุณ ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร ที่กรุณามอบหนังสือเล่มนี้
วิจารณ์ พานิช
๒ ส.ค. ๖๔