หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว


หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว


หมาและแมวเป็นเพื่อนที่ดีของมนุษย์ จึงเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนไทยมักเลี้ยงไว้ในบ้าน หมาเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเฝ้าสวน ส่วนแมวก็เลี้ยงไว้จับหนูหรือสัตว์ต่างๆ เมื่อเลี้ยงแล้วก็เกิดความรักความผูกพัน ประกอบกับหมาและแมวมีความน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้สถานะของหมาแมวเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของครอบครัว บางคนให้ความรักหมาแมวเหมือนกับเป็นลูกเลยทีเดียว

การเลี้ยงหมาและแมวในสมัยก่อนไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยนี้ หมาแมวจะกินอยู่อย่างง่ายๆ โดยหมากินข้าวและอาหารที่เหลือจากคน ส่วนแมวก็กินข้าวคลุกกับปลาส่วนที่เหลือจากคน

สมัยก่อนที่ยังไม่มีเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า และหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ผู้คนสมัยนั้นจะหุงข้าวด้วยหม้อดินที่ไม่มีหู และหุงแบบเช็ดน้ำข้าว หุงบนเตาฟืนหรือเตาถ่าน ในภายหลังจึงมีหม้ออะลูมิเนียม การหุงข้าวเริ่มจากตวงข้าวใส่หม้อแล้วใส่น้ำลงไปซาวเอาฝุ่นผงที่ปะปนมาออก แล้วเทน้ำซาวข้าวใส่ภาชนะเก็บไว้เพื่อเอาไว้ใช้รดต้นไม้ เช่น มะลิ หรือพืชผักสวนครัวจะทำให้ต้นไม้งามดี

หลังจากซาวข้าวแล้วจะใส่น้ำลงไปให้ท่วมข้าว ปิดฝาแล้วยกหม้อข้าวตั้งบนเตาไฟ เมื่อข้าวเดือดแล้วก็เปิดฝาเพื่อไม่ให้น้ำข้าวล้นออกมา ใช้ทัพพีคนดูถ้าเมล็ดข้าวบานแล้ว ก็เอาฝาปิด ยกลงจากเตารินน้ำข้าวออกจนหมด แล้วราไฟให้อ่อนลง นำหม้อวางบนเตา ค่อยๆเอียงหม้อแต่ละด้านให้ถูกความร้อนเพื่อให้ข้าวระอุ เรียกว่า การดงข้าว

(ราไฟคือการทำให้ไฟอ่อนลงโดยคีบเอาถ่านหรือฟืนออกเสีนบ้าง)

เมื่อข้าวสุกดีแล้วจึงยกหม้อวางบนเสวียนหม้อ ซึ่งเป็นเครื่องจักสานจากหวาย ไม้ไผ่ หรือผักตบ ใช้สำหรับรองก้นหม้อ การหุงหาอาหารโดยใช้เตาฝืนหรือเตาถ่านจะมีการสะสมของเขม่าควัน ทำให้เกิดคราบดำ เมื่อปรุงอาหารเสร็จยกลงจากเตาจึงต้องใช้เสวียนหม้อเป็นที่รอง เพื่อป้องกันไม่ให้สกปรกเลอะเทอะ บางท้องถิ่นจะเรียกเสวียนหม้อว่า เตียวหม้อ

น้ำข้าวที่ได้จากการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำนี้ถือว่าเป็นของดีอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เมื่อน้ำข้าวยังอุ่นอยู่เติมเกลือป่นเล็กน้อยเป็นอาหารบำรุงร่างกายชั้นดี มีรสมัน หอม หวาน อร่อยมาก ดื่มแก้ตาฝ้าฟาง หรือใช้เป็นน้ำกระสายยา หรือนำไปเลี้ยงทารกได้ ถ้ามีน้ำข้าวเหลือก็เทใส่ในอ่างเคลือบเป็นอาหารที่หมาชื่นชอบมาก จนมีคำเรียกว่า “กาแฟหมา”

อาหารที่หากินได้ง่ายไม่ต้องซื้อหาก็คือปลาจากแม่น้ำลำคลองหรือบ่อน้ำซึ่งทุกบ้านจะขุดบ่อเอาไว้เพื่อใช้น้ำในยุคที่ยังไม่มีน้ำประปา เลยได้ปลาใหญ่ปลาเล็กมาทำอาหาร หากมีเหลือกินไม่หมดก็จะตากแห้ง ทำปลาร้า น้ำปลา และกะปิ ได้อีกด้วย

ปลาที่จับมาได้ถ้าไม่แกงหรือผัดเผ็ดก็จะปิ้งย่างสำหรับกินกับน้ำพริกและผักสดต่างๆ ปลาที่เหลือเศษจากคนกิน ไม่ว่าจะเป็นส่วนหัว ครีบ หาง หรือเนื้อหนังของปลา นำมาคลุกกับข้าวเป็นอาหารโปรดของแมว

สำนวนหุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว มีความหมายว่า การกระทำที่เป็นการประชดประชันบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยผู้ประชดต้องการทำให้รู้สำนึก แต่ผู้ที่ถูกประชดไม่ได้รู้สึกสำนึกแต่อย่างใด และกลับได้รับผลประโยชน์จากการประชดนั้น

ที่มาของสำนวน มาจากความจริงที่ว่าหมาชอบกินข้าวและแมวก็ชอบกินปลา ดังนั้นเมื่อหุงข้าวหรือปิ้งปลาให้ ทั้งหมาและแมวก็กินจนอิ่มหนำสำราญ หาได้ทุกข์ร้อนอย่างใดไม่ แต่คนหุงคนปิ้งกลับเสียทั้งข้าวและปลาให้หมาแมวกินโดยไม่ได้อะไร นอกเสียจากความสะใจ

ข้อคิดที่ได้จากสำนวน หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว คนเราเมื่อมีอารมณ์โกรธ ต้องระวังความคิด ต้องมีสติ อย่าทำอะไรที่เป็นการประชดประชันผู้อื่น จนเกิดปัญหาใหญ่ตามมา


หุง สารใส่หม้อล้น  เหลือหลาย
ข้าว คลุกใส่กระทาย  ทุ่มไว้
ประชด สุนัขให้หาย  โลภลัก หายฤๅ
หมา เปรียบข้าชั่วใช้  ยิ่งให้ยิ่งกิน


ปิ้ง มัจฉาใหญ่น้อย  นับอนันต์
ปลา สุกเสร็จดึงดัน  แดกให้
ประชด แมวจะให้มัน  หายละโมบ หายฤๅ
แมว เช่นบ่าวชั่วใช้  ยิ่งให้ยิ่งเหิม
 

จากโคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี